3 พืชผักอันตราย ห้ามกินตอนเป็น "สีเขียว" ไม่ใช่แค่ขมแต่มีสารพิษรุนแรง

3 พืชผักอันตราย ห้ามกินตอนเป็น "สีเขียว" ไม่ใช่แค่ขม แต่เสี่ยงได้รับสารพิษรุนแรง อาจช็อกหมดสติหรือรุนแรงถึงชีวิตได้
ขึ้นชื่อว่า "ผัก" ยิ่งเขียวก็ยิ่งดีไม่ใช่หรือ? คำตอบคือ "ไม่ใช่เสมอไป!" มีพืชผักบางชนิดที่เกิดสีเขียวจากการโดนแสงแดด หรือเป็นผลดิบที่ยังไม่สุก กลไกตามธรรมชาติของพืชเหล่านี้จะสร้างสารพิษขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้แมลงหรือสัตว์มากัดกิน ซึ่งหากเราเผลอรับประทานเข้าไป อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการเป็นพิษขั้นรุนแรงได้ และนี่คือ 3 พืชผักใกล้ตัวที่ต้องเช็กให้ดีก่อนกิน
เจอปุ๊บถอยห่าง! 3 ผักอันตรายหากเป็น "สีเขียว"
1. มันฝรั่ง (เปลือกเขียว หรือขึ้นหน่อเขียว)
นี่คือตัวอันตรายอันดับต้นๆ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ! เมื่อมันฝรั่งถูกแสงแดดเป็นเวลานาน เปลือกจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวและมีหน่อแทงออกมา
พืชบางชนิดตระกูลมะเขือ (Nightshade Family) เช่น มันฝรั่ง มะเขือเทศ และมะเขือยาว มักจะมาพร้อมกับสารพิษกลุ่ม ไกลโคอัลคาลอยด์ (Glycoalkaloids) ซึ่งเป็นสารพิษธรรมชาติที่พืชสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากแมลงศัตรูพืช สารกลุ่มนี้มีรสขม ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมากจะเกิดอันตราย หากอาการรุนแรงบางรายอาจเสียชีวิตได้
-
สารพิษที่พบ: โซลานีน (Solanine) และ ชาโคนีน (Chaconine) เป็นสารพิษประเภทไกลโคแอลคาลอยด์
-
อันตรายถึงชีวิต: สารพิษกลุ่มนี้ "ทนความร้อนสูงมาก" ไม่ว่าจะนำไปต้ม นึ่ง หรือทอดจนกรอบ สารพิษก็ไม่หายไป หากกินเข้าไปจะระคายเคืองทางเดินอาหารอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดศีรษะ และในเคสที่รุนแรง สารนี้จะเข้าทำลายระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาจหมดสติได้
-
วิธีจัดการที่ถูกต้อง: ถ้ามันฝรั่งเริ่มเขียวแค่บางจุด ให้ปอกเปลือกและเฉือนส่วนสีเขียวหรือหน่อทิ้งให้ลึกและหนาที่สุด ห้ามรับประทานมันฝรั่งที่มีรสขม หากมันฝรั่งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวไปทั้งหัว แนะนำให้ทิ้งทันที อย่าเสียดายเด็ดขาด

2. มะเขือเทศดิบ (ผลสีเขียวจัด)
มะเขือเทศที่เรากินกันทั่วไปควรเลือกทานตอนที่สุกจนเป็นสีแดง สีส้ม หรือสีเหลืองแล้วเท่านั้น ไม่ควรนำมะเขือเทศผลดิบที่เป็นสีเขียวจัดมาทานดิบๆ (ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่ระบุชัดเจนว่าเป็นมะเขือเทศสีเขียวตอนสุก)
-
สารพิษที่พบ: โซลานีน (Solanine) และ โทมาทีน (Tomatine) เป็นสารพิษประเภทไกลโคแอลคาลอยด์
-
อันตรายระคายเคือง: มีพิษร้ายแรงคล้ายกับมันฝรั่งเขียว หากนำมาทานสดในปริมาณมาก จะส่งผลให้ปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และเกิดอาการระคายเคืองคออย่างหนัก
-
วิธีจัดการที่ถูกต้อง: ควรปล่อยทิ้งไว้ให้สุกจนเปลี่ยนสีตามธรรมชาติ เพราะการปรุงผ่านความร้อน อาจไม่สามารถทำลายพิษให้หมดไปจนกินได้อย่างปลอดภัย
3. มะเขือม่วง (ตอนดิบและเขียวจัด)
มะเขือยาวหรือมะเขือม่วง (Eggplant) ที่ยังไม่สุกดี เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ในต่างประเทศมักจะมีการแจ้งเตือนกันบ่อยครั้งว่าไม่ควรนำมาทานดิบๆ ในปริมาณมาก
-
สารพิษที่พบ: โซลานีน (Solanine) เป็นสารพิษประเภทไกลโคแอลคาลอยด์
-
อันตรายต่อระบบย่อย: หากทานดิบในขณะที่ผลยังมีสารสีเขียวเข้มและยังไม่แก่งอม สารโซลานีนจะเข้าไปทำให้ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน ท้องอืด ท้องเสีย หรือปวดท้องมวนได้
-
วิธีจัดการที่ถูกต้อง: ควรหลีกเลี่ยงการทานแบบดิบๆ เพื่อความปลอดภัย แม้มะเขือยาวบางสายพันธุ์จะสุกแล้วเป็นสีเขียว แต่ก็ควรกินแบบผ่านความร้อนเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย
สรุปข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย
ดังนั้น จำสูตรง่ายๆ ไว้เลยครับว่า "ถ้าเห็นผักที่ไม่ควรเขียวกลับเป็นสีเขียว" หรือ "ผลยังเขียวเพราะยังไม่สุก" ให้หลีกเลี่ยงการกินดิบเด็ดขาด โดยให้หันไปปรุงสุกด้วยความร้อนสูง หรือตัดส่วนที่เป็นสีเขียวทิ้งให้เกลี้ยงก่อน เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพตัวคุณเองและคนในครอบครัวครับ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


