ทำไมต้อง “สอดกระดาษ” เข้าตู้เย็น? เฉลยทริคอัจฉริยะ A4 แผ่นเดียว ป้องกันค่าไฟบานได้!

ทำไมต้อง “สอดกระดาษ” เข้าตู้เย็น? เฉลยทริคอัจฉริยะ A4 แผ่นเดียว ป้องกันค่าไฟบานได้!

ทำไมต้อง “สอดกระดาษ” เข้าตู้เย็น? เฉลยทริคอัจฉริยะ A4 แผ่นเดียว ป้องกันค่าไฟบานได้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 อย่าปล่อยให้ไฟรั่วไหล! แจกทริกใช้กระดาษแผ่นเดียวเช็ก 'ขอบยางตู้เย็น' เสื่อมสภาพ ตัวการทำบิลไฟพุ่งกระฉูด 

เคล็ดลับงานบ้าน: เปลี่ยนกระดาษ A4 เป็นเครื่องมือตรวจเช็กตู้เย็น ช่วยเซฟค่าไฟ 30%

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำงานหนักที่สุดและเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงอย่าง "ตู้เย็น" มักจะเป็นตัวการหลักที่ทำให้บิลค่าไฟสิ้นเดือนพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่รู้หรือไม่ว่ามีจุดเล็กๆ จุดหนึ่งบนตู้เย็นที่หากปล่อยให้ชำรุดเสียหาย จะทำให้ตู้เย็นกินไฟเพิ่มขึ้นถึง 30% นั่นก็คือ "ขอบยางประตูตู้เย็น" และเราสามารถตรวจเช็กความสมบูรณ์ของมันได้ง่ายๆ ด้วยกระดาษ A4 เพียงแผ่นเดียว

ทำไมต้องเช็กขอบยางตู้เย็นในหน้าร้อน?

ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าเปิดเผยว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดภายนอกจะส่งผลกระทบต่อระบบทำความเย็นของตู้เย็นโดยตรง โดยขอบยางแม่เหล็กที่ประตูตู้เย็นทำหน้าที่สำคัญในการกักเก็บความเย็นและป้องกันความร้อนจากภายนอกไม่ให้ไหลเข้าสู่ตัวเครื่อง

หากขอบยางนี้เริ่มเสื่อมสภาพ แข็งกระด้าง หรือปิดไม่สนิท ความเย็นภายในจะรั่วไหลออกตลอดเวลา ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ต้องทำงานหนักและหมุนวนทำความเย็นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีเวลาพัก พฤติกรรมนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เปลืองไฟอย่างมหาศาล แต่ยังทำให้อายุการใช้งานของตู้เย็นสั้นลง บอร์ดวงจรไหม้ และทำให้เกิดหยดน้ำเกาะในตู้จนอาหารบูดเน่าเสียหายได้ง่ายขึ้น

วิธีเช็กขอบยางตู้เย็นง่ายๆ ด้วยกระดาษ A4

คุณสามารถทดสอบความหนาแน่นและแรงดูดของขอบยางตู้เย็นที่บ้านได้ด้วยตัวเองตามขั้นตอนดังนี้:

  1. เปิดประตูตู้เย็นออก แล้วนำกระดาษ A4 (หรือธนบัตร) ไปวางคั่นไว้ตรงบริเวณขอบยาง

  2. ปิดประตูตู้เย็นให้สนิทตามปกติ โดยให้หนีบแผ่นกระดาษค้างไว้ครึ่งแผ่น

  3. ออกแรงดึงแผ่นกระดาษนั้นออกเบาๆ:

    • หากดึงออกยากหรือรู้สึกมีแรงต้าน: แสดงว่าขอบยางยังคงยืดหยุ่น มีแรงดูดที่ดี และตู้เย็นยังปิดสนิทปลอดภัย

    • หากกระดาษเลื่อนหลุดออกมาได้อย่างง่ายดาย หรือร่วงลงพื้นทันที: เป็นสัญญาณเตือนว่าขอบยางเริ่มหลวม เสื่อมสภาพ หรือแบนราบจนปิดไม่สนิทแล้ว

คำแนะนำ: ควรทดสอบวิธีนี้กระจายไปหลายๆ จุดรอบประตูตู้เย็น (ทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านข้าง) เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีจุดไหนที่เผยอหรือรั่วซึม

9 ทริกง่ายๆ ใช้ตู้เย็นอย่างไรให้ประหยัดไฟในวันอากาศร้อน

นอกเหนือจากการเช็กขอบยางประตูแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันก็สามารถช่วยลดค่าไฟลงได้อย่างเห็นผล:

  • 1. อย่าเปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นานหรือเปิดบ่อยเกินไป: การเปิดประตูตู้เย็นแต่ละครั้งจะทำให้มวลความเย็นไหลออกและความร้อนภายนอกเข้าไปแทนที่ ระบบจึงต้องสตาร์ทเครื่องทำความเย็นใหม่ทุกครั้ง

  • 2. ห้ามนำของร้อนเข้าตู้เย็นทันที: อาหารหรือแกงที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ ควรตั้งทิ้งไว้ภายนอกให้อุณหภูมิลดลงเท่าอุณหภูมิห้องเสียก่อน เพื่อไม่ให้ตู้เย็นต้องดึงพลังงานมาลดความร้อนอย่างหนัก

  • 3. ตั้งค่าอุณหภูมิให้เหมาะสม: อุณหภูมิที่พอดีสำหรับช่องแช่เย็นทั่วไปคือ 3 ถึง 5 องศาเซลเซียส และช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีซ) ควรอยู่ที่ -18 องศาเซลเซียส การตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไปไม่ได้ช่วยให้ถนอมอาหารดีขึ้นแต่จะยิ่งกินไฟ

  • 4. จัดระเบียบสิ่งของ ไม่ยัดแน่นจนเกินไป: ควรจัดวางอาหารให้มีช่องว่างพอเหมาะเพื่อให้ลมเย็นสามารถหมุนเวียนได้ทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการวางของบังช่องปล่อยความเย็น

  • 5. ละลายน้ำแข็งในช่องฟรีซเป็นประจำ: สำหรับตู้เย็นระบบเก่าที่ไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ หากปล่อยให้ชั้นน้ำแข็งพอกตัวหนาจะทำให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นลดลงและกินไฟมากขึ้น

  • 6. หมั่นทำความสะอาดแผงระบายความร้อน: ควรปัดกวาดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บริเวณตะแกรงระบายความร้อนด้านหลังหรือด้านล่างของตู้เย็นทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อช่วยให้เครื่องระบายความร้อนได้ดีขึ้น

  • 7. เว้นระยะห่างในการจัดวาง: ควรตั้งตู้เย็นให้ห่างจากผนังรอบด้านอย่างน้อย 10 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก และหลีกเลี่ยงการตั้งตู้เย็นใกล้กับเตาแก๊สหรือจุดที่โดนแสงแดดส่องโดยตรง

  • 8. เลือกใช้ตู้เย็นระบบ Inverter: หากมีแผนที่จะเปลี่ยนตู้เย็นเครื่องใหม่ ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจะช่วยควบคุมรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ให้เสถียรและประหยัดพลังงานได้มากกว่ารุ่นเก่า

  • 9. อย่าปล่อยให้ตู้เย็นโล่งจนเกินไป: ตู้เย็นจะทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อมีของแช่อยู่ประมาณ 70-80% ของความจุ เพราะของที่เย็นแล้วจะช่วยรักษาอุณหภูมิภายในไม่ให้สวิงมากเวลาเปิดประตู หากไม่มีของแช่ แนะนำให้ใส่ขวดน้ำเปล่าแช่ทิ้งไว้เพื่อช่วยรักษาความเย็น

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล