ไม่ใด้คิดไปเอง! ผลวิจัยเฉลย ทำไมเวลา "ฝนตก" ถึงรู้สึกหิวมากกว่าปกติ แม้ไม่ได้ตากฝน

หายสงสัย! วิทยาศาสตร์เผยเหตุผล ทำไม "เวลาฝนตก" ถึงหิวบ่อย ชี้สมองสั่งให้กินคาร์โบไฮเดรต
เคยสังเกตไหม? พอเสียงฟ้าร้องเริ่มมา สายฝนเริ่มโปรยปรายทีไร ท้องก็เริ่มร้องประท้วงอยากกินชวนกินมาม่าร้อน ๆ ชาบู ซุปร้อน ๆ หรือขนมหวานขึ้นมาทันที อาการอยากกินจุกจิกเวลารอบตัวมืดครึ้มไม่ใช่เรื่องที่เราคิดไปเอง หรือเป็นแค่ความตะกละชั่ววูบ แต่ในทางวิทยาศาสตร์มีผลวิจัยออกมารองรับแล้วว่า "ฝนตก" มีอิทธิพลต่อฮอร์โมนและสมองที่คอยควบคุมความหิวของเราโดยตรง
กลไกทางชีววิทยาและระบบประสาทที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความหิวในวันฝนตก สามารถอธิบายได้ด้วย 4 เหตุผลหลักทางวิทยาศาสตร์ ดังนี้
4 กลไกวิทยาศาสตร์ที่ทำให้เราหิวตอนฝนตก
1. แสงแดดลดลง ทำให้อารมณ์ดิ่งและสมองสั่งให้เติมแป้ง
เมื่อฝนตก ท้องฟ้าจะมืดสลัวและปริมาณแสงแดดลดลงอย่างเห็นได้ชัด การขาดแสงแดดจะส่งผลให้ระดับ "เซโรโทนิน" (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยควบคุมความสุข ความอิ่ม และความผ่อนคลายในสมองลดต่ำลงกะทันหัน
เมื่อเซโรโทนินดิ่งลง สมองจะเข้าสู่โหมดเยียวยาตัวเอง โดยการส่งสัญญาณสั่งการให้ร่างกายเกิดความอยากอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แป้ง และของหวาน เพราะอาหารกลุ่มนี้จะไปช่วยเร่งกระบวนการหลั่งเซโรโทนินให้ออกมาอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้ร่างกายกลับมารู้สึกดีและกระปรี้กระเปร่านั่นเอง
2. อุณหภูมิรอบตัวลดลง ร่างกายจึงต้องเร่งเผาผลาญ
ทันทีที่สายฝนเทลงมา อุณหภูมิในอากาศจะลดต่ำลง ร่างกายมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจะมีกลไกทางชีววิทยาที่เรียกว่า "การรักษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย" (Thermoregulation) เพื่อคงระดับความอบอุ่นไว้ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียส
เมื่อผิวสัมผัสกับความเย็น ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานและเผาผลาญแคลอรีมากขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่น สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ที่ทำหน้าที่ควบคุมความหิว จึงส่งสัญญาณเตือนให้เรามองหาอาหารที่มีพลังงานสูงเข้าสู่ระบบเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย
3. ฮอร์โมนง่วงพุ่งสูง ชวนให้อยากเซฟพลังงาน
บรรยากาศมืด ๆ สลัว ๆ และเสียงฝนตกเปาะแปะ จะไปกระตุ้นให้นาฬิกาชีวิตในร่างกายหลั่งฮอร์โมน "เมลาโทนิน" (Melatonin) หรือฮอร์โมนแห่งการนอนหลับออกมามากกว่าปกติ ส่งผลให้เรารู้สึกเฉื่อยชา ง่วงนอน และไม่อยากขยับตัว
เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะประหยัดพลังงาน ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ชวนให้รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว สมองมักจะมองหา "รางวัลที่ทำได้ง่ายและเร็วที่สุด" เพื่อสร้างความเพลิดเพลินใจ ซึ่งหนีไม่พ้นการรับประทานอาหาร
4. จิตวิทยากับความคุ้นเคยของอาหารปลอบใจ (Comfort Food)
เสียงฝนและทัศนียภาพที่ขมุกขมัว มักจะกระตุ้นให้เกิดภาวะอารมณ์ดิ่งลงเล็กน้อย มนุษย์เราจึงมักเยียวยาความรู้สึกเหงาหรือความเครียดด้วยการกินอาหารประเภท "Comfort Food" หรืออาหารที่กินแล้วสบายใจ เช่น หมูกระทะร้อน ๆ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นความคุ้นเคยและการเรียนรู้ทางสังคมที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิทยาของมนุษย์มาอย่างยาวนาน
การันตีด้วยงานวิจัยระดับสากล
พฤติกรรมการกินที่แปรผันตามสภาพอากาศนี้ มีงานวิจัยหลายชิ้นออกมารองรับอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น:
-
งานวิจัยในวารสาร Nature (International Journal of Obesity): พบว่ามนุษย์เรามีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารในปริมาณที่มากขึ้น โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 86 แคลอรีต่อวัน ในช่วงวันที่แสงแดดน้อยและอุณหภูมิต่ำ เมื่อเทียบกับวันที่มีแสงแดดจัดในหน้าร้อน
-
งานวิจัยจาก University of Massachusetts Medical School: ระบุว่าการลดลงของแสงแดดและบรรยากาศที่มืดครึ้ม มีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของพฤติกรรมการกินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันอย่างมีนัยสำคัญ
เพราะฉะนั้น ในครั้งต่อไปที่ฝนตกแล้วคุณรู้สึกอยากกดสั่งอาหารเดลิเวอรีมารับประทานรัว ๆ ก็สบายใจได้เลยว่ามันเป็นไปตามกลไกทางวิทยาศาสตร์ของร่างกาย แต่อย่างไรก็ตาม ควรเลือกรับประทานอาหารอุ่น ๆ ที่มีประโยชน์ และควบคุมปริมาณให้พอดี เพื่อไม่ให้ความหิวในวันฝนตกกลายมาเป็นน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นในวันถัดไป
- หนุ่มเหม่อ เก็บเงินทั้งปีไปเกาะในฝัน จองนอนหรู แช่สระน้ำไร้ขอบ แต่ใครเห็นสภาพก็เวทนา
- เมื่อเกิดพายุฟ้าคะนอง! ทุกคนต้อง "หยุดทำ" 4 สิ่งนี้ทันที แม้จะหลบอยู่ในบ้านก็ตาม

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






