อย่าไว้ใจเมีย! หมอแชร์เคส ชายให้เมีย "นวดคอ" สุดท้ายสมองตาย ชี้จุดอันตรายกดผิด ถึงชีวิต

หมอแชร์เคส ชายให้ภรรยา นวดคอ สุดท้ายสมองตาย เตือนคนนวดต้องรู้หลัก กดผิดจุด เสี่ยงสโตรก อันตรายถึงแก่ชีวิต
กรณีนวดคอแล้วเกิดอาการรุนแรงถูกพูดถึงอีกครั้ง หลัง นพ.ประชา กัญญาประสิทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและหลอดเลือดสมอง โพสต์เคสเตือนภัยผ่านเพจ “หมอประชาผ่าตัดสมอง” ระบุชายวัย 54 ปีให้ภรรยานวดต้นคอ ก่อนตื่นเช้ามาแขนขาอ่อนแรงข้างเดียวและพูดไม่ได้
มติชนรายงานว่า เคสดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 โดยแพทย์เตือนว่า การกดคลึงคอแรง ๆ โดยเฉพาะบริเวณที่มีหลอดเลือดสำคัญ อาจทำให้หลอดเลือดที่คอปริหรือฉีก เกิดลิ่มเลือด และนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรกได้
จากปวดเมื่อยต้นคอ สู่ภาวะสมองขาดเลือดรุนแรง
นพ.ประชาเล่าว่า ผู้ป่วยชายอายุ 54 ปี ไม่มีโรคประจำตัว รู้สึกปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ หลังรับประทานอาหารเย็นจึงให้ภรรยาช่วยนวดคลายเส้น แต่หลังนวดกลับรู้สึกเคล็ดมากขึ้น จึงเข้านอนตามปกติ
เช้าวันต่อมา ผู้ป่วยเริ่มมีอาการแขนและขาข้างขวาอ่อนแรง รวมถึงไม่พูด ญาติจึงนำส่งโรงพยาบาลประจำอำเภอ ก่อนถูกส่งต่อเพื่อรับการรักษาเพิ่มเติม โดยแพทย์ระบุว่า ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบความเสียหายรุนแรงของเนื้อสมอง
แพทย์อธิบายว่า หากเห็นบริเวณสมองที่เสียหายเป็นสีดำในภาพ CT มักสะท้อนว่าเกิดภาวะสมองขาดเลือดมานานหลายชั่วโมงแล้ว ทำให้เลยช่วงเวลาที่จะรักษาด้วยวิธีเปิดหลอดเลือดในบางกรณี เหลือเพียงการรักษาเพื่อเพิ่มโอกาสรอดและลดภาวะแทรกซ้อน

จุดอันตราย ห้ามกดคลึงแรงบริเวณคอ
นพ.ประชาระบุว่า เคสนี้เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดบริเวณคอที่ปริ แตก หรือเกิดการเซาะของผนังหลอดเลือด จนเกิดลิ่มเลือดและอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ภาวะลักษณะนี้เรียกว่า Carotid Artery Dissection หรือภาวะหลอดเลือดคาโรติดฉีกเซาะ
บริเวณที่ควรระวังเป็นพิเศษคือด้านหน้าลำคอ ซึ่งมีหลอดเลือดคาโรติดเป็นเส้นเลือดสำคัญที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง รวมถึงบริเวณท้ายทอยและด้านข้างคอที่มีหลอดเลือดสำคัญเช่นกัน การนวด กด คลึง บิด หรือสะบัดคอแรง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเล่น ๆ โดยไม่มีความรู้ด้านกายวิภาค

Carotid Artery Dissection คืออะไร
ข้อมูลจาก Cleveland Clinic ระบุว่า ภาวะหลอดเลือดคาโรติดฉีกเซาะเกิดขึ้นเมื่อผนังด้านในของหลอดเลือดคาโรติดมีรอยฉีก ทำให้เลือดเข้าไปแทรกในผนังหลอดเลือด เกิดการตีบหรืออุดตัน และอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองได้
อาการอาจแตกต่างกันไป ตั้งแต่อาการปวดบริเวณตา ใบหน้า ศีรษะ หรือคอ ไปจนถึงอาการคล้ายสโตรก เช่น อ่อนแรงหรือชาครึ่งซีก พูดไม่ชัด สับสน หรือทรงตัวผิดปกติ ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหลังนวดคอ ไม่ควรรอดูอาการเอง
สัญญาณสโตรกที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล
อาการแขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ได้ หรือพูดไม่ชัด เป็นสัญญาณสำคัญของโรคหลอดเลือดสมอง ข้อมูลจาก CDC ระบุว่า อาการสโตรกมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน เช่น หน้าเบี้ยว แขนหรือขาอ่อนแรง โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย สับสน พูดลำบาก มองเห็นผิดปกติ เดินเซ เวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์แนะนำให้สังเกตสัญญาณ BEFAST ได้แก่ การทรงตัวผิดปกติ ตามัวหรือมองเห็นผิดปกติ หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดผิดปกติ และเวลาเริ่มมีอาการ โดยหากสงสัยว่าเป็นสโตรก ควรรีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหรือโทร. 1669 ทันที
นวดคอได้ไหม ต้องระวังอย่างไร
การนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออาจช่วยลดอาการตึงเมื่อยได้ในบางคน แต่บริเวณคอเป็นพื้นที่ที่มีหลอดเลือด เส้นประสาท และโครงสร้างสำคัญจำนวนมาก จึงไม่ควรนวดแรง กดลึก บิดคอ หรือคลึงตรงตำแหน่งเส้นเลือดโดยไม่มีความชำนาญ
หากมีอาการปวดคอเรื้อรัง ปวดร้าวลงแขน ชา อ่อนแรง เวียนศีรษะ ปวดศีรษะรุนแรง หรือเคยมีโรคหลอดเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนวด ไม่ควรให้คนใกล้ตัวกดคลึงแรง ๆ เพราะอาจพลาดโดนตำแหน่งอันตรายได้
- หลีกเลี่ยงการกดแรงบริเวณด้านหน้าลำคอ
- ไม่บิด สะบัด หรือดัดคออย่างรุนแรง
- ไม่นวดซ้ำหากหลังนวดรู้สึกปวดมากขึ้น เคล็ดมากขึ้น หรือมีอาการผิดปกติ
- เลือกผู้ให้บริการที่ผ่านการอบรมและรู้ตำแหน่งที่ควรหลีกเลี่ยง
- หากมีอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือทรงตัวผิดปกติ ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
สรุป ปวดคออย่ากดคลึงแรงโดยไม่รู้จุด
เคสชายวัย 54 ปีที่เกิดภาวะรุนแรงหลังนวดต้นคอ เป็นอุทาหรณ์ว่า การนวดคอไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะการกดคลึงแรงในจุดที่มีหลอดเลือดสำคัญ เพราะอาจนำไปสู่หลอดเลือดฉีกเซาะ ลิ่มเลือดอุดตัน และสโตรกได้
หากปวดเมื่อยคอ ควรเลือกวิธีดูแลที่ปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการกดจุดอันตราย ส่วนอาการแขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หน้าเบี้ยว หรือเวียนศีรษะรุนแรงหลังนวด เป็นสัญญาณฉุกเฉินที่ไม่ควรรอ เพราะโรคหลอดเลือดสมองต้องแข่งกับเวลา ยิ่งถึงโรงพยาบาลเร็ว โอกาสรักษาและลดความพิการยิ่งมากขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

