ปวดแขนนาน 1 ปี! สาวช็อกหมอผ่าเจอ "สิ่งมีชีวิต" ยาว 10 ซม. ซ่อนใต้ผิวหนังถึง 2 ตัว

ปวดแขนนาน 1 ปี! สาวช็อกหมอผ่าเจอ "สิ่งมีชีวิต" ยาว 10 ซม. ซ่อนใต้ผิวหนังถึง 2 ตัว

ปวดแขนนาน 1 ปี! สาวช็อกหมอผ่าเจอ "สิ่งมีชีวิต" ยาว 10 ซม. ซ่อนใต้ผิวหนังถึง 2 ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สยองขวัญก้นครัว! สาวปวดแขนนาน 1 ปี หมอผ่าเจอ "พยาธิยาว 10 ซม." ซ่อนใต้ผิวหนังเพราะเขียงอันเดียว

เพียงเพราะพฤติกรรมความเคยชินที่คิดว่า "ไม่เป็นไร" ภายในห้องครัว หญิงสาวคนหนึ่งต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดทางร่างกายยาวนานถึงหนึ่งปีเต็ม ก้อนเนื้อที่บวมเป่งบนท่อนแขนของเธอ ในท้ายที่สุดกลับกลายเป็นที่อยู่อาศัยของพยาธิปรสิตที่ยังมีชีวิตอยู่ถึง 2 ตัว!

เรื่องราวทางการแพทย์ชวนขนหัวลุกนี้ได้รับการรายงานโดยสถานีโทรทัศน์เซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งถือเป็นกระบอกเสียงสั่นกระดิ่งเตือนภัยครั้งใหญ่เกี่ยวกับปัญหาสุขอนามัยและความปลอดภัยของอาหารภายในห้องครัวของแต่ละครัวเรือน โดยทีมแพทย์และพยาบาล ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของจีน ได้ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดครั้งน่าทึ่งเพื่อช่วยเหลือคนไข้รายหนึ่งให้พ้นจากความทุกข์ทรมานที่กัดกินเธอมาตลอดทั้งปี วันนี้เรามีความจริงมาเฉลยให้ฟังกัน

จากก้อนเนื้อบวมเป่งเท่าไข่นกกระทา สู่การคีบพยาธิยาว 10 ซม.

ผู้ป่วยในเหตุการณ์นี้คือหญิงสาวแซ่วัง ย้อนกลับไปเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว เธอเริ่มสังเกตเห็นก้อนบวมเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนท่อนแขนของเธอ ในตอนแรกเริ่มอาการนี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเธอมากนัก ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ก้อนเนื้อดังกล่าวกลับค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง ก้อนที่นูนขึ้นมานั้นพองใหญ่จนมีขนาดเท่ากับ "ไข่นกกระทา" พร้อมทั้งส่งอาการปวดแปลบอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนในที่สุดความเจ็บปวดที่เกินจะแบกรับไหวได้บีบบังคับให้คุณวังต้องรีบเดินทางไปเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลประชาชนเซินเจิ้น (Shenzhen People's Hospital) มณฑลกวางตุ้ง

ที่โรงพยาบาล แห่งนี้ บรรดาแพทย์ได้ทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดและตัดสินใจลงมีดผ่าตัด ซึ่งผลลัพธ์ของการผ่าตัดรักษาในครั้งนี้ทำเอาผู้พบเห็นต้องขนลุกซู่ไปตามๆ กัน เมื่อทีมแพทย์สามารถคีบเอาพยาธิตัวกลมที่ยังมีชีวิตอยู่ (ตัวอ่อนพยาธิสปาร์กานุม/พยาธิตัวจี๊ดชนิดหนึ่ง) ซึ่งมีความยาวถึง 10 เซนติเมตร ออกมาจากส่วนลึกภายในก้อนเนื้อบนแขนของคนไข้ได้สำเร็จถึง 2 ตัว

เปิดปมพฤติกรรมพลาดมหันต์: ใช้เขียงหั่นของดิบ-ของสุกร่วมกัน

กระบวนการสืบสวนประวัติโรคได้เปิดเผยต้นตอสำคัญของโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดยคนไข้จำได้ว่าเธอรักษาวินัยในการซื้อกบสด กลับมาทำอาหารที่บ้านอยู่เป็นประจำ ทว่าความผิดพลาดร้ายแรงที่สุดคือ เธอลงมือชำแหละและสับเนื้อกบดิบบลบนเขียงอันเดียวกันกับที่เธอใช้หั่นอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรือใช้เตรียมเมนูจานเย็นในมื้อถัดไป

ตามความเห็นของแพทย์ประจำโรงพยาบาลระบุว่า มีดทำครัวและเขียงของครอบครัวคุณวังน่าจะเกิดการปนเปื้อนอย่างหนักจากตัวอ่อนพยาธิ ที่หลุดออกมาจากเนื้อกบดิบ และเมื่อเธอนำอาหารจานเย็นมาวางและหั่นบนพื้นผิวเขียงนั้นโดยตรง ตัวอ่อนพยาธิอันตรายเหล่านี้จึงแอบเกาะติดไปกับเนื้ออาหาร และเข้าสู่ร่างกายของสมาชิกในครอบครัวผ่านระบบทางเดินอาหารได้อย่างง่ายดาย

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากแผนกผิวหนังของโรงพยาบาลประชาชนเซินเจิ้น ได้ให้คำอธิบายเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะทางชีววิทยาของพยาธิชนิดนี้ว่า แตกต่างจากพยาธิทั่วไปในลำไส้ เพราะพยาธิชนิดนี้จะไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยภายในสภาพแวดล้อมของร่างกายมนุษย์ได้ ทว่าพวกมันจะคงสภาพเป็นตัวอ่อนและเดินทางคืบคลานชอนไชไปตามเนื้อเยื่ออ่อน ต่างๆ อย่างไม่มีวันสิ้นสุด เส้นทางการเดินทางของมันซับซ้อนมาก มันสามารถชอนไชลึกลงไปในชั้นผิวหนังแท้, กล้ามเนื้อ, ลูกตา, ช่องอก, เนื้อสมอง หรือแม้กระทั่งอวัยวะภายใน โดยสัญญาณเตือนที่พบบ่อยที่สุดคือการก่อตัวของก้อนเนื้อผิดปกติใต้ผิวหนังเหมือนที่คุณวังประสบเจอ

เตือนภัยความประมาทก้นครัว และเคสสะเทือนขวัญพยาธิขึ้นสมอง

คุณหมอยังได้เน้นย้ำข้อความเตือนสติที่สำคัญยิ่งว่า "อย่าปล่อยให้ความสะเพร่าภายในห้องครัวของคุณ กลายเป็นช่องโหว่ที่เปิดโอกาสให้พยาธิเข้ามาเริงร่าในร่างกาย" พฤติกรรมเสี่ยงอันตรายของคุณวังที่ใช้เขียงอันเดียวร่วมกันทั้งของดิบและของสุก ในความเป็นจริงแล้วถือเป็นพฤติกรรมที่พบเจอได้บ่อยมาก โดยประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดๆ ว่า เพียงแค่ล้างทำความสะอาดพื้นผิวเขียงด้วยน้ำยาล้างจานทั่วไปก็สามารถกำจัดไข่หรือตัวอ่อนพยาธิได้หมดสิ้นแล้ว

กรณีทางการแพทย์เกี่ยวกับพยาธิอันตรายที่ถูกดึงออกจากร่างกายมนุษย์มักตกเป็นศูนย์กลางข่าวสารในประเทศจีนอยู่บ่อยครั้ง โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทีมศัลยแพทย์อีกทีมในมณฑลกวางตุ้งก็เพิ่งทำการผ่าเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อคีบพยาธิยาว 8 เซนติเมตรออกจากสมองของผู้ป่วยหญิงรายหนึ่ง ซึ่งเธอต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพปริศนามานาน โดยคาดว่าเกิดจากพฤติกรรมความเชื่อโบราณเมื่อหลายทศวรรษก่อน เช่น การนำขากบดิบมาแปะอุดไว้ที่รูฟันคุดเพื่อรักษาอาการปวดฟัน รวมถึงการดื่มน้ำดื่มจากน้ำพุบนภูเขาโดยไม่ต้มสุก และการดื่มยาดองเหล้าดีงู/เหล้าดองงู

นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน แพทย์ก็เพิ่งผ่าตัดคีบพยาธิยาว 5 เซนติเมตรที่เข้าไปทำรังอยู่ในสมองของคนไข้ชายรายหนึ่ง ซึ่งชายคนนี้ยอมรับสารภาพว่าตนเองมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงมาก คือชอบดื่มน้ำลำธารธรรมชาติโดยไม่ผ่านการต้มหรือบำบัดใดๆ และชื่นชอบการรับประทานเมนู "ลาบเลือดหมู/ลาบดิบ" เป็นชีวิตจิตใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ ถือเป็นสิ่งเตือนใจอันทรงพลังเกี่ยวกับความสำคัญของหลักสุขอนามัยพื้นฐาน ความปลอดภัยของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับกระบวนการปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ การแยกใช้อุปกรณ์ทำครัว (มีดและเขียง) ระหว่างของดิบและของสุกอย่างเด็ดขาดภายในบ้านของคุณเอง

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล