
ดื่มกาแฟตอนไหนดีสุด? หมอเผย 3 ช่วงเวลาทอง ก่อนออกกำลังกาย ช่วยเบิร์นไขมันพุ่ง 29%
ดื่มกาแฟเวลาไหนช่วยเผาผลาญดีขึ้น หมอแนะ 3 ช่วงทอง ที่คนออกกำลังกายควรรู้
หลายคนดื่มกาแฟทุกเช้าเพื่อปลุกความสดชื่น แต่รู้หรือไม่ว่า ดื่มกาแฟเวลาไหน อาจส่งผลต่อการเผาผลาญ การนอน และประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้ แพทย์ด้านการลดน้ำหนักจากไต้หวันระบุว่า หากดื่มกาแฟถูกช่วงเวลา อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันระหว่างออกกำลังกายได้มากขึ้น โดยเฉพาะการดื่มก่อนออกกำลังกายในช่วงบ่าย
นพ.เซียวเจี๋ยเจี้ยน แพทย์ด้านการลดน้ำหนัก เล่าผ่านเพจส่วนตัวว่า เคยมีผู้เข้ารับคำปรึกษารายหนึ่งออกกำลังกายอย่างหนักทุกบ่าย แต่กลับลดน้ำหนักไม่ลง แถมมีอาการอ่อนเพลียและใต้ตาคล้ำ เมื่อตรวจสอบพฤติกรรมพบว่า เจ้าตัวมักดื่มกาแฟอเมริกาโน่เย็นแก้วใหญ่ทันทีหลังตื่นนอน เพราะนอนหลับไม่พอและต้องการความสดชื่นก่อนทำงาน
เปลี่ยนเวลาดื่มกาแฟ 2 สัปดาห์ น้ำหนักเริ่มขยับ
แพทย์จึงแนะนำให้ปรับ 2 เรื่อง คือพยายามนอนให้ได้ราว 7 ชั่วโมง และเลื่อนกาแฟแก้วเช้าไปดื่มก่อนออกกำลังกายช่วงบ่ายประมาณ 30 นาที โดยไม่ต้องเปลี่ยนอาหารอย่างอื่น หลังผ่านไป 2 สัปดาห์ ผู้เข้ารับคำปรึกษารายนี้กลับมาพร้อมพลังงานที่ดีขึ้น และน้ำหนักที่เคยค้างเริ่มลดลง
แพทย์มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดกาแฟ แต่อยู่ที่การใช้กาแฟผิดเวลา เพราะกาเฟอีนมีผลทั้งต่อระบบประสาท การตื่นตัว การออกกำลังกาย และการนอนหลับ หากดื่มถูกจังหวะอาจช่วยเสริมการเผาผลาญ แต่หากดื่มผิดเวลาอาจทำให้ร่างกายล้าและลดน้ำหนักยากขึ้น
ดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายช่วงบ่าย อาจช่วยเผาผลาญไขมันมากขึ้น
นพ.เซียวอ้างอิงข้อมูลจากวารสารด้านโภชนาการการกีฬา ระบุว่า การได้รับกาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย 30 นาทีในตอนเช้า อาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ประมาณ 10.7% แต่หากดื่มก่อนออกกำลังกายในช่วงบ่าย การเผาผลาญไขมันอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 29%
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า กาเฟอีนอาจช่วยเพิ่มความเข้มข้นของการออกกำลังกายได้ราว 11–13% หมายความว่า หากออกกำลังกายในระยะเวลาเท่ากัน คนที่ดื่มกาแฟถูกช่วงเวลาอาจใช้พลังงานจากไขมันได้มากกว่า อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน ปริมาณกาเฟอีน และพฤติกรรมการกินโดยรวมด้วย
2 เวลาดื่มกาแฟที่ควรเลี่ยง หากไม่อยากกระทบการนอนและระบบเผาผลาญ
แพทย์ชี้ว่า แม้กาแฟจะช่วยเพิ่มความตื่นตัว แต่การดื่มผิดเวลาอาจกลายเป็นตัวรบกวนระบบเผาผลาญได้ โดยเฉพาะคนที่ดื่มกาแฟทันทีหลังตื่นนอน หรือยังดื่มกาแฟในช่วงบ่ายแก่ ๆ ซึ่งอาจทำให้นอนหลับไม่ลึกและส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักในระยะยาว
1. ตื่นนอนแล้วดื่มกาแฟทันที
ช่วง 30–60 นาทีหลังตื่นนอน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลตามธรรมชาติ เพื่อช่วยให้ร่างกายเริ่มตื่นตัว หากดื่มกาแฟทันทีในช่วงนี้ อาจเหมือนเพิ่มแรงกระตุ้นให้ร่างกายมากเกินไป และเมื่อทำเป็นประจำ อาจรบกวนนาฬิกาชีวิต ทำให้ช่วงบ่ายเหนื่อยง่ายกว่าเดิม
คำแนะนำคือ หลังตื่นนอนให้เริ่มจากดื่มน้ำ ขยับร่างกายเล็กน้อย และรับแสงแดดอ่อน ๆ ก่อน จากนั้นค่อยดื่มกาแฟหลังตื่นนอนไปแล้วประมาณ 60 นาที วิธีนี้อาจช่วยให้ร่างกายตื่นตัวเป็นธรรมชาติมากขึ้น และลดการพึ่งพากาแฟทันทีหลังลุกจากเตียง
2. ดื่มกาแฟหลังบ่าย 2–3 โมง
กาเฟอีนมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 5–6 ชั่วโมง หากดื่มกาแฟตอนบ่าย 3 โมง เมื่อถึงช่วงค่ำ ร่างกายอาจยังมีกาเฟอีนตกค้างอยู่พอสมควร งานวิจัยด้านการนอนหลับเคยระบุว่า การได้รับกาเฟอีนก่อนนอน 6 ชั่วโมง อาจทำให้นอนหลับยากขึ้น และลดเวลานอนโดยรวมลง
แพทย์เตือนว่า สิ่งที่น่ากังวลคือหลายคนอาจไม่รู้ตัวว่านอนหลับไม่ลึก เพราะยังรู้สึกเหมือนหลับได้ตามปกติ แต่การนอนที่ไม่มีคุณภาพอาจกระทบการฟื้นฟูร่างกาย ฮอร์โมน และระบบเผาผลาญ วันถัดมาร่างกายอาจใช้พลังงานพื้นฐานลดลง ทำให้การลดน้ำหนักยากกว่าเดิม
iStockphoto
3 ช่วงเวลาดื่มกาแฟให้เป็นตัวช่วยเผาผลาญ
หากต้องการให้กาแฟเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญ ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มปลุกความสดชื่น แพทย์แนะนำให้เลือกช่วงเวลาดื่มให้เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำและต้องการควบคุมน้ำหนัก
| ช่วงเวลา | คำแนะนำ |
|---|---|
| หลังตื่นนอน 60 นาที | ค่อยดื่มกาแฟแก้วแรก ไม่ควรดื่มทันทีหลังลืมตา |
| ก่อนออกกำลังกาย 30 นาที | เหมาะกับการเพิ่มความตื่นตัวและช่วยเสริมการเผาผลาญระหว่างออกกำลังกาย |
| หลังบ่าย 2 โมง | ควรหลีกเลี่ยงกาแฟ เพื่อไม่ให้กระทบการนอนช่วงกลางคืน |
สรุป ดื่มกาแฟเวลาไหนสำคัญกว่าที่คิด
ดื่มกาแฟเวลาไหน อาจเป็นปัจจัยเล็ก ๆ ที่ส่งผลต่อการเผาผลาญ การออกกำลังกาย และคุณภาพการนอน หากต้องการใช้กาแฟเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก ควรดื่มหลังตื่นนอนอย่างน้อย 60 นาที ดื่มก่อนออกกำลังกายประมาณ 30 นาที และหลีกเลี่ยงหลังบ่าย 2 โมง ทั้งนี้ควรควบคู่กับการนอนให้พอ กินอาหารสมดุล และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
แหล่งอ้างอิง
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto