ยิ่งแฉยิ่งอึ้ง! ชำแหละ "ค่าไฟแฝง" 66 เทศบาลใช้ไฟฟรี ประชาชนแบกนาน 30 ปี เผย 3 ขั้นตอน รื้อบิล

ค่าไฟแฝงคืออะไร? เปิดปมประชาชนแบกค่าไฟสาธารณะ ปีละกว่า 2.5 หมื่นล้าน เปิด 3 ขั้นตอน เร่งรื้อบิล หวังลดภาระครัวเรือน
ประเด็น “ค่าไฟแฝง” กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังรัฐบาลเตรียมเดินหน้าแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน โดยกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทยระบุว่า ต้องการทำให้โครงสร้างค่าไฟโปร่งใสขึ้น และลดภาระค่าครองชีพให้กับครัวเรือนทั่วประเทศ
สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ค่าไฟสาธารณะบางส่วนที่ถูกนำมารวมอยู่ในค่าไฟฐานมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นไฟถนน ไฟสวนสาธารณะ ไฟสนามเด็กเล่น ไฟสนามกีฬา รวมถึงค่าใช้ไฟบางกลุ่มที่ถูกระบุว่าเป็นภาระที่ประชาชนทั่วประเทศต้องร่วมจ่ายผ่านบิลค่าไฟของตัวเอง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขเล็ก ๆ ในบิลรายเดือน เพราะจากข้อมูลที่สื่อรายงาน พบว่าค่าไฟสาธารณะมีมูลค่ารวมระดับหลายหมื่นล้านบาทต่อปี และเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลประกาศเตรียม “รื้อบิลค่าไฟ” เพื่อแยกรายการดังกล่าวออกจากภาระของประชาชนให้ชัดเจนมากขึ้น
ค่าไฟแฝง คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย
ค่าไฟแฝงในประเด็นนี้ หมายถึงค่าใช้จ่ายบางส่วนในระบบไฟฟ้าที่ไม่ได้ถูกแสดงแยกเป็นรายการชัดเจนในบิลของผู้ใช้ไฟ แต่ถูกนำไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟโดยรวม ทำให้ประชาชนอาจไม่รู้ว่ากำลังช่วยแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนใดอยู่บ้าง
ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงมากคือ “ค่าไฟสาธารณะ” เช่น ไฟส่องสว่างตามถนน ไฟในพื้นที่สาธารณะ หรือไฟในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับบริการสาธารณะบางประเภท ซึ่งในอดีตถูกจัดรวมไว้ในระบบคำนวณค่าไฟฟ้า แทนที่จะแยกให้หน่วยงานเจ้าของภารกิจรับผิดชอบโดยตรง
พูดให้ง่ายขึ้น เหมือนหมู่บ้านหนึ่งมีไฟส่วนกลาง แต่แทนที่จะมีการแจ้งรายการค่าไฟส่วนนี้อย่างชัดเจน ค่าใช้จ่ายกลับถูกเฉลี่ยเข้าไปในบิลของทุกบ้าน เมื่อประชาชนจ่ายค่าไฟ จึงอาจกำลังจ่ายมากกว่าค่าไฟที่ตนเองใช้ในครัวเรือนจริง ๆ
พลังงาน-มหาดไทย เตรียมรื้อบิลค่าไฟ แยกค่าไฟสาธารณะออกจากประชาชน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้หารือร่วมกับนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลการไฟฟ้า เพื่อเร่งแก้ปัญหาการนำค่าไฟสาธารณะไปรวมอยู่ในบิลค่าไฟประชาชน
แนวทางที่ถูกวางไว้มี 3 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน การใช้กลไกคณะกรรมการด้านนโยบายพลังงานเพื่อพิจารณาอัตราค่าไฟใหม่ และการหาหน่วยงานเจ้าภาพมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนประชาชน
เป้าหมายที่ถูกพูดถึงคือการผลักดันให้ค่าไฟสำหรับบ้านอยู่อาศัยใน 200 หน่วยแรก ลดลงเหลือไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยกระทรวงพลังงานเตรียมนำเรื่องเข้าสู่กลไกคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เพื่อพิจารณาต่อไป
3 ขั้นตอนสำคัญในการแก้ปัญหาค่าไฟแฝง
1. แยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชน
ขั้นแรกคือการดึงค่าไฟสาธารณะที่ถูกซ่อนอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฐานออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่า ค่าใช้จ่ายใดเป็นค่าไฟในบ้าน และค่าใช้จ่ายใดเป็นภาระด้านสาธารณะของหน่วยงานรัฐหรือท้องถิ่น
2. พิจารณาอัตราค่าไฟใหม่
หลังจากแยกค่าใช้จ่ายออกมาแล้ว กระทรวงพลังงานจะใช้กลไกของ กบง. และ กพช. เพื่อพิจารณาโครงสร้างค่าไฟใหม่ โดยเป้าหมายระยะเร่งด่วนคือช่วยลดภาระค่าไฟของบ้านอยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้ไฟไม่สูงมาก
3. หาเจ้าภาพรับผิดชอบแทนประชาชน
ประเด็นสำคัญคือเมื่อค่าไฟส่วนนี้ถูกแยกออกจากบิลประชาชนแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบแทน โดยจะต้องหารือร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงการคลัง กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท รวมถึง 3 การไฟฟ้า เพื่อหาทางบริหารจัดการต้นทุนอย่างเหมาะสม
เปิดข้อมูล 66 เทศบาล ใช้ไฟฟรีจริงหรือ?
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือข้อมูลที่สื่อรายงานว่า ค่าไฟสาธารณะไม่ได้มีเพียงไฟถนนหรือไฟสวนสาธารณะเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งที่ถูกเรียกว่า “ไฟสาธารณสงเคราะห์” ซึ่งรวมถึงสถานที่ราชการบางกลุ่มด้วย
ข้อมูลที่ถูกนำเสนอระบุว่า มีสำนักงานเทศบาล 66 แห่งทั่วประเทศที่ได้สิทธิใช้ไฟฟรีในบางสถานที่ เช่น อาคารสำนักงานเทศบาล สถานีอนามัย โรงพยาบาลเทศบาล สถานีดับเพลิง และโรงเรียนเทศบาล โดยค่าใช้จ่ายไม่ได้หายไป แต่ถูกนำไปเฉลี่ยรวมอยู่ในระบบค่าไฟที่ประชาชนจ่าย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นข้อมูลที่ต้องรอการตรวจสอบและชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ทราบรายละเอียดว่าแต่ละพื้นที่มีที่มาอย่างไร อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ใด และจะปรับเปลี่ยนการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายอย่างไรต่อไป
ค่าไฟสาธารณะปีหนึ่งสูงแค่ไหน?
จากข้อมูลที่ถูกเปิดเผยในข่าว พบว่าสูตรการคำนวณค่าไฟสาธารณะมีที่มาจากแนวทางเดิมที่ใช้มานาน โดยคำนวณจากสัดส่วนการใช้ไฟของครัวเรือนทั่วประเทศและจำนวนผู้ใช้ไฟบางประเภท ทำให้ในปี 2566 มีการประเมินมูลค่าโควตาค่าไฟสาธารณะสูงถึง 25,825 ล้านบาทต่อปี
หากคิดเป็นภาระในบิลค่าไฟของประชาชน ตัวเลขดังกล่าวถูกประเมินว่าอยู่ที่ประมาณ 12.4 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อรวมกับต้นทุนความสูญเสียในระบบไฟฟ้าบางส่วน ตัวเลขภาระรวมอาจอยู่ที่ประมาณ 14.6 สตางค์ต่อหน่วย
แม้ตัวเลขต่อหน่วยอาจดูไม่มาก แต่เมื่อคูณกับจำนวนผู้ใช้ไฟทั่วประเทศและจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละปี ภาระดังกล่าวจึงกลายเป็นเงินจำนวนมหาศาล และเป็นเหตุผลที่รัฐบาลต้องการแยกบัญชีค่าใช้จ่ายให้ชัดเจนมากขึ้น
ไม่ใช่แค่ไฟสาธารณะ ยังมีต้นทุนสูญเสียในระบบไฟฟ้า
นอกจากค่าไฟสาธารณะ ยังมีต้นทุนอีกกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า เช่น ความสูญเสียทางเทคนิค หรือ Technical Loss ซึ่งเกิดจากการสูญเสียพลังงานระหว่างการส่งไฟฟ้า ความร้อนในสายส่ง หรืออุปกรณ์ในระบบไฟฟ้า
อีกกลุ่มคือความสูญเสียที่ไม่ใช่ทางเทคนิค หรือ Non-Technical Loss เช่น การใช้ไฟโดยไม่ถูกต้องตามระบบ การลักลอบใช้ไฟ หรือกรณีที่มีการใช้ไฟหลวงโดยไม่ได้ชำระค่าใช้จ่ายอย่างถูกต้อง เช่น กรณีการลักลอบใช้ไฟเพื่อขุดบิทคอยน์ที่เคยเป็นข่าวในหลายพื้นที่
ต้นทุนเหล่านี้เมื่อรวมอยู่ในระบบไฟฟ้า ย่อมส่งผลต่อค่าใช้จ่ายโดยรวม และสุดท้ายอาจสะท้อนกลับมาในรูปของค่าไฟที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศต้องร่วมกันแบกรับ
ประชาชนจะได้ค่าไฟถูกลงทันทีหรือไม่?
แม้รัฐบาลตั้งเป้าจะเร่งดำเนินการให้เห็นผลโดยเร็ว และมีการคาดหวังให้ทันรอบบิลช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 แต่เรื่องนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงยังควรมองว่าเป็น “แนวทางที่กำลังผลักดัน” ไม่ใช่มาตรการที่ประกาศใช้สมบูรณ์แล้วในทันที
หากแยกค่าไฟสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟได้จริง ค่าไฟในส่วนของประชาชนอาจลดลงตามภาระที่ถูกดึงออก แต่ในทางปฏิบัติยังต้องดูด้วยว่า หน่วยงานใดจะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายแทน และจะมีผลต่อบิลค่าไฟในรอบใดอย่างชัดเจน
ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับทุกครัวเรือน?
ค่าไฟเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายจำเป็นของทุกบ้าน หากมีต้นทุนบางส่วนที่ประชาชนต้องแบกรับโดยไม่รู้ที่มา ย่อมกระทบต่อความเป็นธรรมและความโปร่งใสของบิลค่าไฟ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงและหลายครัวเรือนพยายามประหยัดพลังงานอย่างเต็มที่
การแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชนจึงไม่ได้เป็นเพียงการลดตัวเลขค่าไฟ แต่ยังเป็นการทำให้ประชาชนเห็นโครงสร้างค่าใช้จ่ายชัดขึ้นว่า เงินที่จ่ายไปแต่ละเดือนมาจากส่วนใดบ้าง และหน่วยงานใดควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสาธารณะแต่ละประเภท
สรุป
ปม “ค่าไฟแฝง” สะท้อนปัญหาโครงสร้างค่าไฟที่สะสมมานาน โดยเฉพาะค่าไฟสาธารณะที่ถูกนำมารวมอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ทำให้หลายครัวเรือนอาจต้องร่วมแบกรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ไฟในบ้านโดยตรง
การเดินหน้าแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลประชาชนของกระทรวงพลังงานและกระทรวงมหาดไทย จึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะหากทำได้จริงและมีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน อาจช่วยลดภาระค่าไฟให้ประชาชน และทำให้บิลค่าไฟไทยโปร่งใสมากขึ้นในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

