รู้จัก สารอาหารแห่งความอายุยืน วงการแพทย์ยกย่อง ฮีโร่ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือด

รู้จัก สารอาหารแห่งความอายุยืน วงการแพทย์ยกย่อง ฮีโร่ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือด

รู้จัก สารอาหารแห่งความอายุยืน วงการแพทย์ยกย่อง ฮีโร่ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้จัก สารอาหารแห่งความอายุยืน วงการแพทย์ยกย่องเป็นฮีโร่ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือดและอวัยวะ

ล่าสุดผลการศึกษาใหม่พบว่า อาหาร 3 ประเภทที่กินอยู่ทุกวัน มีส่วนสำคัญในการเร่งหรือชะลอ "ความเสื่อม" ของหลอดเลือดอย่างเงียบๆ โดยส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือดดังนี้

3 กลุ่มอาหารที่แอบเปลี่ยน "ความยืดหยุ่น" ของหลอดเลือด

  • ใยอาหาร (Dietary Fiber) เปรียบเหมือน "สารหล่อลื่น" ของหลอดเลือด: ทุกๆ การกินใยอาหารเพิ่มขึ้น 10 กรัมต่อวัน จะช่วยลดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนกลางลง 6.25% ภายในระยะเวลา 5 ปี

  • แอลกอฮอล์ คือ "เพชฌฆาตเงียบ" ของหลอดเลือดส่วนปลาย: ทุกๆ การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 10 กรัมต่อวัน (เทียบเท่าเหล้าขาว 30 มล. หรือเบียร์ 330 มล. หรือไวน์ 100 มล.) จะทำให้หลอดเลือดแดงส่วนปลายแข็งตัวเพิ่มขึ้น 5% ภายใน 5 ปี

  • ธาตุเหล็ก คือ "ดาบสองคม" ที่มักถูกมองข้าม: ทุกๆ การได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้น 5 มิลลิกรัมต่อวัน จะเพิ่มความแข็งตัวของหลอดเลือด 4% ภายใน 5 ปี

ใยอาหาร ฮีโร่ผู้ช่วยซ่อมแซมหลอดเลือดและอวัยวะ

ในวงการโภชนาการยกให้ใยอาหารเป็น "สารอาหารหลักชนิดที่ 7" โดยแต่เดิมมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ 6 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 โปรตีน : เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
กลุ่มที่ 2 คาร์โบไฮเดรต : ข้าว เผือก มัน และน้ำตาล 
กลุ่มที่ 3 และ 4 วิตามินและเกลือแร่ : ผัก ผลไม้
กลุ่มที่ 5 ไขมัน : ไขมันจากสัตว์และพืช
กลุ่มที่ 6 : น้ำ   

ขณะที่วารสารการแพทย์ระดับโลกอย่าง The Lancet ขนานนามสิ่งนี้ว่า "สารอาหารแห่งความอายุยืน" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามคุณสมบัติการละลายน้ำ:

  1. ใยอาหารชนิดละลายน้ำ (Soluble Fiber): เช่น เพกติน พบมากในผลไม้ ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี และถั่วต่างๆ

  2. ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (Insoluble Fiber): เช่น เซลลูโลส พบมากในเปลือกของธัญพืช ถั่ว และเปลือกผลไม้

3 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการกินใยอาหาร (Dietary Fiber)

1. ยิ่งรสสัมผัสหยาบแปลว่าใยอาหารยิ่งสูง?

รสสัมผัสที่หยาบและสากลิ้น บอกได้เพียงว่าอาหารชนิดนั้นมี "ใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ" อยู่มาก แต่ไม่ได้แปลว่าปริมาณใยอาหารรวมทั้งหมดจะสูงกว่าผักเนื้อเนียนเสมอไป

2. ความร้อนทำลายใยอาหาร?

การนำผักหรือธัญพืชไปปรุงสุกผ่านความร้อนจนนุ่มลง ไม่ได้ลดทอนประสิทธิภาพของใยอาหารแต่อย่างใด ดังนั้นไม่จำเป็นต้องฝืนกินผักดิบ สามารถนำไปปรุงสุกในแบบที่ชอบได้เลย

3. กินใยอาหารยิ่งเยอะยิ่งดี?

การกินมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ เพราะจะทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย และอาจเข้าไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิดของร่างกาย

เคล็ดลับการกินใยอาหารให้พอดี ไม่ขาดไม่เกิน

สมาคมโภชนาการแห่งประเทศจีนมีข้อแนะนำดังนี้:

  • ผู้ใหญ่ทั่วไป: ควรได้รับใยอาหาร 25–30 กรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้และกระเพาะอาหาร ให้ลดปริมาณลงครึ่งหนึ่ง

  • ผู้สูงอายุและเด็ก: ควรต้มหรือตุ๋นอาหารที่มีไฟเบอร์สูงให้นุ่มและเปื่อย เพื่อลดภาระของระบบย่อยอาหารที่ยังไม่แข็งแรง

  • กินคู่กับเนื้อสัตว์และไข่ได้ประโยชน์สูงสุด: โปรตีนจากเนื้อสัตว์และไข่จะช่วยเข้าไปซ่อมแซมกระเพาะอาหาร ควบคุมการทำงานของลำไส้ และช่วยชดเชยข้อเสียของใยอาหารที่อาจไปบล็อกการดูดซึมสารอาหารบางชนิด

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล