ตื่นเช้ามาแล้ว "เจ็บเท้า" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง หมอเฉลยเกิดอะไรขึ้นตอนเราหลับ?

ตื่นเช้ามาแล้ว "เจ็บเท้า" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง หมอเฉลยเกิดอะไรขึ้นตอนเราหลับ?

ตื่นเช้ามาแล้ว "เจ็บเท้า" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง หมอเฉลยเกิดอะไรขึ้นตอนเราหลับ?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตื่นเช้ามาแล้ว "เจ็บเท้า" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง หมอเฉลยสาเหตุ เกิดอะไรขึ้นตอนเราหลับ?

สำหรับคนที่ไม่ชอบตื่นเช้า การต้องลุกจากที่นอนก็เป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว แต่ต่อให้คุณจะเป็นคนที่ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่นและเต็มไปด้วยพลังงาน อาการทางสุขภาพนี้ก็อาจจะทำลายเช้าวันใหม่ที่สดใสของคุณได้เช่นกัน นั่นคือ "อาการปวดเท้าทันทีหลังตื่นนอน"

แมเรียน เยา (Marion Yau) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเท้า (Podiatrist) เปิดเผยว่า เธอมีคนไข้จำนวนมากที่เข้ามาปรึกษาด้วยอาการเจ็บเท้าตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากเตียง ซึ่งสำหรับบางคนมันอาจเป็นแค่ความรำคาญใจเล็กๆ น้อยๆ แต่สำหรับอีกหลายคน มันเป็นอาการที่รุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลยทีเดียว

เท้าของเราอาจจะดูไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันเป็นส่วนประกอบที่รวมเอาโครงสร้างต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเอ็นยึดข้อต่อรวมกันกว่า 100 ชิ้น รวมถึงกระดูกอีก 26 ชิ้น และข้อต่ออีก 33 ข้อ เรียกได้ว่าเป็นส่วนที่มีกลไกการเคลื่อนไหวเยอะมาก

สาเหตุหลัก: โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (รองช้ำ)

หมอเยาได้แชร์ว่า สาเหตุรากเหง้าที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดเท้าตอนเช้าก็คือ โรคพังผืดใต้ฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciopathy) หรือที่คนไทยคุ้นเคยในชื่อ "โรครองช้ำ"

หลายคนอาจจะรู้สึกย้อนแย้งว่า 'เราก็นอนราบอยู่เฉยๆ ตั้งนาน ทำไมเท้าถึงมาเจ็บเอาตอนเช้า?' ซึ่งหมอเยาได้อธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ไว้ได้อย่างชัดเจนว่า:

เวลาที่นอนหลับ ปลายเท้าของเราจะทิ่มลงโดยธรรมชาติ เรียกว่า Plantar flexion หรือท่าที่ปลายเท้าเหยียดลง คล้ายเวลาจิกปลายเท้า ซึ่งการค้างอยู่ในท่านี้หลายชั่วโมงจะทำให้พังผืดใต้ฝ่าเท้าหดสั้นลง

"พอถึงเวลาที่นาฬิกาปลุกดัง เนื้อเยื่อตรงนั้นจะตึงตัวขึ้นอย่างมาก และในวินาทีที่คุณหย่อนก้าวแรกเตะพื้น พังผืดที่เคยหดตัวอยู่จะถูกกระชากให้ยืดออกเพื่อรองรับน้ำหนักตัวทั้งหมดทันที นั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกเจ็บแปลบเหมือน 'เหยียบเศษแก้ว' ตั้งแต่ก้าวแรกของวัน"

ปัจจัยร่วมอื่นๆ ที่ทำให้ปวดเท้า

นอกจากเรื่องพังผืดหดตัวแล้ว หมอเยายังชี้ว่ามีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น:

  • ภาวะเท้าแบนเข้าด้านในเกินไป (Over-pronation): คือลักษณะที่ฝ่าเท้าบิดหรือล้มเข้าด้านในมากเกินไปในเวลาเดิน ซึ่งจะทำให้ส่วนโค้งของฝ่าเท้าราบลง และไปดึงรั้งพังผืดให้ยืดเกินขอบเขตที่ขยับได้สบาย

  • กล้ามเนื้อน่องตึง: ปัญหาเรื่องตึงน่องสั้นๆ แค่นี้ก็ส่งผลได้ เพราะเมื่อข้อเท้าขยับได้ไม่ยืดหยุ่น ทุกครั้งที่คุณก้าวเดิน มันจะเกิดแรงตึงสะท้อนไปที่พังผืดใต้ฝ่าเท้าเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ

วิธีรับมือเบื้องต้น สำหรับใครที่มีอาการนี้ หมอเยาแนะนำแนวทางง่ายๆ ในการดูแลตัวเองเบื้องต้น คือ การพักการใช้งานเท้า (ไม่เดินหรือยืนนานเกินไป) ควบคู่ไปกับการ เลือกสวมใส่รองเท้าที่ซัพพอร์ตและรองรับแรงกระแทกได้ดี ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล