สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ทะลัก 130 เม็ด แน่นเต็มนึกว่าน้อยหน่า

นึกว่าแค่โรคกระเพาะ! สาวท้องอืดข้ามเดือน หมอผ่าเจอ "ก้อนปริศนา" ล้นทะลัก 130 เม็ด
ใครที่ชอบมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อหลังทานอาหารเสร็จ แล้วคิดเอาเองว่าเป็นแค่โรคกระเพาะธรรมดา ๆ ซื้อยากล้ามเนื้อหรือยาลดกรดมาทานเองระวังให้ดี ล่าสุด มีเคสอุทาหรณ์ทางการแพทย์จากไต้หวัน เมื่อหญิงวัย 38 ปีรายหนึ่ง
มีอาการแน่นอึดอัดที่ท้องส่วนบนเป็น ๆ หาย ๆ หลังจากทานอาหาร อดทนยาวนานถึง 2 เดือนเต็มจนทนไม่ไหว พอไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวนด์กลับต้องช็อกตาค้าง เพราะสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่แค่แก๊ส แต่เป็นก้อนนิ่วสีเหลืองอ๋อยอัดแน่นจนถุงน้ำดีแทบระเบิด
นพ.หวง ฮั่นปิน ศัลยแพทย์เฉพาะทางตับ ถอดรหัสทางเดินอาหารและน้ำดี จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์จงซาน จากไต้หวัน ได้ออกมาเปิดเผยเคสนี้ว่า หลังจากคนไข้ตกลงเข้ารับการผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกเนื่องจากภาวะถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง เมื่อผ่าพิสูจน์ถุงน้ำดีออกมา
ทีมแพทย์ถึงกับตะลึงเพราะสามารถนับ "นิ่วในถุงน้ำดี" ที่มีลักษณะสีเหลือง ขนาดกึ่งกลาง 0.5-1 เซนติเมตร เม็ดเป้งเหมือนเมล็ดข้าวโพด ได้รวมกันมากถึง 130 ก้อน เบียดตัวกันแน่นจนถุงน้ำดีมีรูปทรงขรุขระดูคล้ายกับน้อยหน่าเลยทีเดียว
แยกให้ยาก! คนไข้ 80% นึกว่า "โรคกระเพาะ-กรดไหลย้อน" ทำพิษ
คุณหมอหวงอธิบายว่า ในเคสส่วนใหญ่ประมาณ 60-80% ของผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี มักจะ "ไม่มีอาการรุนแรง" ในช่วงแรก และคนไข้เกือบทั้งหมดมักจะเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นโรคกระเพาะ ท้องอืด หรืออาหารไม่ย่อย เพราะอาการเริ่มต้นจะรู้สึกอึดอัดแน่น ๆ มวน ๆ ท้องหลังจากทานอาหารเสร็จ
ไม่ใช่ความเจ็บปวดเจียนตายแบบแผลในกระเพาะ ทำให้คนไข้ชะล่าใจปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามกลายเป็นถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน หรือนิ่วอุดตันท่อน้ำดี ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

เผยพฤติกรรมสุดฮิต "เพาะพันธุ์นิ่ว" ชอบอดเช้า-ผอมลงเร็วเกินไป
สำหรับสาเหตุที่คนเราสามารถเพาะนิ่วในถุงน้ำดีได้เป็นร้อยเม็ดนั้น คุณหมอระบุว่าก้อนนิ่วชนิดนี้เป็น "นิ่วน้ำดีชนิดคอเลสเตอรอล" ซึ่งมักจะสัมพันธ์กับระบบเผาผลาญ ความอ้วน ไขมันในเลือดสูง และภาวะไขมันพอกตับ แต่ปัจจัยเร่งที่คนรุ่นใหม่ทำกันเยอะมากคือ "พฤติกรรมการอดอาหารเป็นเวลานาน" เช่น คนที่ไม่ชอบทานมื้อเช้า หรือกินอาหารแค่วันละมื้อ
เมื่อเราปล่อยให้ท้องว่างเป็นเวลานาน ถุงน้ำดีจะไม่เกิดการบีบตัวเพื่อขับน้ำดีออกมาใช้ย่อยอาหาร ส่งผลให้น้ำดีที่กักเก็บไว้เริ่มข้นเหนียวและตกตะกอนกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด นอกจากนี้ "การลดน้ำหนักแบบหักโหมจนน้ำหนักลดฮวบในระยะสั้น" ก็เป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำดีข้นขึ้นและก่อตัวเป็นนิ่วได้ง่ายเช่นกัน

ตัดถุงน้ำดีทิ้งแล้ว จะส่งผลเสียต่อร่างกายไหม?
คุณหมอหวงเน้นย้ำว่า ปัจจุบันมาตรฐานการแพทย์สากลจะใช้วิธี "ผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกทั้งหมด" และเลิกใช้วิธีผ่าเอาเฉพาะก้อนนิ่วออกไปตั้งแต่ปี 1880 แล้ว เนื่องจากถุงน้ำดีที่เคยอักเสบหรือทำงานผิดปกติเปรียบเสมือนโรงงานผลิตนิ่ว หากเก็บไว้ก็จะกลับมาเป็นซ้ำอีกและเสี่ยงต่อการเกิดพังผืดเกาะติดอวัยวะข้างเคียง
ส่วนคำถามที่ว่าตัดถุงน้ำดีแล้วจะทำให้ท้องเสียเรื้อรังไหม? หมอระบุว่าในช่วง 1 เดือนแรก ระบบย่อยอาหารอาจกำลังปรับตัวกับการไหลของน้ำดีที่ไม่มีที่พัก แนะนำให้เลี่ยงอาหารมัน ๆ ของทอด ของมัน แกงกะทิ และทานอาหารรสจืดไปก่อน หลังจากผ่านไป 1-3 เดือน ร่างกายจะปรับตัวได้เองและสามารถกลับมาทานข้าวขาหมู ไก่ทอดได้ตามปกติโดยไม่มีอาการท้องเสียรุนแรง
ท้ายที่สุดนี้ หมอแนะนำว่าสำหรับใครที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือรู้ตัวว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนทุก ๆ 1-2 ปี หากพบนิ่วที่มีขนาดใหญ่เกิน 3 เซนติเมตร หรือพบร่วมกับติ่งเนื้อในถุงน้ำดีที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตร ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อผ่าตัดทันที เพราะรอยโรคเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาไปเป็น "มะเร็งถุงน้ำดี" ในอนาคต
แหล่งอ้างอิง
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




