ไทยใช้เครื่องบิน F-16 ระหว่างการสู้รบ และพบระเบิดตกค้างในกัมพูชา จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

ไทยใช้เครื่องบิน F-16 ระหว่างการสู้รบ และพบระเบิดตกค้างในกัมพูชา จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

ไทยใช้เครื่องบิน F-16 ระหว่างการสู้รบ และพบระเบิดตกค้างในกัมพูชา จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มีการเผยแพร่ข้อมูลจากสื่อกัมพูชา โดยอ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศไทยได้ทิ้งระเบิด MK84 น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม ระหว่างการสู้รบที่ผ่านมา

พร้อมเผยแพร่ภาพวัตถุที่อ้างว่าเป็นระเบิดดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความถูกต้องของข้อมูลและที่มาของวัตถุดังกล่าว

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง : ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริง โดยศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วมด้านสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) ชี้แจงว่า ภาพที่ถูกเผยแพร่ไม่สามารถใช้ยืนยันที่มาของระเบิดได้ และลักษณะของวัตถุยังไม่สอดคล้องกับสภาพที่ควรเกิดขึ้นหากเป็นระเบิดที่ถูกปล่อยจากเครื่องบิน F-16 จริง

สภาพระเบิดไม่สอดคล้องกับการถูกทิ้งจากอากาศ

ตามคำชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากระเบิด MK84 ถูกปล่อยจากเครื่องบินรบและตกกระทบพื้น แม้จะไม่เกิดการระเบิด ตัวลำระเบิดและครีบหางก็ควรได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม วัตถุที่ปรากฏในภาพซึ่งถูกนำมาเผยแพร่กลับมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ จึงไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นระเบิดที่ถูกทิ้งจากเครื่องบิน F-16 ของไทยตามที่มีการกล่าวอ้าง

กองทัพยืนยันอาวุธทุกลูกทำงานตามภารกิจ

หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยระบุว่า ทุกภารกิจที่มีการใช้อาวุธทางอากาศ ได้มีการตรวจประเมินผลการโจมตี (Battle Damage Assessment: BDA) ซึ่งยืนยันว่าอาวุธที่ใช้สามารถทำงานได้ตามปกติ ระเบิดทำงานครบถ้วนตามวงรอบ ไม่พบกรณีระเบิดด้าน และสามารถตรวจสอบความเสียหายในพิกัดเป้าหมายทางทหารได้

การเผยแพร่ข้อมูลควรอ้างอิงหลักฐานที่ตรวจสอบได้

กองทัพไทยย้ำว่า การปฏิบัติการทางทหารดำเนินการภายใต้หลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรม พร้อมยืนยันว่าการเผยแพร่ข้อกล่าวหาหรือข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคง ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้อย่างเป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดและการบิดเบือนข้อมูล

สรุป

ข้อกล่าวอ้างที่ว่า "เครื่องบิน F-16 ของไทยทิ้งระเบิด MK84 และพบระเบิดลูกดังกล่าวตกค้างในกัมพูชา" ไม่เป็นความจริง

จากการตรวจสอบพบว่า ภาพวัตถุที่ถูกเผยแพร่ไม่สามารถยืนยันที่มาได้ อีกทั้งสภาพของวัตถุยังไม่สอดคล้องกับลักษณะของระเบิดที่ถูกปล่อยจากอากาศ ขณะที่ผลการประเมินของกองทัพอากาศไทยระบุว่า อาวุธที่ใช้ในทุกภารกิจทำงานได้ตามปกติและไม่พบกรณีระเบิดด้าน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล