จะเป็นยังไงถ้าโปรตีนเกิน? อินฟลูฯกินไข่ 40 ฟอง/วัน อ้างกินมา 5 ปี หมอชี้ 6 อันตรายคาดไม่ถึง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าได้รับโปรตีนเกิน? อินฟลูอ้างกินไข่วันละ 40 ฟอง 5 ปี ผู้เชี่ยวชาญเตือน 6 อันตราย
“ไข่” เป็นอาหารที่หลายคนยกให้เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ราคาจับต้องได้ และอยู่คู่เมนูสุขภาพมาอย่างยาวนาน แต่เรื่องราวไวรัลจากประเทศจีนกลับทำให้หลายคนต้องตั้งคำถามใหม่ว่า หากกินไข่มากเกินไป ร่างกายจะรับไหวจริงหรือ?
กระแสบนโลกออนไลน์จีนกำลังพูดถึงชายหนุ่มวัย 24 ปี จากมณฑลเสฉวน เจ้าของฉายา “คนรักไข่” หรือ “ปรมาจารย์ต้มไข่” ที่กลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์ม Douyin หลังมียอดผู้ติดตามทะลุ 4 ล้านบัญชีในเวลาเพียง 9 วัน โดยจุดเริ่มต้นมาจากคลิปสอนต้มไข่แบบละเอียด ตั้งแต่การจับเวลาไปจนถึงเทคนิคแช่น้ำเย็นเพื่อให้ไข่แดงเนียนสวย

ไวรัลหนัก หลังอ้างกินไข่วันละ 40 ฟองติดต่อกัน 5 ปี
สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่แค่เทคนิคการทำอาหาร แต่เป็นคำกล่าวอ้างที่ชวนอึ้งว่า เขารับประทานไข่วันละ 40 ฟองต่อเนื่องนานถึง 5 ปี คิดเป็นจำนวนรวมราว 73,000 ฟอง
แม้ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ก็จุดกระแสถกเถียงในหมู่ชาวเน็ตทันที หลายคนตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการออกมาเตือนว่า การบริโภคโปรตีนมากเกินความจำเป็นอาจสร้างภาระให้ร่างกายอย่างคาดไม่ถึง
นักโภชนาการเตือน โปรตีนมากเกินไปอาจกลายเป็นภาระต่อไต
หลิว ติงหนี่ นักโภชนาการจากจีน ให้ความเห็นว่า การกินไข่ในปริมาณมหาศาลเช่นนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงและไม่สอดคล้องกับหลักโภชนาการ โดยเฉลี่ยไข่ไก่ 1 ฟองมีโปรตีนประมาณ 7 กรัม หากกินวันละ 40 ฟอง เท่ากับร่างกายได้รับโปรตีนประมาณ 280 กรัมต่อวัน
เมื่อเทียบกับคำแนะนำทั่วไป ผู้ใหญ่ควรได้รับโปรตีนประมาณ 1-1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือเป็นนักกีฬาอาจเพิ่มได้สูงสุดราว 2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมเท่านั้น
ยกตัวอย่าง หากผู้ชายคนหนึ่งหนัก 90 กิโลกรัม ปริมาณโปรตีนสูงสุดที่เหมาะสมต่อวันจะอยู่ราว 180 กรัม ดังนั้นการได้รับถึง 280 กรัม จึงอาจเกินกว่าที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ และเพิ่มความเสี่ยงต่อระบบเผาผลาญ
ไม่ใช่แค่ไข่เยอะ แต่ “ไข่ดิบ-ไข่ไม่สุก” ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง
อีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญกังวล คือเจ้าของเรื่องราวรายนี้นิยมกินไข่ดิบและไข่ลวกไม่สุก เนื่องจากชอบเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียซัลโมเนลลา ที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง อาเจียน หรือท้องเสียรุนแรงได้
นอกจากนี้ ไข่ขาวดิบยังมีสาร “อะวิดิน” (Avidin) ซึ่งอาจรบกวนการดูดซึมไบโอติน หรือวิตามินบี 7 หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสุขภาพเส้นผมและเล็บ เช่น ผมร่วง เล็บเปราะ หรือร่างกายขาดวิตามินบางชนิด

โปรตีนเกิน ส่งผลอะไรกับร่างกายบ้าง?
1. ไตทำงานหนักขึ้น
เวลาร่างกายย่อยโปรตีน จะเกิดของเสียจากการเผาผลาญ เช่น ยูเรียและไนโตรเจน ซึ่งไตต้องกรองออก หากกินโปรตีนมากเกินความจำเป็นต่อเนื่อง ไตจะต้องทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีโรคไต หรือไตเสื่อมอยู่แล้ว ควรระวังเป็นพิเศษ
2. ปัสสาวะบ่อย ขาดน้ำง่าย
เมื่อร่างกายขับของเสียจากโปรตีนมากขึ้น จะดึงน้ำออกไปด้วย หลายคนจึงรู้สึกคอแห้ง ปัสสาวะบ่อย หรือสีปัสสาวะเข้ม หากดื่มน้ำน้อยอาจยิ่งทำให้ร่างกายล้าได้
3. ท้องอืด ท้องผูก ระบบย่อยรวน
คนที่เน้นกินโปรตีนหนัก ๆ แต่กินผักและไฟเบอร์น้อย มักเจอปัญหาท้องผูก อึดอัด แน่นท้อง เพราะระบบขับถ่ายทำงานไม่สมดุล
4. กรดยูริกสูง เสี่ยงปวดข้อหรือเกาต์
โปรตีนบางชนิด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ เครื่องใน หรืออาหารโปรตีนสูงบางประเภท อาจทำให้ระดับกรดยูริกเพิ่มขึ้น หากสะสมมาก อาจกระตุ้นอาการปวดข้อ บวมแดง หรือโรคเกาต์ได้ในบางคน
5. น้ำหนักขึ้นได้ แม้จะกิน “คลีน”
หลายคนคิดว่าโปรตีนไม่ทำให้อ้วน แต่จริง ๆ ถ้ากินเกินพลังงานที่ร่างกายใช้ โปรตีนส่วนเกินก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะสมได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมนูโปรตีนที่มีไขมันแฝง
6. อาจมีอาการแปลก ๆ เป็นสัญญาณเตือน
- เหนื่อยง่ายผิดปกติ
- ปากแห้ง คอแห้ง
- ปัสสาวะสีเข้ม หรือมีฟองมากผิดปกติ
- ท้องผูก ท้องอืด
- มีกลิ่นปากแรง (โดยเฉพาะสายคีโต/โปรตีนจัด)
- ปวดข้อ หรือกรดยูริกสูง

แล้วกินโปรตีนเท่าไหร่ถึงพอดี?
แบบง่าย ๆ คนทั่วไปมักต้องการโปรตีนประมาณ 0.8–1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ส่วนคนออกกำลังกายหรือสร้างกล้ามอาจอยู่ราว 1.4–2 กรัม/กก. เช่น คนหนัก 60 กก. ต้องการประมาณ 48–72 กรัมต่อวัน (หรือมากกว่านั้นถ้าเล่นเวทจริงจัง)
สรุปง่าย ๆ: โปรตีนมีประโยชน์ แต่ “มากเกิน” ไม่ได้แปลว่าดีขึ้น ร่างกายใช้ได้เท่าที่จำเป็น ส่วนที่เกินอาจเพิ่มภาระให้ไต ระบบเผาผลาญ และระบบขับถ่ายได้ โดยเฉพาะถ้ากินหนักต่อเนื่องทุกวัน
4 สัญญาณเตือน เมื่อร่างกายอาจได้รับโปรตีนมากเกินไป
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากร่างกายได้รับโปรตีนหรือไข่มากเกินความจำเป็น อาจเริ่มส่งสัญญาณเตือนผ่านอาการผิดปกติ ดังนี้
- ผมร่วงหรือเล็บเปราะผิดปกติ อาจเกี่ยวข้องกับการขาดไบโอตินจากการกินไข่ดิบมากเกินไป
- ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ หรือท้องเสีย จากการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียในไข่ที่ปรุงไม่สุก
- ระดับกรดยูริกสูง ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดข้อหรือปัญหาทางเมตาบอลิซึม
- ปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีฟองมาก สีเข้ม หรือขุ่น ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าระบบไตกำลังทำงานหนัก
แล้วจริงๆ ควรกินไข่วันละกี่ฟอง?
แม้ไข่จะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน เลซิติน และโคลีน ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของสมองและตับ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า “มากเกินไป” ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่า” เสมอ
สำหรับคนทั่วไปที่สุขภาพแข็งแรง ปริมาณไข่ที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 1-2 ฟองต่อวัน ส่วนการบริโภคไม่เกิน 4 ฟองต่อวันยังถือว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัยในบางกรณี ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพ อาหารมื้ออื่น และกิจกรรมทางกายของแต่ละคน
ท้ายที่สุด เรื่องราวของหนุ่มไวรัลผู้กินไข่วันละ 40 ฟองอาจเป็นเพียงประเด็นเรียกความสนใจบนโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่ชัดเจนจากคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญคือ การกินอาหารให้พอดีและสมดุล ยังคงเป็นวิธีดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด มากกว่าการเร่งรัดหรือบริโภคแบบสุดโต่ง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี