ความจริงสะเทือนขวัญหลังใบหน้าสวย! คุก 23 ปี สองเน็ตไอดอลโหด "คดีฆ่า 11 เมตร"

คุก 23 ปี สองเน็ตไอดอลหญิงญี่ปุ่น คดีฆ่าเด็กมัธยมวัย 17 ผลักตกสะพานสยองชนวนแค่โอนเงินพลาด
บทพิพากษาคดีสะเทือนขวัญ "สะพานผีสิง" ศาลญี่ปุ่นสั่งคุก 23 ปี เน็ตไอดอลสาวร่วมสังหารโหด นร.มัธยมวัย 17 บังคับแก้ผ้ากราบ-ไลฟ์สดรุมซ้อม ชนวนเหตุแค่โอนเงินพลาด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานบทสรุปของคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญที่สร้างความตื่นตระหนกและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในสังคมญี่ปุ่น จากกรณีการเสียชีวิตของเด็กสาวนักเรียนมัธยมปลายวัย 17 ปี ณ เมืองอาซาฮิกาวะ จังหวัดฮอกไกโด
ล่าสุดศาลท้องถิ่นอาซาฮิกาวะได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 23 ปี แก่นางสาวยูคะ โคนิชิ (Yuka Konishi) อายุ 20 ปี (อายุ 19 ปีขณะก่อเหตุ) หนึ่งในผู้ต้องหาหลักในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ขณะที่นางสาวริฮุ อุจิดะ (Rihu Uchida) อายุ 22 ปี ตัวการใหญ่ของคดีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีขั้นต่อไป ทว่าสิ่งที่สังคมให้ความสนใจนอกเหนือจากโทษทัณฑ์คือความโหดเหี้ยมของพฤติกรรม และชนวนเหตุที่เกิดขึ้นจากเรื่องเพียงเล็กน้อย
ชนวนเหตุจาก "รูปภาพบนโซเชียล" สู่การทวงหนี้ข้ามเมือง
รายงานการสืบสวนระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 โดยมีชนวนเหตุเริ่มต้นเพียงเพราะ นางสาวมูรายามะ สึกิ (Murayama Tsuki) อายุ 17 ปี นักเรียนมัธยมปลายผู้เสียชีวิต ได้นำภาพถ่ายของนางสาวริฮุ อุจิดะ ไปใช้บนสื่อสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้อุจิดะไม่พอใจเป็นอย่างมาก และได้ทำการขู่กรรโชกทรัพย์จากผู้เสียชีวิตเป็นเงินจำนวน 100,000 เยน (ประมาณ 23,000 บาท) เพื่อเป็นค่าเสียหาย ทางด้านผู้เสียชีวิตพยายามที่จะโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-money) ให้เพื่อยุติปัญหา แต่ระบบเกิดข้อผิดพลาดส่งผลให้การโอนเงินไม่สำเร็จ
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นให้อุจิดะเพิ่มมากขึ้น เธอพร้อมด้วยนางสาวยูคะ โคนิชิ และกลุ่มวัยรุ่นรวม 4 คน จึงได้วางแผนนัดเจอผู้เสียชีวิตที่จุดพักรถในเมืองรูโมอิ ก่อนจะร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวและบังคับให้ผู้เสียชีวิตขึ้นรถยนต์ เดินทางข้ามเมืองเป็นระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่เมืองอาซาฮิกาวะ
บังคับแก้ผ้ากราบ-วิดีโอคอลประจาน ก่อนผลักตกสะพานลี้ลับ
พยานหลักฐานในชั้นศาลเปิดเผยถึงความรุนแรงที่ผู้เสียชีวิตได้รับอย่างทารุณ โดยในระหว่างการกักขัง นางสาวอุจิดะได้บังคับให้ผู้เสียชีวิตเปลื้องผ้าทั้งหมดและกราบขอขมา (โดเกะซะ) พร้อมทั้งบันทึกภาพวิดีโอเก็บไว้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเปิดระบบวิดีโอคอล (Video Call) ไปหากลุ่มเพื่อนเพื่อถ่ายทอดสดเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตอย่างคึกคะนอง
อุจิดะให้การยอมรับต่อพนักงานสอบสวนว่า "ฉันตั้งใจจะไปรุมซ้อมเธอที่เมืองอาซาฮิกาวะอยู่แล้ว พอฉันบอกยูคะ (โคนิชิ) ว่าฉันจะลงมือนะ ยูคะก็ตอบกลับมาทันทีว่า 'หนูอยากทำด้วยค่ะ'"
กลุ่มผู้ต้องหาได้นำตัวผู้เสียชีวิตไปยังสะพานข้ามแม่น้ำอิชิการิ ในบริเวณพื้นที่ "คามูอิโคตัน" (Kamui Kotan) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดชมวิวที่มีร่องน้ำเชี่ยวและโขดหินหนาแน่น ก่อนจะร่วมกันบังคับให้เด็กสาวขึ้นไปนั่งบนราวสะพาน และลงมือผลักเธอให้ร่วงหล่นลงไปจากความสูงกว่า 11 เมตร ร่างของผู้เสียชีวิตกระแทกเข้ากับผิวน้ำและโขดหินอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คนท้องถิ่นรู้จักกันดีในฐานะสถานลี้ลับและจุดลองของยามค่ำคืน
กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์และบทเรียนทางจริยธรรม
คดีดังกล่าวได้รับการอัปเดตกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) เนื่องจากทันทีที่ภาพถ่ายการควบคุมตัวและภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ของผู้ต้องหาหญิงทั้งสองถูกเผยแพร่ ได้เกิดกระแสบนโลกออนไลน์ที่มีชาวเน็ตบางส่วนแสดงความเห็นในเชิง "เสียดายอนาคตและหน้าตา" ของผู้ต้องหา โดยมองว่าทั้งคู่มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดีและอายุยังน้อย ไม่ควรต้องมาหมดอนาคตในเรือนจำยาวนานถึง 23 ปี
ความเห็นดังกล่าวชะล้างบรรทัดฐานสังคมและจุดชนวนให้เกิดการตีกลับจากสาธารณชนส่วนใหญ่ทันที โดยกระแสสังคมมองว่าการแสดงความสงสารอาชญากรที่ปราศจากความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์เป็นความเสื่อมถอยทางศีลธรรมอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูดีไม่สามารถใช้เป็นสิ่งลดทอนความผิดจากการพรากชีวิตเด็กสาววัย 17 ปีได้อย่างโหดเหี้ยม คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสังคมเกี่ยวกับปัญหาการบูลลี่ การใช้ความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่น และความเสื่อมทรามทางจริยธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
- แฟนคลับช็อก สาวคนดังลงคลิปเล่นเปียโน อ้าขาโชว์ส่วนลับ หนุ่มๆ สุดทนไล่ไป OnlyFans
- โซเชียลอึ้ง สาวจีนฉายา "เจ้าสาวสวยที่สุด" ร้องไห้เผยสามีมีชู้ ทั้งที่เพิ่งแต่งงาน 2 เดือน

อัลบั้มภาพ 13 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


