5 เครื่องใช้ไฟฟ้า "กินไฟเงียบ" ร้ายกว่าแอร์ หลายบ้านไม่เคยถอดปลั๊ก มิน่าค่าไฟพุ่งกระฉูด!

5 เครื่องใช้ไฟฟ้า "กินไฟเงียบ" ร้ายกว่าแอร์ หลายบ้านไม่เคยถอดปลั๊ก มิน่าค่าไฟพุ่งกระฉูด!

5 เครื่องใช้ไฟฟ้า "กินไฟเงียบ" ร้ายกว่าแอร์ หลายบ้านไม่เคยถอดปลั๊ก มิน่าค่าไฟพุ่งกระฉูด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บิลมามีทรุด! เปิดวาร์ป 5 เครื่องใช้ไฟฟ้า “ตัวกินไฟเงียบ” ร้ายกว่าแอร์ หลายบ้านไม่เคยถอดปลั๊ก

นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราตั้งใจเปิดใช้งานอย่างเปิดเผย เช่น เครื่องปรับอากาศ (แอร์) หรือเตาไฟฟ้าแล้ว ในบ้านของเรายังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายชนิดที่แอบ "ขโมยไฟ" อยู่เงียบ ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะเครื่องกลุ่มนี้จะยังคงดึงกระแสไฟไปใช้ตลอดเวลาตราบใดที่ยังเสียบปลั๊กอยู่ แม้ว่าเราจะกดปิดสวิตช์ไปแล้วก็ตาม

การใช้ไฟทีละเล็กทีละน้อยแต่ลากยาวต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงนี้เอง เมื่อสะสมเป็นเวลา 1 เดือน จึงกลายเป็นตัวการลับที่แอบมากระชากเงินในกระเป๋า และทำให้บิลค่าไฟรายเดือนพุ่งสูงขึ้นโดยหาสาเหตุไม่เจอ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก 5 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวกินไฟเงียบ พร้อมวิธีรับมือเพื่อเซฟเงินในกระเป๋ากันครับ

เจาะลึก 5 เครื่องใช้ไฟฟ้า “แอบกินไฟ” ที่ทุกบ้านมักมองข้าม

1. ตู้เย็นเครื่องเก่าที่เสื่อมสภาพ

ตู้เย็นคือเครื่องใช้ไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชนิดในบ้านที่ต้องเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด โดยทั่วไปตู้เย็นขนาดเล็ก (ตู้เย็นมินิบาร์) จะกินไฟประมาณ 10–15 หน่วย/เดือน, ขนาดกลางกินไฟ 30–45 หน่วย/เดือน และตู้เย็นไซส์ใหญ่กินไฟสูงถึง 50–65 หน่วย/เดือน ทว่าหากบ้านไหนยังคงใช้ "ตู้เย็นรุ่นเก่า" ที่มีอายุการใช้งานนาน ระบบทำความร้อน-ความเย็นจะเริ่มเสื่อมสภาพ คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อรักษาความเย็น ส่งผลให้มันกินไฟมากกว่าตู้เย็นประหยัดไฟรุ่นใหม่ ๆ หลายเท่าตัว

2. เครื่องทำน้ำอุ่น / ถังต้มน้ำร้อน

หากคุณเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นขนาด 20 ลิตร ใช้งานเฉลี่ยเพียงวันละ 1 ชั่วโมง มันจะกินไฟประมาณ 70–80 หน่วย/เดือน แต่พฤติกรรมสุดอันตรายที่หลายบ้านชอบทำคือ "เปิดสวิตช์เครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้ตลอดทั้งวัน" เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ขอบอกเลยว่าวิธีนี้จะทำให้ระบบเซนเซอร์คอยต้มน้ำให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา ดันยอดกินไฟพุ่งสูงถึง 320–340 หน่วย/เดือนทันที แถมยังทำให้เครื่องเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย

3. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC)

คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเป็นอีกหนึ่งจุดบอดที่คนทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือสายเกมเมอร์มักมองข้าม คอมพิวเตอร์สเปกทั่วไปที่เปิดใช้งานวันละ 12 ชั่วโมง จะกินไฟราว ๆ 72–75 หน่วย/เดือน ยิ่งถ้าเป็นคอมพิวเตอร์สเปกสูงที่ใช้การ์ดจอแยก (VGA) หรือใช้หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ปริมาณการกินไฟจะยิ่งทวีคูณ และพฤติกรรมที่ชอบ "เปิดคอมทิ้งไว้แล้วกดแค่โหมดสลีป (Sleep)" แทนการปิดเครื่อง (Shut Down) จะทำให้กระแสไฟยังคงหล่อเลี้ยงระบบอยู่ตลอดเวลาโดยเปล่าประโยชน์

4. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า (โหมดอุ่นทิพย์)

แม้จะมีขนาดเล็กแต่หม้อหุงข้าวขนาด 500 วัตต์ หากเปิดใช้งานวันละ 2 ชั่วโมง สามารถกินไฟได้ถึง 20–25 หน่วย/เดือน จุดที่น่ากลัวคือ "โหมดกดอุ่นข้าวทิ้งไว้ตลอดวัน" หรือการกดอุ่นซ้ำ ๆ หลายรอบ ตัวขดลวดความร้อนจะดึงไฟไปใช้ตลอดเวลา ซึ่งกินไฟมากกว่าการกดหุงข้าวตามปกติถึง 1.5 เท่าเลยทีเดียว

5. โทรทัศน์ (ทีวี) ที่ปิดด้วยรีโมทแต่ไม่ถอดปลั๊ก

ทีวีจอ LCD ขนาด 150 วัตต์ หากเปิดดูวันละ 5 ชั่วโมง จะกินไฟประมาณ 20–25 หน่วย/เดือน (หากเป็นจอระบบ OLED หรือ QLED ขนาดใหญ่จะกินไฟมากกว่านี้) ความเคยชินของทุกบ้านคือเมื่อดูเสร็จจะกดปิดทีวีผ่านรีโมทคอนโทรล ซึ่งนั่นเป็นเพียงการสั่งให้ทีวีเข้าสู่ "โหมดสแตนด์บาย (Standby)" เท่านั้น ไฟสีแดงที่หน้าจอแสดงว่าระบบยังคงกินไฟอยู่เงียบ ๆ ตลอดเวลา หากไม่ถอดปลั๊กออกค่าไฟก็ยังคงเดินหน้าต่อไป

ไอเทมอื่น ๆ ที่แอบดึงไฟร่วมด้วย:

  1. เตาอบไมโครเวฟ (1,000 วัตต์): หากเปิดใช้งานวันละ 30 นาที กินไฟราว 10–20 หน่วย/เดือน

  2. กล่องเราเตอร์ Wi-Fi / กล้องวงจรปิด: แม้จะกินไฟน้อยเพียง 8–12 หน่วย/เดือน แต่เนื่องจากต้องเปิดทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง 7 วัน อัตราการกินไฟสะสมรวมกันจึงไม่น้อยเลย

ทริกเซฟค่าไฟแอร์ช่วงหน้าร้อน ให้บิลลดฮวบ

นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าข้างต้นแล้ว "แอร์" ยังคงเป็นราชาแห่งการกินไฟในฤดูร้อน แต่เราสามารถสยบค่าไฟลงได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้ครับ:

  • เลือกแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter): ผลการวิจัยชี้ชัดว่าแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าแอร์ระบบธรรมดาถึง 40%

  • ปรับมาใช้โหมด Dry ในวันทีมีความชื้นสูง: ในวันที่ฝนตกหรืออากาศเหนียวตัว การปรับโหมดเป็นโหมดลดความชื้น (Dry) จะช่วยลดการทำงานของคอมเพรสเซอร์และเซฟไฟได้ดีกว่าโหมดทำความเย็น (Cool)

  • ตั้งอุณหภูมิที่ 26–28 องศาเซลเซียส: จำไว้ว่า "ทุก ๆ 1 องศาที่ลดลง แอร์จะกินไฟเพิ่มขึ้น 7–10%" ดังนั้นควรตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะแล้วเปิดพัดลมตั้งโต๊ะช่วยกระจายความเย็น จะช่วยประหยัดไฟได้ดีที่สุด

  • ปรับปรุงการกันความร้อนให้บ้าน: ใช้ผ้าม่านเนื้อหนาเพื่อบังแสงแดดขอบหน้าต่าง, ปลูกต้นไม้รอบบ้านสร้างร่มเงา หรือเลือกใช้สีทาบ้านโทนสีอ่อนเพื่อสะท้อนความร้อนออกจากตัวอาคาร

  • เลือกใช้ไฟช่วงลดราคา (Low Peak): สำหรับบ้านที่ติดมิเตอร์ไฟประเภท TOU (Time of Use) แนะนำให้หันมาซักผ้า อบผ้า หรือรีดผ้าในช่วงเวลาต่ำกว่าพีค (หลัง 22.00 น. ถึง 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น) ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าไฟต่อหน่วยราคาถูกลง จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายลงได้อย่างมหาศาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล