ไม่ได้แปลว่าโกหก?! นักจิตวิทยาเฉลย ปฏิกิริยา “ไม่ยอมสบตา”แท้จริงแล้วบอกอะไรในใจเขา

การหลบสายตา: ภาษากายที่คนส่วนใหญ่มัก "ตีความผิด"
คุยด้วยแล้วชอบมองไปทางอื่น? เปิดความหมายทางจิตวิทยาของการหลบตา ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด
การที่คู่สนทนา "ไม่ยอมสบตา" หรือ "คอยหลบสายตา" ในระหว่างการพูดคุย มักเป็นพฤติกรรมที่สร้างความอึดอัดใจและทำให้เราเผลอตัดสินไปก่อนว่า เขากำลังปิดบังอะไรอยู่ โกหก เบื่อหน่าย หรือไม่มีความมั่นใจในตัวเอง
อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาเน้นย้ำว่า การตีความภาษากายชนิดนี้จำเป็นต้องอาศัยความระมัดระวังและพิจารณาบริบทแวดล้อมอย่างถี่ถ้วน เพราะในความเป็นจริงแล้ว เบื้องหลังการหลบสายตาอาจมีความหมายที่ลึกซึ้งและเป็นไปในเชิงบวกมากกว่าที่เราคิด มนุษย์เรามีความแตกต่างในการตอบสนองต่อแรงกดดันทางสังคม และการหลบตาก็อาจเป็นเพียงกลไกตามธรรมชาติในการจัดการกับอารมณ์หรือความเข้มข้นของบทสัญญานั้นๆ
เปิดสาเหตุทางจิตวิทยา: ทำไมคนเราถึงไม่ยอมสบตา?
นักจิตวิทยาได้รวบรวมเหตุผลที่แท้จริงของการหลบสายตาระหว่างการสนทนา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายแง่มุมดังนี้:
-
กำลังใช้ความคิดและสมาธิอย่างสูง: การหลบตาบ่อยครั้งไม่ได้เกิดจากความเบื่อหน่าย แต่เป็นเพราะสมองกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อ "โฟกัสกับเนื้อหา" หรือกำลังเค้นความคิดเพื่อหาคำพูดที่ดีที่สุดในการตอบกลับ การมองไปทางอื่นจะช่วยลดการรับข้อมูลทางสายตา ทำให้สมองมีพื้นที่ในการประมวลผลข้อมูลได้ดีขึ้น
-
วิธีลดความเครียดและความกดดัน: สำหรับคนที่มีบุคลิกภาพแบบขี้อาย หรือผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะวิตกกังวลทางสังคม (Social Anxiety) การสบตากับคนอื่นตรงๆ เป็นเวลานานจะกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกเครียด การมองต่ำหรือเบนสายตาไปทางอื่นจึงเป็นวิธีช่วยลดความอึดอัดและช่วยให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยขึ้น
-
การแสดงความเคารพหรือถล่มตน: ในบางวัฒนธรรมหรือบางสถานการณ์ การก้มหน้าหรือหลบตาต่ำถือเป็นการแสดงออกถึงความเคารพ ยินยอม และการให้เกียรติคู่สนทนาที่มีสถานะสูงกว่า ไม่ใช่การละเลยแต่อย่างใด
-
รู้สึกไม่สบายใจกับหัวข้อที่คุยหรือกำลังปกป้องอารมณ์: ในกรณีที่บทสนทนาเริ่มแตะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่สะเทือนใจ การหลบตาอาจเป็นกลไกป้องกันตัวเองเพื่อปกปิดไม่ให้ฝั่งตรงข้ามเห็นความอ่อนแอหรืออารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ข้างใน
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: ปรับมุมมองใหม่ด้วยความเข้าใจ
ในโลกของการสื่อสารที่ไม่ใช่วาจา (Non-verbal Communication) สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมมากกว่าการตัดสินจากพฤติกรรมเดี่ยวๆ นักจิตวิทยาแนะนำว่า แทนที่เราจะสรุปทันทีว่าการหลบตาคือสัญญาณของความไม่จริงใจหรือการลบหลู่ ให้เราลองปรับมุมมองด้วยความเปิดกว้างและเข้าใจคู่สนทนามากขึ้น การให้พื้นที่และเวลาให้พวกเขาได้คิด ทบทวน และตอบกลับอย่างผ่อนคลาย จะช่วยสร้างบรรยากาศการสนทนาที่ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าการบังคับให้อีกฝ่ายต้องจ้องตาตลอดเวลา
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี