อุทาหรณ์! พ่อตั้งชาเย็นทิ้งไว้ ลูกแอบดูด "ติดเชื้อ" ลำไส้พัง แบคทีเรียพุ่ง 3,000 ตัวใน 5 ชม.

ใจสลาย! ปล่อย "ชานม" ทิ้งไว้ในห้อง เด็ก 2 ขวบแอบดูดจนอ้วกพุ่งส่ง รพ. หมอเตือน 5 กลุ่มเสี่ยงอันตราย
เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน อาหารและเครื่องดื่มที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อแบคทีเรียชั้นดี คดีอุทาหรณ์เตือนใจคนเป็นพ่อแม่นี้ได้รับการเปิดเผยโดย แพทย์หญิงโอว ซูเจวียน (Dr. Ou Shujuan) กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้แชร์เคสผู้ป่วยเด็กชายอายุยังไม่เต็ม 3 ขวบรายหนึ่ง ที่แอบหยิบชานมเย็นบรรจุแก้วที่พ่อนั่งซื้อมาจากร้านอาหารเช้าตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่มาดูดกินด้วยความเดียงสา ทั้งที่แก้วนั้นถูกตั้งทิ้งไว้ในห้องนานหลายชั่วโมงโดยไม่ได้แช่เย็น
ผลลัพธ์คือเด็กน้อยเกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรงและท้องร่วงอย่างหนักจนต้องหามส่งห้องฉุกเฉิน ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารอย่างรุนแรงเนื่องจากเครื่องดื่มมีปริมาณแบคทีเรียสะสมสูงเกินมาตรฐาน
คุณหมอโอวเล่าว่า วันที่ผู้ปกครองพาน้องมาพบแพทย์ เด็กน้อยอยู่ในสภาพหน้าตาอิดโรย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง และเมื่อใช้หูฟังทางการแพทย์ตรวจเช็กบริเวณหน้าท้อง ก็พบเสียงโครกครากของลำไส้ดังสนั่นลั่นท้องคล้ายเสียงกลองโหมโรง โชคดีที่ยังไม่มีอาการไข้ขึ้นสูง โดยคุณพ่อสารภาพด้วยความรู้สึกผิดว่า ชานมแก้วนี้ซื้อกลับมาบ้านตั้งใจจะกินแต่ยังไม่ได้กินเลย หลอดก็ยังไม่ได้แกะเจาะฝาพลาสติกด้วยซ้ำ แต่อยู่ ๆ ลูกชายก็แอบไปหยิบจากชั้นวางมาดูดกินจนเกิดเรื่อง
ทำไม "ชานมเย็น" ถึงกลายเป็นแดนสวรรค์ของเชื้อโรค?
คุณหมออธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ว่า ตัวน้ำชานมเองไม่ได้มีความอันตราย แต่เนื่องจากกรรมวิธีการทำเครื่องดื่มประเภทนี้มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่การต้มน้ำชา การเติมน้ำเชื่อม นมสด หรือครีมเทียม การตักน้ำแข็ง ตลอดจนการซีลปิดฝาแก้ว ซึ่งทุก ๆ ขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมา หมายถึงการเพิ่มโอกาสที่เครื่องดื่มจะสัมผัสกับอากาศ อุปกรณ์ และเชื้อโรคที่แฝงอยู่กับตัวบุคคล
ประกอบกับสภาพอากาศในฤดูร้อน อุณหภูมิระหว่าง 4 ถึง 60 องศาเซลเซียส จะถูกจัดให้เป็น "ช่วงอุณหภูมิอันตราย" (Danger Zone) ในหลักความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะอุณหภูมิช่วง 20 ถึง 45 องศาเซลเซียส จะเป็นช่วงที่เชื้อแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตและแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็วที่สุด ดังนั้น การตั้งชานมทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องปกติที่ร้อนอบอ้าว ยอดรวมของแบคทีเรียจึงพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณในทุก ๆ นาที
คุณหมอได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า:
"หากเครื่องดื่มที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ มีเชื้อแบคทีเรียกลุ่มอีโคไล (E. coli) ปนเปื้อนอยู่ 100 ตัว ผ่านไป 1 ชั่วโมง มันจะเพิ่มเป็น 200 ตัว, ผ่านไป 3 ชั่วโมงจะพุ่งเป็น 800 ตัว และหากปล่อยทิ้งไว้นานถึง 5 ชั่วโมง แบคทีเรียจะระเบิดจำนวนขึ้นสูงถึง 3,200 ตัวทันที! เนื่องจากในชานมมีทั้งน้ำ น้ำตาล และโปรตีนจากนม ซึ่งเปรียบเสมือนอาหารบุฟเฟต์ชั้นเลิศที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อย่างน่ากลัว"
5 กลุ่มเสี่ยงอันตราย: แบคทีเรียเกินมาตรฐานอาจทำระบบร่างกายล้มเหลว
ตามปกติแล้ว หากผู้ใหญ่ที่มีร่างกายแข็งแรงรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีเชื้อแบคทีเรียปนเปื้อนเข้าไป อาจจะมีอาการปวดท้องหรือท้องเสียเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง แต่คุณหมอเตือนว่ามี 5 กลุ่มเสี่ยง ต่อไปนี้ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะระบบภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดสภาวะติดเชื้อรุนแรงจนช็อกได้:
-
เด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี: เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันและระบบลำไส้ยังเติบโตไม่เต็มที่ หากเกิดอาการอาเจียนและท้องร่วงซ้ำ ๆ จะนำไปสู่ภาวะขาดน้ำรุนแรง (Dehydration) ได้ง่ายและอันตรายมาก
-
ผู้สูงอายุ
-
สตรีมีครรภ์
-
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน หรือโรคไต
-
ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด (คีโม) ผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ที่ต้องทานยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน
คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในบ้าน
เพื่อป้องกันโรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษในช่วงหน้าร้อน แพทย์แนะนำว่าเครื่องดื่มหรืออาหารที่ซื้อมาควรรีปรับประทานให้หมดโดยเร็วที่สุด หากยังไม่ทานหรือทานไม่หมด จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นทันที และห้ามปล่อยให้เด็กเล็กทานเครื่องดื่มที่ตั้งทิ้งไว้เป็นเวลานานเด็ดขาด นอกจากนี้ ก่อนจะยกดื่มควรสังเกตกลิ่นที่ผิดปกติ รสชาติที่เปลี่ยนไป หรือการตกตะกอนที่ผิดสังเกต เพื่อเซฟสุขภาพทางเดินอาหารของทุกคนในครอบครัวให้ปลอดภัย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี