เครื่องดื่มสีขาวที่ "มะเร็งเกลียด" อร่อย-หาง่าย-ไม่แพง แค่วันละแก้ว ลดเสี่ยงโรคได้ถึง 17%

เครื่องดื่มสีขาวที่ "มะเร็งเกลียด" อร่อย-หาง่าย-ไม่แพง แค่วันละแก้ว ลดเสี่ยงโรคได้ถึง 17%

เครื่องดื่มสีขาวที่ "มะเร็งเกลียด" อร่อย-หาง่าย-ไม่แพง แค่วันละแก้ว ลดเสี่ยงโรคได้ถึง 17%
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เครื่องดื่มธรรมดาที่ "มะเร็งลำไส้ใหญ่" เกลียดสุดขีด! แค่วันละ 1 แก้ว ลดความเสี่ยงได้ถึง 17%

วิจัยโลกเผยเอง! แค่ดื่ม "นมสดวันละแก้ว" ช่วยบล็อกมะเร็งลำไส้ใหญ่ แฉ 2 เมนูอันตรายที่ต้องเลิกกินด่วน

"โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก" (Colorectal Cancer) จัดเป็นหนึ่งในโรคร้ายอันดับต้น ๆ ที่คร่าชีวิตประชากรทั่วโลก และที่น่ากังวลที่สุดคือ สถิติทางการแพทย์พบผู้ป่วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ (เทรนด์มะเร็งอายุน้อย) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าผลการวิจัยขนาดใหญ่ล่าสุดจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (University of Oxford) ร่วมกับสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งสหราชอาณาจักร (Cancer Research UK) เผยข่าวดีว่า แค่ปรับพฤติกรรมง่าย ๆ ด้วยการดื่ม "นมสด" เพียงวันละ 1 แก้วใหญ่ ก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์ลดความเสี่ยงจากการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้สูงถึง 17% เลยทีเดียว

ข้อมูลจากแล็บลอนดอน: นม 1 แก้วใหญ่ ปรับสมดุลชะลอเนื้อร้าย

ศาสตราจารย์จัสติน สเต็บบิง (Professor Justin Stebbing) ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ชีวภาพจากมหาวิทยาลัยแองเกลีย รัสกิน (Anglia Ruskin University) ประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า ผลการวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นหนึ่งในการศึกษาครั้งใหญ่ที่สุดที่เจาะลึกความสัมพันธ์ระหว่างอาหารกับการเกิดโรค

ทีมวิจัยพบว่า อาสาสมัครที่ดื่มนมปริมาณประมาณ 244 กรัมต่อวัน (หรือเทียบเท่ากับนมสด 1 แก้วใหญ่) มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง 17% โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นนมสดรสจืดชนิดไขมันเต็ม (Whole Milk), นมพร่องมันเนย (Low-fat Milk) หรือนมขาดมันเนย (Skimmed Milk) ซึ่งผลลัพธ์ในการปกป้องร่างกายนี้เกิดขึ้นโดยตรงจากตัวน้ำนมเอง ไม่เกี่ยวกับว่าผู้ดื่มจะมีไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ หรือไม่

ทำไม "นมสด" ถึงกลายมาเป็นไม้เบื่อไม้เมาของเซลล์มะเร็ง?

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้อธิบายกลไกทางชีวภาพที่ทำให้นมสดสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ไว้ 4 เหตุผลหลัก ดังนี้

  1. พลังจากแคลเซียมเข้มข้น: นมเป็นแหล่งแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด ซึ่งแคลเซียมจะเข้าไปทำหน้าที่ผูกมัดและสกัดกั้นสารพิษรวมถึงกรดน้ำดีที่เป็นอันตรายในลำไส้ พร้อมทั้งช่วยเร่งการขจัดเซลล์ที่ผิดปกติก่อนที่จะกลายพันธุ์เป็นเนื้องอกร้าย

  2. วิตามินดีช่วยควบคุมเซลล์: ในนมสดมักมีวิตามินดีสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการต้านมะเร็ง และทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ลำไส้ให้อยู่ในร่องในรอย

  3. น้ำตาลแลคโตสสร้างอาหารให้จุลินทรีย์ดี: น้ำตาลแลคโตสในน้ำนมจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของโพรไบโอติกส์ (จุลินทรีย์ดีในลำไส้) ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะย่อยและผลิต "กรดบิวทีเรต" (Butyrate) ซึ่งเป็นกรดไขมันสายสั้นที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและหยุดยั้งเซลล์มะเร็ง

  4. สารซีแอลเอ (CLA) บล็อกเซลล์มะเร็ง: ในน้ำนมมีกรดไขมันพิเศษที่ชื่อว่า Conjugated Linoleic Acid (CLA) ซึ่งผลการทดลองในห้องแล็บยืนยันว่ามีฤทธิ์ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้โดยตรง

2 ตัวการร้าย: ปรับสมดุลพฤติกรรมควบคู่การดื่มนม

นอกจากคำแนะนำให้เพิ่มนมสดเข้าสู่มื้ออาหารวันละ 1 แก้วแล้ว ศาสตราจารย์สเต็บบิงยังย้ำเตือนให้ผู้บริโภคลดละเลิกพฤติกรรมเสี่ยง 2 อย่างที่มีตัวเลขสถิติระบุเด่นชัดว่าเร่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ให้โตไวขึ้น:

  • แอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเพียงวันละ 20 กรัม (เทียบเท่ากับไวน์แก้วใหญ่ 1 แก้ว) จะทำให้ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่พุ่งสูงขึ้นทันที 15%

  • เนื้อแดงและเนื้อแปรรูป: การกินเนื้อแดง (เนื้อหมู, เนื้อวัว) หรือเนื้อแปรรูป (ไส้กรอก, แฮม, เบคอน) เกินวันละ 30 กรัม มีความเชื่อมโยงทำให้ความเสี่ยงของโรคเพิ่มขึ้น 8%

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า การสร้างสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อห่างไกลจากโรคมะเร็ง ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากขั้นตอนที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนเลย เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทีละเล็กทีละน้อย เช่น การเลือกดื่มนมรสจืดวันละ 1 แก้ว ควบคู่ไปกับการลดปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์แปรรูปปิ้งย่าง ก็สามารถสร้างความแตกต่างและเป็นเกราะป้องกันอันทรงพลังให้กับระบบทางเดินอาหารของเราได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายปนเลือด หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่แต่เนิ่น ๆ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล