ซักผ้าเสร็จแล้ว ควรปิดฝาเครื่องจริงไหม? ผู้ผลิตเฉลยด้วย 3 เหตุผล ทราบแล้วเปลี่ยนด่วน!
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1979/9895714/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgซักผ้าเสร็จแล้ว ควรปิดฝาเครื่องจริงไหม? ผู้ผลิตเฉลยด้วย 3 เหตุผล ทราบแล้วเปลี่ยนด่วน!

ซักผ้าเสร็จแล้ว ควรปิดฝาเครื่องจริงไหม? ผู้ผลิตเฉลยด้วย 3 เหตุผล ทราบแล้วเปลี่ยนด่วน!

แชร์เรื่องนี้

ซักผ้าเสร็จควรเปิดประตูเครื่องทิ้งไว้ไหม? ผู้ผลิตเฉลยเอง 3 เหตุผลที่ไม่ควรเปิดอ้ากว้างเกินไป

เชื่อว่าหลายคนมักจะมีพฤติกรรมความเคยชินหลังจากซักผ้าเสร็จ ด้วยการเปิดประตูเครื่องซักผ้าทิ้งไว้อ้ากว้าง ๆ เพราะคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการระบายความชื้นและป้องกันไม่ให้ถังซักมีกลิ่นอับชื้น ทว่าในความจริงแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญและแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า (AGD) ได้ออกมาให้คำแนะนำว่า พฤติกรรมยอดฮิตนี้หากทำไม่ถูกวิธี อาจส่งผลเสียต่อตัวเครื่องมากกว่าผลดี และอาจนำไปสู่อาการชำรุดเสียหายในระยะยาวได้

การดูแลรักษาเครื่องซักผ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับการระบายอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยของโครงสร้างเครื่องและสุขอนามัยภายในถังซักด้วย โดยคู่มือของเครื่องซักผ้ายุคใหม่มักจะมีข้อแนะนำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการจัดการความชื้นหลังใช้งาน เพื่อปกป้องกลไกที่ละเอียดอ่อนและยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น วันนี้เรามีข้อมูลดีๆ จากผู้ผลิตมาเล่าให้ฟังกัน

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงชอบเปิดประตูเครื่องซักผ้าทิ้งไว้หลังใช้งาน?

ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะเปิดประตูเครื่องซักผ้าทิ้งไว้ทันทีหลังสิ้นสุดรอบการซักผ้า ซึ่งถือเป็นวินัยพื้นฐานที่ทำตาม ๆ กันเพื่อหวังจะทำความสะอาดถังซักทางอ้อม ป้องกันไม่ให้เกิดเมือก เชื้อรา หรือกลิ่นอับกวนใจ เนื่องจากความชื้นที่สะสมอยู่ภายในเครื่องเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย หลายคนจึงปักใจเชื่อว่าการเปิดประตูทิ้งไว้ให้กว้างที่สุดจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานหลายท่านอาจยังไม่ทราบว่า ในความจริงแล้วการเปิดอ้าทิ้งไว้แบบสุด ๆ นั้น อาจไม่สอดคล้องกับข้อแนะนำในคู่มือการใช้งานของผู้ผลิต เนื่องจากระบบกลไกของเครื่องซักผ้ายุคปัจจุบันมีการออกแบบที่ต้องการการดูแลเฉพาะเพื่อความปลอดภัยของตัวเครื่องครับ

เจาะลึก 3 เหตุผลสำคัญ ทำไมการเปิดประตูเครื่องซักผ้ากว้างเกินไปอาจส่งผลเสีย?

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเปิดฝาเครื่องซักผ้าทิ้งไว้แบบ 180 องศา ลองมาดูเหตุผลในมุมมองของช่างเทคนิคและผู้ผลิตกันครับ:

1. เสี่ยงต่อความเสียหายเชิงกลและความทรุดโทรมของบานพับ

  • รายละเอียด: ประตูของเครื่องซักผ้า โดยเฉพาะรุ่นฝาหน้า (Front-loading) ถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักมากที่สุดของตัวเครื่อง การเปิดประตูทิ้งไว้อ้ากว้างสุดเป็นประจำจะทำให้เกิดแรงงัดและแรงกดทับสะสมที่ตัวบานพับรับน้ำหนัก เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้บานพับเกิดการบิดเบี้ยวหรือหย่อนคล้อย แม้จะเคลื่อนตัวผิดรูปไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก็อาจส่งผลให้คุณปิดประตูเครื่องยากขึ้น หรือระบบล็อกเซนเซอร์ไม่ทำงาน ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่ตามมา

2. ปัญหาสุขอนามัย สิ่งสกปรกและขนสัตว์เข้าไปสะสม

  • รายละเอียด: ถังซักที่เพิ่งซักผ้าเสร็จใหม่ ๆ จะมีความชื้นเกาะอยู่ตามผนัง หากเราเปิดฝาทิ้งไว้กว้างเกินไป ถังซักจะทำหน้าที่เหมือนแผ่นกาวดักฝุ่นละอองในอากาศ ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงขนของสัตว์เลี้ยงที่ปลิวฟุ้งอยู่ในบ้าน สิ่งสกปรกเหล่านี้จะเข้าไปเกาะติดกับความชื้นภายในถัง และเมื่อเราซักผ้าในรอบวันถัดไป สิ่งสกปรกที่สะสมไว้ก็อาจจะหลุดมาเกาะติดกับเสื้อผ้าชุดใหม่ หรือเข้าไปอุดตันที่ระบบตัวกรองน้ำทิ้งได้ง่ายขึ้น

3. ไม่ตรงตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของผู้ผลิตแบรนด์ชั้นนำ

  • รายละเอียด: แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับสากล เช่น เบโก้ (Beko), กรุนดิก (Grundig) หรือ อีเลคโทรลักซ์ (Electrolux) มักระบุไว้ในคำแนะนำการใช้งานว่า หลังจากการซักผ้าเสร็จสิ้นลง วิธีการระบายอากาศที่ถูกต้องคือการแง้มหรือเปิดประตูเครื่องรวมถึงช่องใส่ผงซักฟอกเอาไว้เพียงเล็กน้อยประมาณไม่กี่เซนติเมตร และทิ้งไว้เพียงระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อให้อากาศไหลเวียนพัดพาความชื้นออกไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้กว้าง ๆ ตลอดทั้งวัน เพื่อเป็นการเซฟตัวบานพับประตูไปในตัว

ทริกการดูแลเครื่องซักผ้าที่ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย

นอกจากการแง้มประตูไว้เพียงเล็กน้อยเพื่อให้อากาศระบายแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำเป็นประจำหลังการซักผ้าคือ การใช้ผ้าสะอาดเช็ดบริเวณขอบยางและร่องยางประตู (Gumowy kołnierz) ให้แห้งอยู่เสมอ เนื่องจากบริเวณนี้เป็นจุดอับสายตาที่มีน้ำขังสะสมอยู่มากที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นหลักของการเกิดคราบราดำที่ล้างออกยาก

สรุปแล้ว การระบายความชื้นให้เครื่องซักผ้าเป็นสิ่งที่ดีและควรทำ แต่ต้องทำอย่างพอดีโดยการแง้มฝาไว้เพียงเล็กน้อยแทนการเปิดอ้าทิ้งไว้จนสุด ผนวกกับการเช็ดทำความสะอาดขอบยางอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดโอกาสการเกิดเชื้อรา กลิ่นอับ และช่วยเซฟเครื่องซักผ้าตัวโปรดของคุณให้อยู่คู่บ้านไปได้อีกนานแสนนาน

แหล่งอ้างอิง

  1. Beko Global: ข้อมูลการดูแลรักษาและใช้งานเครื่องซักผ้าอย่างถูกวิธี
  2. Electrolux Thailand: คำแนะนำในการระบายความชื้นและทำความสะอาดถังซัก
  3. RMF FM Business & Lifestyle: นวัตกรรมและการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :rmf.fm