แบรนด์ดังเฉลยแล้ว! ถ้าเราเอา "โทรศัพท์ที่ร้อนจัด" ไปใส่ไว้ในตู้เย็น จะเกิดอะไรขึ้น?

แบรนด์ดังเฉลยแล้ว! ถ้าเราเอา "โทรศัพท์ที่ร้อนจัด" ไปใส่ไว้ในตู้เย็น จะเกิดอะไรขึ้น?

แบรนด์ดังเฉลยแล้ว! ถ้าเราเอา "โทรศัพท์ที่ร้อนจัด" ไปใส่ไว้ในตู้เย็น จะเกิดอะไรขึ้น?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าหาทำ! ยัด "มือถือเครื่องร้อน" เข้าตู้เย็นหวังระบายความร้อน ดับฝันวิธีลัดระวังพังถาวรเพราะอาการช็อกความร้อน

เชื่อว่าผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนแทบทุกท่านต้องเคยประสบปัญหา "มือถือเครื่องร้อนจัด" จนเครื่องอืดหรือหน้าจอค้าง โดยเฉพาะเวลาที่ใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน เล่นเกมกราฟิกสูง หรือเปิดใช้งานกลางแดดจัดในบ้านเรา ซึ่งการปล่อยให้เครื่องร้อนเกินไปจะทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักท่องเน็ตหลายคนเกิดไอเดียสุดพิสดารด้วยการ "เอามือถือร้อน ๆ ไปแช่ในตู้เย็น" ไม่ว่าจะเป็นช่องธรรมดาหรือช่องแช่แข็งเพราะคิดว่าจะช่วยให้อุณหภูมิลดฮวบลงทันใจ

แต่ในทางวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การนำโทรศัพท์มือถือไปแช่ในตู้เย็นเพื่อดับร้อน เป็นพฤติกรรมที่อันตรายขั้นสุดและอาจทำให้มือถือราคาแพงของคุณพังพินาศในพริบตา วันนี้เราจะพาไปกางคำเตือนจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple และ Google พร้อมเฉลยเหตุผลว่าทำไมตู้เย็นถึงเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับสมาร์ทโฟน

ตู้เย็น... นรกเยือกแข็งของระบบอิเล็กทรอนิกส์

แม้หลายคนจะคิดว่าตู้เย็นคือทางลัดในการดับร้อน แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ค่ะ ข้อมูลจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) แนะนำให้ตู้เย็นตามบ้านเรือนรักษาความเย็นของช่องแช่ธรรมดาไว้ที่ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านั้น ซึ่งระดับความเย็นนี้ไม่สอดคล้องกับกลไกการทำงานของโทรศัพท์มือถือเลย

หากเรานำสมาร์ทโฟนที่กำลังร้อนระอุเข้าไปใส่ไว้ในตู้เย็น สิ่งที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ "ภาวะช็อกความร้อน" (Thermal Shock) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ต่างกันสุดขั้วอย่างฉับพลัน จะทำให้สภาพอากาศรอบตัวเครื่องกลั่นตัวกลายเป็น "หยดน้ำและความชื้นแฝง" เข้าไปเกาะอยู่ตามเมนบอร์ดและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่อง ส่งผลให้เกิดอาการกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เครื่องเปิดไม่ติด หรือสนิมกัดกินภายใน ซึ่งพังร้ายแรงกว่าการปล่อยให้เครื่องร้อนเสียอีก

กางบันทึกคำเตือนจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่ Apple และ Google

ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกได้มีการระบุข้อจำกัดของอุปกรณ์ไว้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้งานนำเครื่องไปเสี่ยงอันตราย ดังนี้

  • ค่าย Apple: ระบุว่าอุปกรณ์อย่าง iPhone และ iPad ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ดีในอุณหภูมิแวดล้อมระหว่าง 0-35 องศาเซลเซียส หากนำไปไว้ในที่ที่เย็นจัดจนเกินไป แบตเตอรี่จะเกิดอาการลดฮวบฮาบอย่างรวดเร็ว ระบบปฏิบัติการจะทำงานผิดปกติ และระบบจะสั่งล็อกไม่ให้ชาร์จไฟเข้าจนกว่าอุณหภูมิจะกลับมาเป็นปกติ
  • ค่าย Google: ได้ออกคำเตือนสำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์ Pixel ในลักษณะเดียวกันว่า ห้ามใช้งานหรือชาร์จแบตเตอรี่ในสภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หรือสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส เพราะตัวเครื่องจะเปิดระบบเซฟตี้ด้วยการดับหน้าจอ จำกัดความเร็วในการประมวลผล หรือปิดสวิตช์เครื่องเองเพื่อป้องกันความเสียหายของชิ้นส่วนภายใน

วิธีระบายความร้อนให้โทรศัพท์มือถืออย่างถูกต้องและปลอดภัย

หากโทรศัพท์มือถือของคุณเริ่มมีอาการร้อนจัดจนระบบแจ้งเตือน วิธีการแก้ไขที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุดตามหลักสากล ดังนี้

  1. หยุดใช้งานทันที: ให้ถอดสายชาร์จออก (หากกำลังชาร์จอยู่) และปิดแอปพลิเคชันทั้งหมด โดยเฉพาะแอปที่รันอยู่เบื้องหลัง รวมถึงเกมหรือแอปนำทางที่กินพลังงานสูง
  2. ถอดเคสโทรศัพท์: เคสมือถือโดยเฉพาะเคสหนา ๆ จะทำหน้าที่เหมือนผ้าห่มที่กักเก็บความร้อนเอาไว้ การถอดเคสออกจะช่วยให้ตัวเครื่องแผ่ความร้อนออกสู่หมวดอากาศได้เร็วขึ้น
  3. พึ่งพาลมธรรมชาติหรือแอร์: นำตัวเครื่องไปวางตั้งไว้หน้าพัดลม หรือวางไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้อุณหภูมิค่อย ๆ ลดระดับลงอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ห้ามนำไปอังน้ำแข็งหรือแช่ตู้เย็นเด็ดขาด

ทริกลดการสะสมความร้อนในวันที่อากาศร้อนจัด

นอกจากนี้ ในช่วงวันที่สภาพอากาศร้อนอบอ้าว ผู้ใช้งานควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อถนอมเครื่อง เช่น ลดความสว่างของหน้าจอลง เพราะหน้าจอที่สว่างจ้าคือตัวการใหญ่ที่ทำให้เครื่องร้อนและสูญเสียแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว รวมถึงห้ามพฤติกรรมเล่นมือถือไปด้วยชาร์จแบตไปด้วย และหลีกเลี่ยงการใช้สายชาร์จหรืออุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้มาตรฐานไม่มีที่มาที่ไป เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสี่ยงในการระเบิด

บทสรุปแล้ว สมาร์ทโฟนก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแลในอุณหภูมิที่พอเหมาะค่ะ การนำเครื่องไปแช่ตู้เย็นไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่คือการซ้ำเติมให้เครื่องพังไวขึ้น รู้แบบนี้แล้ว หากครั้งต่อไปเจอมือถือเครื่องร้อนจัด แค่วางพักเครื่องทิ้งไว้ในที่ร่ม เปิดพัดลมเป่าเบา ๆ เท่านี้ก็เป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานให้มือถือคู่ใจอยู่กับเราไปได้อีกนานแสนนานแล้ว!

 

แหล่งข้อมูล

  1. Apple Support: Keeping iPhone, iPad, and iPod touch within acceptable operating temperatures
  2. Google Pixel Help: Prevent your Pixel phone from getting too hot or too cold
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล