กางสูตร "ไมโครเวฟ" อาหารแต่ละประเภท อุ่นกี่นาที? ปรากฏว่าที่ผ่านมาหลายคนตั้งค่าผิด!

ควรรู้ก่อนเวฟ! "อาหาร" แต่ละชนิดต้องใช้เวลากี่นาที? เฉลยแล้วที่ผ่านมาหลายคนตั้งค่าผิด
หากพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำครัวในยุคนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธ "เตาอบไมโครเวฟ" (Microwave) ที่ช่วยให้การอุ่นอาหาร ดื่มเครื่องดื่มร้อน ๆ หรือแม้กระทั่งการละลายน้ำแข็งจากเนื้อสัตว์แช่แข็งกลายเป็นเรื่องง่ายและประหยัดเวลา ทว่า แฟลตฟอร์มถาม-ตอบชื่อดังระดับโลกอย่าง Quora กลับพบว่ามีประเด็นใกล้ตัวประเด็นหนึ่งที่ผู้ใช้งานจำนวนมากยังคงเข้าใจผิดและตั้งคำถามเข้ามาบ่อยครั้ง นั่นคือ "เวลาที่เหมาะสมในการอุ่นอาหารแต่ละประเภทคือเท่าไหร่?"
หลายครอบครัวมักติดนิสัยตั้งเวลาและระดับความร้อนแบบ "ค่าเดียวจบ" กับอาหารทุกอย่างบนโลก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่คือวิธีที่ผิด วันนี้เราจะพาไปฟังคำแนะนำจากเชฟประสบการณ์สูงและวิศวกรไฟฟ้า พร้อมกางสูตรเวลาที่แท้จริงของอาหารแต่ละชนิดกัน
สูตรคำนวณเวลาจากผู้เชี่ยวชาญ: ปัจจัยที่คนมักมองข้าม
บิล เฟลเวลลิง (Bill Flewelling) เชฟผู้มีประสบการณ์ในวงการอาหารยาวนานกว่า 50 ปี ได้อธิบายไว้ในฟอรัม Quora ว่า ปริมาณ "น้ำตาลและไขมัน" ในอาหารคือตัวแปรสำคัญ ยิ่งอาหารมีส่วนประกอบของน้ำตาลหรือไขมันมากเท่าไหร่ เวลาที่ใช้ในไมโครเวฟจะยิ่งสั้นลงเท่านั้น เช่น ขนมมัฟฟินหรือเค้กผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ใช้เวลาอุ่นเพียง 15-20 วินาที (สำหรับเครื่องกำลังไฟ 1,200 วัตต์) ในขณะที่พาสต้าหรือมักกะโรนีอาจต้องใช้เวลา 60-90 วินาที ส่วนเมนูน้ำซุปจะขยับขึ้นไปเป็น 2-3 นาที
ทางด้าน อัลซี อามัน (Alcy Aman) วิศวกรไฟฟ้าและช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เสริมว่า นอกจากน้ำตาลและไขมันแล้ว "ความชื้นและความเย็น" ของอาหารที่เพิ่งออกจากตู้เย็นก็มีผลเช่นกัน เขาแนะนำว่า "วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือการตั้งเวลาอุ่นเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วคอยเปิดเช็กดู หากยังไม่ร้อนพอค่อยกดอุ่นต่อ"
คู่มือกางเวลา: อาหารแต่ละชนิดควรเวฟกี่นาที?
1. เมนูน้ำแกง และ ซุปต่าง ๆ
- เวลาที่เหมาะสม: 3 – 4 นาที (ระดับความร้อนปานกลาง)
- ข้อแนะนำ: ไม่ควรเวฟนานเกินไปเพราะจะทำให้คุณค่าทางอาหารและรสชาติตกหล่น ที่สำคัญ ควรใช้ฝาครอบสำหรับไมโครเวฟ หรือพลาสติกแรปที่ทนความร้อนคลุมปิดปากชามไว้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำแกงเดือดปะทุจนกระเด็นเลอะเทอะภายในตู้
2. ข้าวสวย และ ข้าวเหนียว
- เวลาที่เหมาะสม: 3 – 4 นาที (ระดับความร้อนปานกลาง-สูง หรือ สูง)
- ข้อแนะนำ: เมนูคาร์โบไฮเดรตและแป้งจัดว่ามีความปลอดภัยสูงในการเวฟ เคล็ดลับเด็ดที่แม่บ้านนิยมทำคือ ให้พรมน้ำลงไปเล็กน้อย หรือวางก้อนน้ำแข็งลงบนข้าว 1 ก้อนก่อนนำเข้าเวฟ ไอน้ำจะช่วยคืนความชุ่มชื้น ทำให้ข้าวสวยนุ่มฟูและข้าวเหนียวนุ่มมือไม่แข็งกระด้าง
3. กลุ่มเมนูเนื้อสัตว์และผัก (ของย่าง/ของทอด)
- เนื้อสัตว์และเนื้อปลา: แนะนำให้เวฟรอบแรกประมาณ 4-5 นาที ด้วยระดับความร้อนปานกลาง-สูง (ประมาณ 120 องศาเซลเซียส) หากยังร้อนไม่ทั่วถึงค่อยเวฟต่อรอบสอง เนื่องจากของย่างมักจะแห้งง่ายหลังจากถูกทิ้งไว้ เคล็ดลับคือให้ทาหรือพรมน้ำมันพืชบาง ๆ บนผิวเนื้อก่อนเวฟ จะช่วยกักเก็บความฉ่ำและรสชาติได้ดีขึ้น
- กลุ่มผักและเครื่องเคียง: ใช้เวลาสั้นกว่าเนื้อสัตว์ โดยเวฟเพียงรอบเดียวประมาณ 4-5 นาที ด้วยระดับความร้อนสูง (ประมาณ 200 องศาเซลเซียส) จะช่วยให้ผักสุกและคงความกรอบอร่อยไว้ได้
4. ของต้ม และ ของนึ่ง
- เวลาที่เหมาะสม: 2 – 3 นาที (ระดับความร้อนปานกลาง)
- ข้อแนะนำ: อาหารประเภทนี้มีความชื้นในตัวเองสูงอยู่แล้ว การใช้เวลาสั้น ๆ และความร้อนระดับกลางจะช่วยอุ่นให้ร้อนถึงเนื้อในได้โดยไม่ทำให้อาหารเละ
ลิสต์สิ่งของและอาหารที่ "ห้าม" นำเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด!
หากเราเผลอนำสิ่งเหล่านี้เข้าตู้อบไมโครเวฟ อาจทำให้อาหารเสียหาย เกิดประกายไฟ หรือปะทุระเบิดจนตัวเครื่องพังเสียหายได้:
- ไข่ทั้งฟอง (ทั้งไข่ดิบและไข่ต้มที่มีเปลือกหรือเปลือกหุ้ม): แรงดันภายในจะทำให้ไข่ระเบิดตู้พัง
- ซอสมะเขือเทศเข้มข้น: ความหนืดของซอสจะกักเก็บความร้อนจนปะทุกระเด็นเลอะเทอะ
- สัตว์ปีกหรืออาหารทะเลที่มีเปลือกแข็ง (เช่น หอย, ปู): เกิดแรงดันภายในจนเปลือกแตกกระจาย
- พืชผักผลไม้ที่มีเปลือกหนาแต่ไม่ได้เจาะรู: (เช่น มะเขือเทศ ลูกพรุน) ควรใช้ส้อมจิ้มผิวล่วงหน้าก่อนเวฟ
- ภาชนะที่มีขอบทอง ขอบเงิน หรือถ้วยฟอยล์โลหะ: สะท้อนคลื่นไมโครเวฟจนเกิดประกายไฟและไฟไหม้ได้
สรุปแล้ว ไมโครเวฟเป็นเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกได้อย่างยอดเยี่ยมหากเราเข้าใจธรรมชาติของอาหารแต่ละชนิด การสละเวลาวินิจฉัยและปรับเวลาให้เหมาะสม ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาเนื้อสัมผัสและความอร่อยของอาหารมื้อโปรดไว้ได้ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของตัวเครื่องและสร้างความปลอดภัยสูงสุดในห้องครัวของครอบครัวอีกด้วย
- ทำไม? ตรงกลางกรรไกรต้องมี "ช่องเว้าและรอยหยัก" ฟังก์ชันลับที่หลายคนไม่เคยใช้
- 4 เครื่องใช้ที่ต้อง "ถอดปลั๊ก" ทันทีหลังใช้งาน เสียบทิ้งไว้ระวังค่าไฟพุ่ง!
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี