ดื่มกาแฟทุกวันส่งผลต่อไตอย่างไร? ผู้เชี่ยวชาญชี้ ตัวเลขลดความเสี่ยง 15% ที่คอกาแฟต้องรู้

ดื่มกาแฟทุกวันส่งผลต่อไตอย่างไร? ผู้เชี่ยวชาญชี้ ตัวเลขลดความเสี่ยง 15% ที่คอกาแฟต้องรู้

ดื่มกาแฟทุกวันส่งผลต่อไตอย่างไร? ผู้เชี่ยวชาญชี้ ตัวเลขลดความเสี่ยง 15% ที่คอกาแฟต้องรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คอกาแฟมีเฮ! ผลวิจัยเผยดื่มกาแฟทุกวันช่วยเซฟ 'ไต' ลดความเสี่ยงภาวะไตวายเฉียบพลันได้ถึง 15%

เครื่องดื่มแก้วโปรดกับคุณประโยชน์ต่ออวัยวะภายใน

สำหรับคนวัยทำงาน การดื่มกาแฟในตอนเช้ากลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้เพื่อช่วยปลุกร่างกายให้ตื่นตัวและเพิ่มพลังในการทำงาน แต่รู้หรือไม่ว่านอกจากเรื่องของการเติมพลังงานแล้ว การดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่พอดี ยังส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะอวัยวะสำคัญอย่าง "ไต" ซึ่งล่าสุดมีรายงานทางการแพทย์ออกมายืนยันว่า เครื่องเทศและเครื่องดื่มชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้สูงสุดถึง 15%เลยทีเดียว

เผยผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยระดับโลก Johns Hopkins Medicine

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันการแพทย์จอห์นส ฮอปกินส์ (Johns Hopkins Medicine) ได้ทำการศึกษาและค้นพบข้อมูลสำคัญที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2022 ระบุว่า การบริโภคกาแฟในปริมาณที่เหมาะสม หรือได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน ถือว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกายของคนส่วนใหญ่ และสารสกัดในกาแฟยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคไตในขั้นรุนแรงได้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติพบตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้:

  • ดื่มกาแฟ 1 แก้วต่อวัน: ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury - AKI) ได้ประมาณ 15%

  • ดื่มกาแฟ 2-3 แก้วต่อวัน: สามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงลงได้มากยิ่งขึ้นถึง 22-23%

ดร. ชิรัก ปาริค (Dr. Chirag Parikh) ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการแผนกโรคไตแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า "แม้ว่าในอดีตเราจะพอทราบกันดีอยู่แล้วเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของการดื่มกาแฟในการช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวานประเภทที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคตับ แต่ในปัจจุบันเราสามารถเพิ่มคุณประโยชน์ในการลดความเสี่ยงต่อภาวะไตวายเฉียบพลันเข้าไปในรายการข้อดีของการดื่มกาแฟได้เพิ่มอีกหนึ่งประการ"

กลไกการทำงาน: กาแฟเข้าไปช่วยปกป้องไตได้อย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สำหรับกลุ่มคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเป็นปกติอยู่แล้ว การดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยเข้าไปปรับปรุงระบบไหลเวียนโลหิต (Blood Perfusions) ทำให้นำส่งเลือดไปเลี้ยงไตได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เซลล์ไตสามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยทีมนักวิจัยชี้ว่า ผลลัพธ์อันน่าทึ่งนี้ไม่ได้มาจากสารคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Bioactive Compounds) ตัวอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ผสมอยู่ในเมล็ดกาแฟธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ทีมแพทย์ยังคงต้องทำการศึกษาเชิงลึกต่อไปเพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัดในอนาคต

ปริมาณที่ปลอดภัยใน 1 วัน ควรกินเท่าไหร่?

เกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์ระบุว่า ปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายรับได้โดยปลอดภัยคือไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบเท่ากับการดื่มกาแฟสดประมาณ 3-4 แก้ว หากบริโภคเกินกว่าปริมาณนี้อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ไวต่อสารคาเฟอีน

กลุ่มบุคคลที่ต้องระวัง และควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ

แม้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ในการปกป้องและบำรุงไต แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน กลุ่มผู้ป่วยหรือผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ควรจำกัดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงตามคำแนะนำของแพทย์:

  1. ผู้ป่วยโรคหัวใจ, โรคตับ, โรคถุงน้ำดี และผู้ป่วยโรคไตในระยะรุนแรง

  2. ผู้ที่มีภาวะความดันในลูกตาสูงหรือโรคต้อหิน

  3. ผู้ป่วยโรคโรคลมบ้าหมู (Epilepsy) และผู้ที่มีอาการวิตกกังวลหรือตื่นตระหนกง่าย

  4. สตรีมีครรภ์และสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร รวมถึงเด็กและเยาวชน

  5. ผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะอาหาร และกลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS)

  6. ผู้ที่มีภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน (Overactive Bladder) และผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรัง

(หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อจัดทำเป็นข้อมูลความรู้และส่งเสริมการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ได้ หากท่านมีโรคประจำตัวหรือปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคไต ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้โดยตรง)

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล