ฉาวสุดในประวัติศาสตร์! จักรพรรดิจอมเสเพล ชอบเคลม "เมียคนอื่น" กินเรียบไม่เว้นญาติ

ฉาวสุดในประวัติศาสตร์! จักรพรรดิจอมเสเพล ชอบเคลม "เมียคนอื่น" กินเรียบไม่เว้นญาติ

ฉาวสุดในประวัติศาสตร์! จักรพรรดิจอมเสเพล ชอบเคลม "เมียคนอื่น" กินเรียบไม่เว้นญาติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดตำนาน "หวันเหยียนเหลี่ยง" จักรพรรดิสุดฉาวแห่งราชวงศ์จิน ผู้เปลี่ยนวังหลังเป็นซ่อง สลัดศีลธรรมกินเรียบไม่เว้นญาติ

ในประวัติศาสตร์จีนยุคราชวงศ์จินที่ปกครองโดยชาวเย่ว์เจิน มีเรื่องราวของจักรพรรดิองค์หนึ่งที่ถูกจารึกไว้ถึงความโหดเหี้ยมและความมักมากในกามารมณ์จนเป็นที่กล่าวขาน

ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1149 "หวันเหยียนเหลี่ยง" ในวัยเพียง 28 ปี ได้ก่อกบฏลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้องค์ก่อนเพื่อสถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ที่ 4 ทว่าตลอดการครองราชย์ 12 ปี สิ่งที่ทำให้ผู้คนจดจำเขาได้มากที่สุดกลับไม่ใช่ผลงานทางการเมือง แต่เป็นพฤติกรรมสุดวิปริตในฮาเร็มหลังบ้าน

กษัตริย์ผู้มีความรู้แต่ซ่อนความทะยานอยากอันดำมืด

หวันเหยียนเหลี่ยงเติบโตมาพร้อมกับความเฉลียวฉลาด ชื่นชอบการแต่งบทกวีจนได้รับการยกย่องว่ามีวาทศิลป์เป็นเลิศดูเป็นสุภาพบุรุษผู้รอบรู้ แต่ภายใต้หน้ากากอันอ่อนโยนนั้น เขากลับเป็นนักล่าอำนาจที่มีความเหี้ยมโหดและเจ้าเล่ห์อย่างที่สุด ในประวัติศาสตร์ราชวงศ์จินได้บันทึกถึงเขาไว้สั้นๆ แต่สยดสยองว่า "อยากเป็นกษัตริย์ก็ฆ่ากษัตริย์ อยากครองแผ่นดินก็ฆ่าแม่ตนเอง อยากได้เมียคนอื่นก็สั่งฆ่าสามีเขา"

ก่อนที่จะทำรัฐประหาร หวันเหยียนเหลี่ยงเคยเปิดเผยความปรารถนาสูงสุด 3 ประการในชีวิตกับคนสนิทไว้ว่า หนึ่งคือต้องได้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในบ้านเมือง สองคือยกทัพไปปราบราชวงศ์ซ่งใต้เพื่อรวมแผ่นดิน และสามคือต้องได้ครอบครองหญิงงามทั่วทุกสารทิศมาเป็นภรรยาโดยไม่สนว่าจะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นญาติสนิทมิตรสหายหรือไม่

เปลี่ยนวังหลังเป็นสำนักนางโลม แย่งชิงเมียคนอื่นไม่เว้นแม้แต่ญาติ

หลังจากขึ้นครองราชย์สำเร็จ เขาสั่งประหารเชื้อพระวงศ์ชายจำนวนมากเพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ ส่วนสตรีในราชวงศ์เหล่านั้นกลับถูกกวาดต้อนเข้าสู่ฮาเร็มเพื่อสนองตัณหา ไม่ว่าจะเป็นป้า อาสะใภ้ ลูกพี่ลูกน้อง หรือแม้กระทั่งน้องสะใภ้

นอกจากนี้ เขายังระแวงกลัวการโดนสวมเขาอย่างหนัก ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้มีขันทีที่เป็นเพศชายหลงเหลือในวัง และสั่งห้ามไม่ให้สนมกำนัลพากันมาจับกลุ่มพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

รสนิยมที่แปลกประหลาดที่สุดของหวันเหยียนเหลี่ยงคือความชื่นชอบในตัว "สตรีที่แต่งงานแล้ว" หญิงงามที่มีชื่อเสียงที่สุดในฮาเร็มของเขาคือ "อาลีหู่" แม่หม้ายสาวผู้เคยผ่านการมีสามีมาแล้วถึงสองคน ซึ่งสามีทั้งสองล้วนเป็นญาติและขุนนางที่ถูกสังหารในสงคราม เมื่อเขาได้พบเธอก็บังคับนำตัวมาแต่งตั้งเป็นพระสนม

ทว่าอาลีหู่เป็นคนติดสุราอย่างหนัก เมื่อเมามายบ่อยเข้าจักรพรรดิก็เริ่มเบื่อหน่าย ทว่าความวิปริตยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะเขากลับหันไปใช้กำลังขืนใจลูกสาวแท้ๆ วัยเพียง 15 ปีของอาลีหู่ที่ติดมาจากสามีเก่า โดยไม่สนใจศีลธรรมใดๆ

Wikipedia

ข่มขู่ให้ฆ่าสามี ก่อนสุดท้ายจุดจบถูกฆ่าตายคาประตูกองทัพ

นอกจากนี้ยังมีเคสของ "ถังคั่วติ้งเกอ" ภรรยาของเพื่อนสนิทที่เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หวันเหยียนเหลี่ยงได้ยื่นข้อเสนอแกมบังคับ ให้เธอวางยาพิษฆ่าสามีตนเองเพื่อแลกกับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา โดยขู่ว่าหากไม่ทำจะสั่งประหารล้างโคตรตระกูลของเธอ ซึ่งสุดท้ายเธอก็จดใจจำต้องมอมเหล้าและสังหารสามีเพื่อเอาชีวิตรอด

แต่เมื่อเธอได้เข้าสู่วังหลังได้ไม่นาน จักรพรรดิผู้รักง่ายหน่ายเร็วก็ทอดทิ้งเธออย่างรวดเร็ว น่าแปลกที่ในเวลาต่อมา ทั้งสนมอาลีหู่และสนมติ้งเกอต่างถูกจับได้ว่าแอบคบชู้กับคนรับใช้และนางกำนัลในวัง เนื่องจากทนความอ้างว้างไม่ไหว สุดท้ายทั้งคู่จึงถูกจักรพรรดิสั่งประหารชีวิต

จุดจบของจักรพรรดิผู้บ้าตัณหาและโหดเหี้ยมคนนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1161 ระหว่างที่เขากำลังยกทัพไปโจมตีราชวงศ์ซ่งใต้เพื่อหวังรวมแผ่นดินตามความฝัน ทว่าพฤติกรรมการกดขี่ประชาชนและขุนนางทำให้ภายในเมืองหลวงเกิดการรัฐประหารซ้อน โดยกลุ่มญาติได้สถาปนาจักรพรรดิองค์ใหม่ขึ้นแทน

เมื่อข่าวแพร่กระจายมาถึงแนวหน้า กองทัพของหวันเหยียนเหลี่ยงก็เกิดความปั่นป่วน ทหารและนายกองที่โกรธแค้นต่างพากันทรยศและบุกเข้าไปรุมยิงธนูสังหารเขาดับคาเต็นท์ที่พักปิดฉากชีวิตจักรพรรดิผู้ฉาวโฉ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

โดยหลังสิ้นพระชนม์เขาถูกริบคืนฐานันดรศักดิ์และเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ถูกถอดถอนนามจักรพรรดิ เหลือเพียงชื่อเรียกขานในฐานะ "ไห่หลิงหวัง" หรือกษัตริย์ผู้ถูกถอดถอนเท่านั้น

แหล่งอ้างอิง

  1. HK01
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล