ไขความลับ "สนามบินทั่วโลก" ทำไมมักสร้างผนังเป็นกระจก? ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม!

เฉลยปริศนาสถาปัตยกรรม! ส่อง 4 ประโยชน์ "กำแพงกระจกในสนามบิน" ตัวช่วยลับลดความเครียดคนกลัวการบิน
หากคุณมีโอกาสได้เดินทางไปยังท่าอากาศยานหรือสนามบินยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภูมิของไทย หรือสนามบินชั้นนำในต่างประเทศ สิ่งหนึ่งที่จะสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือ "ผนังกระจกบานยักษ์" ที่โอบล้อมอาคารผู้โดยสารเกือบทั้งหมด ตั้งแต่โถงเช็กอิน ห้องโถงผู้โดยสารขาออก ไปจนถึงประตูทางขึ้นเครื่องบิน จนกลายเป็นภาพจำของสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น
แต่รู้ไหมคะว่า ท่ามกลางผู้โดยสารนับหมื่นแสนที่หมุนเวียนตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกใช้ "กระจก" ในพื้นที่สนามบินไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงแค่เพื่อความหรูหราอลังการหรือความสวยงามเท่านั้น แต่มันคือการคำนวณทางวิศวกรรมที่ล้ำลึก ซึ่งส่งผลต่อทั้งระบบความปลอดภัย จิตวิทยาของมนุษย์ และการประหยัดพลังงานอย่างมหาศาล วันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 4 เหตุผลเบื้องหลังกระจกบานยักษ์ในสนามบินกัน
1. ลักกี้แสงธรรมชาติ ทางลัดช่วยเซฟพลังงานขั้นสุด
สิ่งที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดในเชิงพาณิชย์คือ การที่แผงกระจกขนาดใหญ่ช่วยให้แสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้ามาภายในตัวอาคารผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการเปิดระบบไฟส่องสว่างประดิษฐ์ในช่วงเวลากลางวันลงได้อย่างมหาศาล สำหรับสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ระดับแสนตารางเมตรอย่างสนามบิน
นอกจากจะช่วยตัดงบประมาณค่าไฟลงแล้ว แสงแดดธรรมชาติยังช่วยให้มนุษย์รู้สึกผ่อนคลายและกระปรี้กระเปร่ามากกว่าแสงไฟนีออน ช่วยลดความรู้สึกอุดอู้เหนื่อยล้าจากการที่ต้องติดอยู่ภายในสนามบินเป็นเวลานาน ๆ โดยสนามบินยุคใหม่มักเลือกใช้กระจกฉนวนความร้อน (Insulated Glass) หรือกระจกเคลือบสารสะท้อนความร้อน เพื่อเปิดรับเฉพาะแสงสว่าง แต่บล็อกความร้อนไม่ให้เข้ามาภายใน อาคารระบบปรับอากาศจึงไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป
2. ลดความสับสนและคลายความวิตกกังวลให้ผู้เดินทาง
สนามบินคือศูนย์รวมของความเร่งรีบที่มีทั้งป้ายบอกทาง ประตูทางออกขึ้นเครื่อง (Gate) จุดตรวจความปลอดภัย และฝูงชนจำนวนมากที่เดินสวนกันไปมา ซึ่งมักทำให้เกิดความเครียดสะสม การออกแบบอาคารให้เป็นโถงเปิดโล่งด้วยผนังกระจกใสจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบนอก รู้ตำแหน่งของเครื่องบิน และจับทิศทางในการเดินไปยังจุดต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับอาคารทึบปิดสนิท
นอกจากนี้ ในทางจิตวิทยา การที่ผู้โดยสาร (โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งบินครั้งแรก) สามารถมองเห็นรันเวย์ เห็นเครื่องบินกำลังขึ้นและลงจอด หรือมองเห็นสภาพอากาศภายนอก จะช่วยลดความตื่นตระหนกและสร้างความรู้สึกคุ้นเคยกับมิติของพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้น ความใสของกระจกยังช่วยลวงตาให้พื้นที่ในโถงผู้โดยสารขยายกว้างขวางขึ้น ช่วยลดความอึดอัดชวนอารมณ์เสียในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีผู้โดยสารหนาแน่นได้ดีมาก
3. หูตาสับปะรด ช่วยให้เจ้าหน้าที่มอนิเตอร์สถานการณ์ได้ทันที
ในแง่ของการบริหารจัดการการบิน การสังเกตการณ์ด้วยสายตาจากพื้นที่จริงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผนังกระจกบานใหญ่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินสามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวบนลานจอดเครื่องบิน (Apron) การทำงานของรถเติมน้ำมัน รถขนถ่ายสัมภาระของผู้โดยสาร หรือขั้นตอนการซ่อมบำรุงต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกโดยไม่ต้องเดินเข้าออกอาคารบ่อย ๆ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายในอาคารก็สามารถใช้กระจกใสในการมอนิเตอร์กระแสการไหลเวียนของผู้โดยสาร ช่วยให้ตรวจพบจุดที่มีการสะสมของแถวที่หนาแน่นเกินไป หรือมองเห็นจุดที่เกิดสภาวะผิดปกติเพื่อส่งทีมรักษาความปลอดภัยเข้าคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยกระจกที่ใช้ในสนามบินจะเป็นกระจกนิรภัยหลายชั้น (Laminated Safety Glass) เกรดพิเศษที่ทนทานต่อแรงกระแทกสูงและไม่แตกกระจายออกเป็นเศษคมเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดของสนามบิน
4. ขับเคลื่อนเทรนด์สถาปัตยกรรมสีเขียวเพื่อความยั่งยืน
เทรนด์การออกแบบสนามบินยุคใหม่ทั่วโลกมักมุ่งเน้นไปที่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน กระจกจึงกลายมาเป็นวัสดุหลักที่ตอบโจทย์เพราะให้ทั้งความโมเดิร์น สวยงาม และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ในปัจจุบัน บางสนามบินเริ่มนำเทคโนโลยีกระจกอัจฉริยะ (Smart Glass) ที่สามารถปรับระดับความเข้มของสีตามความแรงของแสงแดดได้โดยอัตโนมัติมาใช้งาน ร่วมกับระบบหมุนเวียนอากาศอัจฉริยะเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมสีเขียวที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าทุกพื้นที่ในสสนามบินจะใช้กระจกใสทั้งหมดนะคะ ในจุดที่ต้องการความปลอดภัยและการรักษาความลับระดับสูง เช่น ห้องควบคุมการจราจรทางอากาศ ศูนย์ข้อมูลดาต้าเซนเตอร์ พื้นที่คัดกรองความมั่นคงขั้นสูง หรือห้องเครื่องเทคนิค ต่างก็ยังคงเลือกใช้วัสดุทึบแสงที่แข็งแรงแน่นหนาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามกฎการบินสากล
เห็นไหมคะว่า ผนังกระจกใสบานยักษ์ที่เราเดินผ่านตอนไปเช็กอินนั้น เบื้องหลังไม่ได้ถูกออกแบบมาเพียงแค่เพื่อให้แขกบ้านแขกเมืองหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเช็กอินสวย ๆ เท่านั้น แต่มันคือโครงสร้างวิศวกรรมที่ประสานประโยชน์ทั้งเรื่องการเซฟพลังงาน การคุมระบบการบิน และการดูแลสภาพจิตใจของผู้โดยสารให้ออกเดินทางได้อย่างมีความสุข รู้แบบนี้แล้ว ทริปบินครั้งต่อไปลองมองผ่านกระจกสนามบินแล้วชื่นชมความใส่ใจของผู้ออกแบบกันดู!
- หลายคนเพิ่งรู้! แอร์ฯ ไขปริศนา "สามเหลี่ยม" บนเครื่องบิน สัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร?
- คนวงในเผยเอง ทำไมไม่ควรใส่ "เลกกิ้ง" ขึ้นเครื่องบิน เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา อันตรายถึงชีวิต!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี