เปิดคำตอบจากกูรู ควรล้าง "กระบอกน้ำ" บ่อยแค่ไหน ใส่แต่น้ำเปล่าก็ต้องล้างหรือไม่?

เปิดคำตอบจากกูรู ควรล้าง "กระบอกน้ำ" บ่อยแค่ไหน ใส่แต่น้ำเปล่าก็ต้องล้างหรือไม่?

เปิดคำตอบจากกูรู ควรล้าง "กระบอกน้ำ" บ่อยแค่ไหน ใส่แต่น้ำเปล่าก็ต้องล้างหรือไม่?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กด่วนก่อนยกดื่ม! 5 สัญญาณเตือน กระบอกน้ำคู่ใจกลายเป็น "รังแบคทีเรีย" โดยไม่รู้ตัว

กระบอกน้ำพกพา หรือ แก้วเก็บอุณหภูมิ กลายเป็นของติดตัวของหลายคน ไม่ว่าจะพกไปทำงาน ไปออกกำลังกาย หรือวางไว้ข้างตัวตลอดวันเพื่อเตือนให้ดื่มน้ำมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากเติมน้ำบ่อยแต่ไม่ล้างให้ถูกวิธี กระบอกน้ำอาจกลายเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียจำนวนมากโดยไม่รู้ตัว

ทำไมกระบอกน้ำพกพาถึงมีแบคทีเรียได้?

ดร. บรูโน ซิลเวสเตอร์ โลเปส อาจารย์อาวุโสด้านจุลชีววิทยา จาก Teesside University อธิบายว่า แบคทีเรียสามารถเติบโตในกระบอกน้ำได้จากความชื้น ความอุ่น และสารอาหารจากน้ำลายหรือคราบเครื่องดื่มที่หลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะบริเวณปากกระบอก ฝา หลอด ซีลยาง และร่องต่าง ๆ ที่มักเก็บความชื้นไว้ได้นาน

ทุกครั้งที่เราดื่มน้ำจากกระบอก แบคทีเรียจากปากและมืออาจถูกส่งเข้าไปสะสมภายใน เมื่อรวมกับความชื้นที่ค้างอยู่ จึงเกิดเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเติบโตของจุลินทรีย์ หากไม่ได้ล้างเป็นประจำ อาจเกิดคราบลื่นหรือไบโอฟิล์ม ซึ่งเป็นชั้นเหนียวที่แบคทีเรียเกาะตัวกันและทำความสะอาดได้ยากขึ้น

สัญญาณเตือนว่ากระบอกน้ำควรล้างหรือเปลี่ยนใหม่

แบคทีเรียไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเสมอไป แต่มีสัญญาณบางอย่างที่บอกได้ว่ากระบอกน้ำอาจเริ่มไม่สะอาดแล้ว หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบล้างให้สะอาด หรือพิจารณาเปลี่ยนใหม่หากคราบไม่สามารถกำจัดออกได้

  • มีกลิ่นอับ กลิ่นเปรี้ยว หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • มีคราบลื่นบริเวณด้านใน ฝา หรือปากกระบอก
  • น้ำที่เพิ่งเติมใหม่ดูขุ่นผิดปกติ
  • มีคราบดำหรือเขียวคล้ายเชื้อรา
  • กระบอกมีรอยแตก รอยขีดข่วน หรือคราบฝังแน่น

ใส่แต่น้ำเปล่าก็ต้องล้างหรือไม่?

แม้จะใช้กระบอกสำหรับน้ำเปล่าเท่านั้น ก็ยังจำเป็นต้องล้างเป็นประจำ เพราะแบคทีเรียจากปาก มือ และสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าสู่กระบอกได้ทุกครั้งที่ใช้งาน ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความชื้นที่หลงเหลืออยู่ภายในกระบอกยังคงส่งเสริมการเติบโตของจุลินทรีย์ได้ โดยเฉพาะหากเติมน้ำซ้ำโดยไม่ล้างก่อน

จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือฝา หลอด กลไกเปิด-ปิด เกลียวฝา และซีลยาง เพราะเป็นบริเวณที่มักมีซอกเล็ก ๆ และเก็บความชื้นได้ง่าย หากปล่อยไว้นาน อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราและแบคทีเรียได้มากกว่าที่คิด

แบคทีเรียเติบโตเร็วแค่ไหนในกระบอกน้ำ?

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แบคทีเรียสามารถเริ่มเพิ่มจำนวนได้ภายในเวลาไม่นาน และอาจเพิ่มเป็นจำนวนมากภายใน 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในสภาพอากาศอุ่น หรือเมื่อกระบอกมีคราบน้ำหวาน เครื่องดื่มมีน้ำตาล หรือคราบอาหารปนอยู่ ดังนั้นการทิ้งกระบอกน้ำไว้ในรถ กระเป๋ายิม หรือที่ร้อนเป็นเวลานาน จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของจุลินทรีย์

จุลินทรีย์ที่พบได้ในกระบอกน้ำที่ทำความสะอาดไม่ดี เช่น E. coli, Staphylococcus, Pseudomonas รวมถึงเชื้อรา โดยคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรงอาจไม่ได้ป่วยทันที แต่สำหรับผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือมีอาการทางระบบทางเดินอาหารได้มากกว่า

iStockphoto

ควรล้างกระบอกน้ำบ่อยแค่ไหน?

คำแนะนำที่ปลอดภัยคือควรล้าง กระบอกน้ำใช้ซ้ำ ทุกวันด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ โดยเฉพาะหลังใช้งานเสร็จ ควรเทน้ำที่เหลือออกและล้างก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ ไม่ควรแค่เขย่าน้ำแล้วเททิ้ง เพราะอาจยังเหลือคราบและแบคทีเรียอยู่ตามซอกต่าง ๆ

  • ล้างด้วยน้ำอุ่นและน้ำยาล้างจานทุกวัน
  • ใช้แปรงล้างขวดทำความสะอาดด้านในทุก 2–3 วัน
  • ถอดฝา หลอด ซีลยาง และชิ้นส่วนที่ถอดได้มาล้างแยก
  • ฆ่าเชื้อสัปดาห์ละครั้ง หากวัสดุของกระบอกรองรับ
  • หลีกเลี่ยงฝอยเหล็กหรือสารขัดแรง ๆ ที่อาจทำให้พื้นผิวเป็นรอย

วัสดุของกระบอกน้ำก็สำคัญ

กระบอกน้ำสแตนเลสและแก้วเก็บอุณหภูมิมักถูกมองว่าดูแลสุขอนามัยได้ง่ายกว่าพลาสติก เพราะพื้นผิวทนทานและไม่เกิดรอยขีดข่วนง่ายเท่าพลาสติก อย่างไรก็ตาม กระบอกที่มีหลอด ซีลยาง คอแคบ หรือฝาที่มีหลายชิ้นส่วน อาจทำความสะอาดยากกว่า หากล้างไม่ทั่วถึงก็ยังเสี่ยงสะสมคราบและแบคทีเรียได้เช่นกัน

หากกระบอกมีกลิ่นติดหรือคราบฝังแน่น อาจใช้เบกกิงโซดา น้ำส้มสายชูขาว หรือน้ำมะนาวช่วยทำความสะอาดเป็นครั้งคราว แต่ควรตรวจสอบคำแนะนำของผู้ผลิตก่อนเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อวัสดุและผิวเคลือบของกระบอก

สรุป ล้างกระบอกน้ำทุกวันช่วยลดความเสี่ยงแบคทีเรีย

กระบอกน้ำพกพา ช่วยให้เราดื่มน้ำได้สะดวกและลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง แต่ต้องดูแลความสะอาดควบคู่กันไปด้วย การล้างกระบอกน้ำทุกวันและทำความสะอาดจุดที่เข้าถึงยากอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย กลิ่นไม่พึงประสงค์ และคราบที่อาจกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

  1. LADbible
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล