DPU ปั้นสถาปนิกสุขภาพ เสริมแกร่ง Soft Power อาหารไทยเวลเนสระดับสากล ด้วยศาสตร์ ‘Flavor Design’

DPU ปั้นสถาปนิกสุขภาพ เสริมแกร่ง Soft Power อาหารไทยเวลเนสระดับสากล ด้วยศาสตร์ ‘Flavor Design’

DPU ปั้นสถาปนิกสุขภาพ เสริมแกร่ง Soft Power อาหารไทยเวลเนสระดับสากล ด้วยศาสตร์ ‘Flavor Design’
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผนึกกำลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนหลักสูตรปรุงสุขรุ่นที่ 4 ภายใต้โครงการ Skill Bridge เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรในอุตสาหกรรมอาหารสู่การเป็นสถาปนิกสุขภาพ หรือ Health Architect ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงในการบูรณาการศาสตร์ด้านโภชนบำบัดเชิงรุกเข้ากับศิลปะการประกอบอาหาร เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดเวลเนสระดับสากล

โดยการอบรมในวันนี้มีวิทยากรระดับแนวหน้าร่วมถ่ายทอดความรู้ ประกอบด้วย เชฟประชัน วงศ์อุทัยพันธุ์ ในหัวข้อ "การยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเชฟและการจัดการงานครัวเชิงสร้างสรรค์" และ คุณกฤดิ์ชนา หุตะแพทย์ ในหัวข้อ “ศาสตร์อาหารฟังก์ชัน” ก่อนจะปิดท้ายด้วย ผศ.ดร.ภูริ ชุณห์ขจร ในหัวข้อ “การคัดเลือกสีสันจากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อเพิ่มคุณค่าโภชนาการ” เพื่อร่วมวางรากฐานระบบนิเวศด้านโภชนาการบำบัดที่ครบวงจร 
3906_0
โดย ผศ.ดร.ภูริ ชุณห์ขจร หรือ “เชฟมังกร” อาจารย์ประจำหลักสูตรศิลปะการประกอบอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ดีกรีกรรมการตัดสินอาหารระดับนานาชาติ (Chef Judge) บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่ประเทศเกาหลีใต้ ควบคู่กับตำแหน่งคณะทำงานตรวจประเมินบุคลากรด้านการท่องเที่ยว แผนกประกอบอาหาร (TPCB) และผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยพัฒนาอาหารแนว Wellness และโภชนาการเพื่อความยั่งยืน ได้นำเสนอการประยุกต์แนวคิด Flavor Design ซึ่งเป็นการออกแบบประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างองค์รวมผ่านมิติสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และอารมณ์ เพื่อสร้างความหมายและความทรงจำที่ลึกซึ้งในทุกจานอาหาร
s__37732449_0_0
นอกจากนี้ เชฟมังกรชี้ให้เห็นว่า “สี” คือภาษาแรกที่สื่อสารกับผู้บริโภค และมีผลต่อการรับรู้รสชาติอย่างลึกซึ้ง เช่น สีแดงที่กระตุ้นความอยากอาหารสัมพันธ์กับรสเปรี้ยวหวาน สีม่วงจากสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่สะท้อนความพรีเมียมและความเยาว์วัย 

สำหรับเทคนิคเชิงลึก เชฟมังกรยังได้เผยถึง 5 หลักการสำคัญในการคัดเลือกสีจากธรรมชาติมาประยุกต์ใช้เพื่อความปลอดภัยและเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์ ได้แก่ 1. สีต้องมีความปลอดภัย 2. ต้องมีสารอาหารร่วมด้วย 3. มีความคงตัวต่อความร้อน 4. มีความคงตัวต่อค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) และ 5. สามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ พร้อมทั้งขยายความลงลึกในรายละเอียดของตัวอย่างแหล่งวัตถุดิบธรรมชาติ 5 กลุ่มสี ที่อุดมด้วยสารพฤกษเคมีเพื่อสุขภาพและความงามจากภายในสู่ภายนอก ประกอบด้วย 
s__51822616_0_0
กลุ่มที่ 1 สีแดงและสีชมพู จากบีทรูท กระเจี๊ยบแดง แก้วมังกรแดง และสตรอว์เบอร์รี ซึ่งเป็นแหล่งรวมสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) โพลีฟีนอล (Polyphenols) และเบทาเลน (Betalains)

กลุ่มที่ 2 สีส้มและสีเหลือง จากฟักทอง แครอท ขมิ้น และมะม่วงสุก ที่เปี่ยมด้วยสารเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เคอร์คูมิน (Curcumin) และวิตามินเอ (Vitamin A)
s__51822621_0_0
กลุ่มที่ 3 สีเขียว จากผักโขม คะน้า ใบบัวบก ผักชีล้อม พาร์สลีย์ และชาเขียวมัทฉะ ซึ่งโดดเด่นด้วยสารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ลูทีน (Lutein) และซีแซนทีน (Zeaxanthin)

กลุ่มที่ 4 สีม่วงและสีน้ำเงิน จากดอกอัญชัน กะหล่ำปลีม่วง มัลเบอร์รี และบลูเบอร์รี ที่ให้สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
s__51822622_0_0
กลุ่มที่ 5 สีดำ สีน้ำตาล และสีขาว จากงาดำ ข้าวไรซ์เบอร์รี ผงโกโก้ กาแฟ และกระเทียมดำ (Black Garlic) ซึ่งอุดมด้วยสารโอลิโกเมอริก โปรแอนโทไซยานิดิน (Oligomeric Proanthocyanidins หรือ OPCs) และเมลานิน (Melanin)

นอกจากภาคทฤษฎีแล้ว เชฟมังกรยังได้แสดงเทคนิคการตกแต่งจานอาหารระดับสูงในรูปแบบ Gastronomy Decorations เพื่อยกระดับอาหารสุขภาพให้มีความน่าตื่นตาตื่นใจ เช่น การทำ Tuile แผ่นกรอบจากสีธรรมชาติ การสร้าง Glass Chip พลาสติกใสกินได้ และ Micro Sponge เค้กไมโครเวฟที่สกัดจากสีสันของวัตถุดิบจริง
รวมไปจนถึงนวัตกรรมการสร้างวัตถุดิบเลียนแบบจากพืชอย่างการทำ Vegan Salmon Roe และ Caviar เพื่อเพิ่มมิติเนื้อสัมผัสและสร้างประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหาร ซึ่งทำให้อาหารสุขภาพมีทั้งความโดดเด่นและมีมูลค่าเพิ่ม 
s__51822619_0_0
ในช่วงท้าย เชฟมังกรได้ให้คำแนะนำเชิงลึกสำหรับการเตรียมความพร้อมสู่การเป็น “สถาปนิกสุขภาพ” มืออาชีพ โดยเน้นไปที่ทักษะการควบคุมตัวแปรทางกายภาพและเคมีที่มีผลต่อความคงตัวของสารพฤกษเคมีในอาหาร ซึ่งผู้ออกแบบต้องมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการปัจจัยควบคุม ทั้งอุณหภูมิความร้อน แสงแดดและรังสี UV รวมถึงการยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชันและการรักษาสมดุลค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) เพื่อให้มั่นใจว่าคุณค่าทางโภชนาการและความสวยงามจากธรรมชาติจะถูกส่งต่อถึงมือผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
s__51822624_0_0
“แม้สีสันจากธรรมชาติจะเป็นภาษาแรกที่ทำหน้าที่สื่อสารความประทับใจ แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการนำนวัตกรรม Gastronomy Decorations เข้ามาบูรณาการมิติของกลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อาหารสุขภาพอย่างเป็นระบบ เพราะผมเชื่อมั่นเสมอว่า สี สร้างความอยากอาหาร ส่วนโภชนาการสร้างคุณค่า และการออกแบบรสชาติสร้างประสบการณ์ ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการเป็นสถาปนิกสุขภาพที่พร้อมจะยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล”
s__51822625_0_0
สำหรับหลักสูตรปรุงสุขได้ขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นมานานกว่า 3 เดือน ตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งติดอาวุธทางปัญญาผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์โภชนาการ อาหารฟังก์ชัน การสร้างแบรนด์ และนวัตกรรมธุรกิจ พร้อมระดมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของประเทศ อาทิ เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย และเชฟแดง จิตรลดา บูรณพงศ์ ร่วมกับทีมคณาจารย์ อาทิ ผศ.ดร.นพ.มาศ ไม้ประเสริฐ และ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน จากวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ CIMw-DPU ฯลฯ มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อบ่มเพาะผู้เรียนให้เป็นผู้ประกอบการสุขภาพที่พร้อมเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม Wellness ระดับโลก
s__51822628_0_0
โดยตลอดระยะเวลาของการอบรม บรรยากาศเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านโภชนาการบำบัดที่ครบวงจร สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี ผศ.ดร.พัทธนันท์ เพชรเชิดชู รองอธิการบดีสายวิชาการ ร่วมผลักดันการพัฒนาศักยภาพมนุษย์เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกต่อไป

อัลบั้มภาพ 16 ภาพ

อัลบั้มภาพ 16 ภาพ ของ DPU ปั้นสถาปนิกสุขภาพ เสริมแกร่ง Soft Power อาหารไทยเวลเนสระดับสากล ด้วยศาสตร์ ‘Flavor Design’

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล