ปาฏิหาริย์มีจริง! ด.ช.เหยื่อป้าสะใภ้ “ควักตา” พลิกชีวิตคว้าอันดับ 1 สอบเข้าคณะสุดหิน

โซเชียลแห่ชื่นชม! เหยื่อคดีควักตาสะเทือนขวัญในอดีต วันนี้โตเป็นหนุ่มสอบติดแพทย์ มุ่งหน้ากลับมาช่วยเด็กพิการ
โศกนาฏกรรมช็อคโลกสู่ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต: เด็กชายผู้ไร้ดวงตา คว้าท็อปประเทศสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หากย้อนกลับไปเมื่อ 13 ปีก่อน ข่าวคดีทำร้ายร่างกายเด็กที่มณฑลชานซี ประเทศจีน เคยสร้างความสะเทือนใจและทำให้น้ำตาของคนนับล้านหลั่งไหลให้กับชะตากรรมของเด็กชายวัย 6 ขวบที่ต้องสูญเสียดวงตาทั้งสองข้างไปตลอดชีวิตจากความแค้นของผู้ใหญ่ แต่ในวันนี้ เด็กชายคนเดิมได้กลับมาสร้างความตื้นตันใจให้กับคนทั้งประเทศอีกครั้ง ในฐานะผู้ชนะในชีวิตที่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้พิการด้วยคะแนนสูงถึง 721 จาก 800 คะแนน ครองอันดับหนึ่งของประเทศในสาขาที่สอบ และได้สิทธิ์เรียนควบสองปริญญา
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความมุมานะอันเหนือมนุษย์ของเด็กชายตาบอดคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังแห่งความรัก การโอบอุ้มจากสังคม และการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของครอบครัวที่เคยพังทลาย
ย้อนรอยฝันร้ายในวัย 6 ขวบ
เรื่องราวอันโหดร้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2013 ขณะที่เด็กชายในวัยเพียง 6 ขวบกำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านในมณฑลชานซี เขาถูกป้าสะใภ้ของตัวเองล่อลวงไปยังพื้นที่รกร้างและลงมืออย่างโหดเหี้ยมด้วยปมปัญหาความแค้นส่วนตัวที่มีต่อแม่ของเด็ก หลังจากก่อเหตุได้ไม่นานคนร้ายได้เสียชีวิตเพื่อหนีความผิด
แม้แพทย์จะสามารถยื้อชีวิตเด็กชายเอาไว้ได้ แต่ดวงตาทั้งสองข้างเสียหายรุนแรงจนบอดสนิทชั่วชีวิต "ตอนนั้นทุกอย่างเหมือนพังทลายลงตรงหน้า เรามืดแปดด้านและไม่รู้เลยว่าอนาคตของลูกจะเป็นอย่างไร" แม่ของเด็กชายย้อนความหลังอันขมขื่น
เมื่อคนแปลกหน้ายื่นมือเข้ามาต่อชีวิต
ท่ามกลางความมืดมิดของครอบครัว ประกายไฟแห่งความหวังจากสังคมก็เริ่มสว่างขึ้น จักษุแพทย์ชื่อดังจากฮ่องกงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยการผ่าตัดฝังดวงตาเทียมให้ฟรี เพื่อให้เด็กชายมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูปกติและเข้าสังคมได้ง่ายขึ้น จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อรองครูใหญ่ของโรงเรียนคนตาบอดในเมืองอู่ฮั่นทราบเรื่อง จึงเดินทางมาเยี่ยมที่โรงพยาบาลพร้อมพานักเรียนตาบอดมาแชร์ประสบการณ์เพื่อสร้างกำลังใจ และชวนให้ย้ายไปเรียนต่อด้วยกัน
นับจากนั้น ครอบครัวได้ย้ายไปใช้ชีวิตที่เมืองอู่ฮั่น โดยเด็กชายได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนทั้งหมดตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่เพียงแค่นั้น หน่วยงานการศึกษาและรัฐบาลท้องถิ่นยังเปิดช่องทางพิเศษเพื่อเคลียร์สิทธิ์การย้ายทะเบียนเรียนข้ามมณฑลให้ พร้อมทั้งจัดหางานให้ผู้เป็นพ่อทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียน ส่วนผู้เป็นแม่ได้รับการบรรจุเป็นครูดูแลหอพัก และยังสนับสนุนให้พี่สาวของเด็กชายได้เรียนต่อจนจบปริญญาตรีและมีงานทำที่มั่นคงในปัจจุบัน
"หากไม่ได้ย้ายมาเรียนที่นี่ ลูกชายคงต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานรับจ้างนานแล้ว เมืองนี้และโรงเรียนแห่งนี้ได้มอบชีวิตที่สองให้กับครอบครัวของเราอย่างแท้จริง" ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยความตื้นตัน
"ดนตรี" ประตูบานแรกที่เปิดใจเด็กชายผู้ปิดกั้นตัวเอง
ที่โรงเรียนคนตาบอดแห่งใหม่ เด็กชายได้พบกับคุณครูประจำชั้นคนสำคัญผู้เข้ามาเปลี่ยนชีวิต ในวันแรกคุณครูได้เล่าเรื่องราวความสำเร็จของรุ่นพี่ผู้พิการทางสายตาคนอื่นๆ เพื่อจุดประกายความเชื่อมั่นว่าชีวิตนี้ยังมีโอกาส จากเด็กที่เคยเก็บตัวเงียบและหวาดกลัวคนแปลกหน้าเนื่องจากบาดแผลในใจ เด็กชายเริ่มเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ผ่านเสียงดนตรี
เด็กชายแสดงพรสวรรค์ด้านดนตรีอย่างน่าอัศจรรย์ภายใต้การดูแลของคุณครู เขาสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าสี ขลุ่ยผิว ขลุ่ยอินเดีย กีตาร์เบส และปี่โบราณ นอกเหนือจากดนตรีแล้วเขาก็ยังชื่นชอบการเล่นหมากล้อมจีนเป็นอย่างมาก
-
ปี 2017: ได้รับเลือกเป็นมือเบสประจำวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ของโรงเรียน
-
ปี 2019: ร่วมขึ้นแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาระดับโลกที่จัดขึ้นในเมืองอู่ฮั่น
-
ปี 2022: ร่วมกับศิษย์เก่าคนอื่นๆ ตั้งวงดนตรีและปล่อยผลงานเพลงที่ร่วมกันแต่งเองขึ้นมาในชื่อ "ความอบอุ่น" ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างน่าประทับใจ
จากเด็กตาบอดสู่การเป็นท็อปของประเทศ
เส้นทางการเรียนของเด็กชายยากลำบากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เนื่องจากต้องซึมซับความรู้ทั้งหมดผ่านอักษรเบรลล์และจดจำด้วยประสาทสัมผัสทางปลายนิ้ว คุณครูประจำชั้นเล่าว่า ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย วิชาภาษาอังกฤษเคยเป็นจุดอ่อนที่สุดของเขา โดยทำคะแนนได้เพียง 80 คะแนนเท่านั้น แต่ด้วยวินัยและการฝึกฝนอย่างหนักเพียงแค่ปีเดียว เขาสามารถอัปคะแนนภาษาอังกฤษพุ่งขึ้นเป็น 129 คะแนนได้สำเร็จ
จนกระทั่งในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับผู้พิการประจำปีล่าสุด ผลคะแนนของเขาทำเอาคนทั้งประเทศต้องทึ่ง:
-
คณิตศาสตร์: 145 คะแนน
-
ภาษาจีน: 123 คะแนน
-
ภาษาอังกฤษ: 129 คะแนน
-
กายวิภาคศาสตร์: 139 คะแนน
-
เคมี: 94 คะแนน
-
ฟิสิกส์: 91 คะแนน
รวมคะแนนทั้งหมด: 721 จาก 800 คะแนน ส่งผลให้เขาคว้าอันดับหนึ่งของประเทศในสายแพทยศาสตร์สำหรับผู้พิการ และได้รับการตอบรับเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยฉางชุน (Changchun University) โดยเขาจะเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาควบ (Dual Degree) ในสาขา วิทยาการคอมพิวเตอร์ และ แพทยศาสตร์ ซึ่งถือเป็นนักเรียนผู้พิการทางสายตาเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่สามารถเรียนสองคณะที่หินขนาดนี้พร้อมๆ กันได้
ความฝันสูงสุด: ส่งต่อแสงสว่างคืนสู่สังคม
สิ่งที่ทำให้ผู้คนซาบซึ้งใจที่สุด ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขคะแนนอันสวยหรู แต่คือเป้าหมายในชีวิตของเขา โดยในระหว่างที่เดินทางไปเข้ารับการดูแลรักษาดวงตาเทียมเมื่อช่วงปีที่ผ่านมา เด็กชายเคยแชร์ความฝันไว้ว่าเขาอยากเรียนหมอเพื่อนำความรู้ไปรักษาและช่วยเหลือคนอื่น และในวันนี้หลังจากได้รับใบแจ้งผลเรียนต่อ ความตั้งใจนั้นยังคงแน่วแน่ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังฝันที่จะกลับไปเป็น "ครู" ในอนาคต
"เขาบอกกับครูเสมอว่า หลังจากเรียนจบแล้ว เขาอยากกลับมาที่โรงเรียนเดิมแห่งนี้ เพื่อช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ผู้พิการทางสายตาคนอื่นๆ เหมือนกับที่เขาเคยได้รับความรักและการโอบอุ้มจากสังคมในวันวาน" คุณครูประจำชั้นกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
จากเด็กชายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกความแค้นของผู้ใหญ่พรากแสงสว่างไปจากดวงตา วันนี้เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถเติบโตขึ้นมาเป็นแสงสว่างนำทางชีวิตให้กับผู้คนอีกมากมาย เรื่องราวของเขาเป็นข้อพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ว่า ความมีน้ำใจของคนในสังคมสามารถเปลี่ยนโศกนาฏกรรมให้กลายเป็นปาฏิหาริย์ที่งดงามได้อย่างแท้จริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี