ผลไม้หวานเจี๊ยบกินได้ไหม? หมอเผย 9 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผลไม้ อย่าให้ลิ้นหลอก

ผลไม้หวานเจี๊ยบกินได้ไหม? หมอเผย 9 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผลไม้ อย่าให้ลิ้นหลอก

ผลไม้หวานเจี๊ยบกินได้ไหม? หมอเผย 9 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผลไม้ อย่าให้ลิ้นหลอก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ผลไม้หวานเกิน" จนไม่กล้ากิน? แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเคลียร์ชัด "9 ความเชื่อผิดๆ" เตือนอย่าปล่อยให้ลิ้นหลอก

หลายคนใฝ่ฝันอยากมีสุขภาพดีและหุ่นฟิตเฟิร์ม แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ "ผลไม้" กลับกลายเป็นจำเลยสังคมที่หลายคนพยายามหลีกเลี่ยง เพราะกลัวว่าจะทำให้อ้วนขึ้นหรือทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูด ยิ่งไปกว่านั้น แพทย์หรือนักโภชนาการบางคนยังคอยตักเตือนผู้ป่วยว่า "ห้ามกินผลไม้เด็ดขาด" อีกด้วย

เรื่องนี้ทำให้ นพ.ไช่ หมิงเจี๋ย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ เมตาบอลิซึม และโรคอ้วน จากไต้หวัน ออกมาโรงเคลียร์ชัด พร้อมชวนทุกคนมาทำลายความกลัวด้วยการสะกิดเตือนให้เลิกเอา "น้ำตาลในผลไม้ที่เป็นอาหารธรรมชาติ (Whole Food)" ไปเหมารวมกับ "น้ำเชื่อมแปรรูป" ในเครื่องดื่มชง

และนี่คือการปลดล็อก 9 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผลไม้ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดกัน

1. ดื่มน้ำผลไม้คั้นสดร้อยเปอร์เซ็นต์ มีค่าเท่ากับการกินผลไม้สด?

ไม่จริงเลย! การคั้นผลไม้ออกมาเป็นน้ำจะทำให้เราสูญเสียสารอาหารและกากใยอาหาร (Dietary Fiber) ไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลได้เร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว จนระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งทะยานราวกับนั่งรถไฟเหาะ นอกจากนี้ หากเรากินส้มสดๆ แค่ 2 ลูกก็รู้สึกอิ่มท้องแล้ว แต่น้ำส้มคั้นเพียง 1 แก้ว กลับต้องใช้ส้มมากถึง 5 ลูกเป็นอย่างต่ำ จำทริคง่ายๆ ไว้ว่า "ให้เคี้ยวผลไม้ แต่อย่าดื่มน้ำผลไม้"

iStockphoto

2. กินผลไม้ตอนเช้ามีค่าเท่ากับทองคำ กินตอนเย็นมีค่าเท่ากับขยะ?

สำหรับคนปกติทั่วไปแล้ว "เวลาในการกินไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ปริมาณรวมที่กินทั้งวันต่างหากคือหัวใจหลัก" ตราบใดที่คุณยึดหลักการโภชนาการง่ายๆ คือ "กินครั้งละประมาณ 1 กำปั้นมือ และกินวันละ 2 ครั้ง" เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าปริมาณน้ำตาลและสารอาหารรวมจะเกินขนาดแล้ว

3. กินผลไม้บ่อยๆ จะทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ?

ความเชื่อนี้ถูกแค่ครึ่งเดียว! ภาวะไขมันพอกตับจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณ "กินในปริมาณที่มากเกินไปเท่านั้น" ในทางกลับกัน หากเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ สารต้านอนุมูลอิสระและกากใยอาหารในผลไม้จะมีส่วนช่วยปกป้อนและบำรุงตับ ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดภาวะไขมันพอกตับได้ด้วยซ้ำ

4. กินผลไม้แล้วเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน?

นี่ก็เป็นผลพวงจากการกินมากเกินไปเช่นกัน! มีงานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า กลุ่มคนที่รับประทานผลไม้สดในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำในทุกๆ วัน จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) ต่ำกว่ากลุ่มคนที่ไม่ยอมกินผลไม้เลยเสียด้วยซ้ำ

5. ผลไม้มีน้ำตาลฟรักโทส จึงถือเป็นน้ำตาลที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย?

เข้าใจผิดอย่างแรง! ตัวร้ายที่สร้างความเสียหายให้ร่างกายที่แท้จริงคือ "ไฮฟรักโทสคอร์นไซรัป (High Fructose Corn Syrup)" หรือน้ำเชื่อมแปรรูปที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมาต่างหาก การประเมินคุณค่าของผลไม้เราต้องมองในภาพรวม เพราะในผลไม้มีทั้งน้ำและกากใยอาหารตามธรรมชาติ การกินผลไม้สดในปริมาณที่พอดีจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าเอาอาหารจากธรรมชาติไปเปรียบเทียบกับน้ำเชื่อมข้นๆ ในชานมไข่มุกเด็ดขาด

6. ผลไม้ที่รสชาติหวานเจี๊ยบ แปลว่ามีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าเสมอ?

ความหวานไม่ได้เท่ากับปริมาณน้ำตาลเสมอไป! ความหวานของผลไม้ที่เราสัมผัสได้นั้นขึ้นอยู่กับสัดส่วนของกรดอินทรีย์, ปริมาณน้ำ และประเภทของน้ำตาลในผลไม้ชนิดนั้นๆ ผลไม้บางชนิดกินแล้วรู้สึกไม่หวานเลยแต่กลับมีน้ำตาลแฝงอยู่สูงมาก ขณะที่ผลไม้บางชนิดหวานฉ่ำสะใจแต่มีน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะ ปริมาณน้ำตาลรวมจึงต่ำ

นพ.ไช่ หมิงเจี๋ย ได้กล่าวติดตลกทิ้งท้ายในข้อนี้ว่า "เราต้องมีความรู้ และอย่าปล่อยให้ลิ้นของตัวเองหลอกเอาได้"

7. ถ้ากลัวอ้วน ต้องเลือกกินเฉพาะผลไม้ที่ไม่หวานเท่านั้น?

ในทางการแพทย์และงานวิจัยส่วนใหญ่ จะมุ่งเน้นไปที่ "ปริมาณสัดส่วนในการกิน" มากกว่าสายพันธุ์หรือชนิดของผลไม้ ตราบใดที่คุณควบคุมปริมาณการกินได้อย่างเหมาะสม ปริมาณน้ำตาลรวมก็จะไม่สูงเกินไป ดังนั้นเวลาไปเดินตลาดหรือร้านผลไม้ คุณสามารถเลือกซื้อผลไม้ที่หวานอร่อยและชอบที่สุดได้เลย หัวใจสำคัญอยู่ที่การควบคุม "ปริมาณคำที่กิน" ไม่ใช่การเลือกที่ "ระดับความหวาน" 

iStockphoto

8. ถ้ากินผลไม้เกิน 100 กรัม ร่างกายจะหยุดเผาผลาญไขมันทันที?

ระบบเผาผลาญของร่างกายมนุษย์เป็นกลไกที่ซับซ้อนและมีความยืดหยุ่นสูง ไม่ได้ทำงานในลักษณะเป็นสวิตช์เปิด-ปิดที่ชัดเจนขนาดนั้น ตัวการร้ายที่ทำให้ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันและสะสมพุงย้วยๆ ไม่ใช่ผลไม้แค่ 100 กรัมแน่นอน แต่คือชานมไข่มุกแก้วใหญ่หวานร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือไก่ทอดร้อนๆ ในมื้อดึกต่างหาก

9. ผลไม้บางสายพันธุ์ที่พัฒนาจนหวานจัด ห้ามหยิบมากินเด็ดขาด?

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ที่เพาะปลูกในประเทศหรือผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศที่มีรสชาติหวานฉ่ำ ตราบใดที่เรา "รู้จักควบคุมสัดส่วนและปริมาณในการกินให้เหมาะสม" ผลไม้ทุกชนิดก็ล้วนแต่เป็นผลไม้ที่ดีและให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้ทั้งสิ้น

ท้ายที่สุดนี้ นพ.ไช่ หมิงเจี๋ย อยากให้ทุกคนปล่อยวางความกังวลในใจลง และเลิกมองว่าผลไม้เป็นเหมือนยาพิษที่ทำลายสุขภาพ เพียงแค่หันมาใส่ใจกับการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่สมดุลร่วมกับการควบคุมปริมาณอย่างพอเหมาะ (Portion Control) เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินเข้าเซเว่นหรือแผงผลไม้เพื่อเลือกซื้อผลไม้ที่หวานฉ่ำและน่ากินที่สุดได้อย่างสบายใจ

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล