สาววัย 30 กิน "มะเขือเทศสด" แบบนี้ทุกวัน คลายร้อน ผลตรวจสุขภาพทำหมอถาม กินอะไรมา?

สาววัย 30 กิน "มะเขือเทศสด" แบบนี้ทุกวัน คลายร้อน ผลตรวจสุขภาพทำหมอถาม กินอะไรมา?

สาววัย 30 กิน "มะเขือเทศสด" แบบนี้ทุกวัน คลายร้อน ผลตรวจสุขภาพทำหมอถาม กินอะไรมา?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มะเขือเทศดีต่อสุขภาพ แต่กินผิดวิธีอาจพังทั้งตับ-น้ำตาลในเลือดพุ่งไม่รู้ตัว

หลายคนยกให้ “มะเขือเทศ” เป็นอาหารสุขภาพอันดับต้นๆ เพราะทั้งแคลอรีต่ำ อุดมด้วยวิตามินซี โพแทสเซียม และไลโคปีน สารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อเสียงเรื่องช่วยดูแลหัวใจและผิวพรรณ แต่ล่าสุดมีกรณีตัวอย่างจากประเทศจีนที่กลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญว่า แม้อาหารจะมีประโยชน์แค่ไหน หากกินผิดวิธี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน

หญิงสาววัย 30 ปีรายหนึ่ง ซึ่งสื่อท้องถิ่นจีนระบุชื่อว่า “เสี่ยวหลิว” ต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพหลังมีค่าร่างกายหลายอย่างผิดปกติ ทั้งที่เธอเชื่อมาตลอดว่าตัวเองดูแลสุขภาพดี เลี่ยงของทอดและอาหารมัน แถมยังกินมะเขือเทศเป็นประจำทุกวัน

ของว่างสุขภาพ ที่กลายเป็นกับดักน้ำตาลโดยไม่รู้ตัว

ในช่วงอากาศร้อน เสี่ยวหลิวมักทำ “มะเขือเทศคลุกน้ำตาล” แช่เย็นกินเป็นของว่าง เธอมองว่าเป็นเมนูสดชื่น แคลอรีต่ำ และช่วยเรื่องรูปร่าง สูตรที่เธอทำก็ง่ายมาก เพียงหั่นมะเขือเทศ โรยน้ำตาล แล้วนำไปแช่ตู้เย็น

ช่วงแรกเธอใช้น้ำตาลเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อกินต่อเนื่องทุกวัน ต่อมรับรสเริ่มชินกับความหวาน ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณน้ำตาลขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 ช้อนชา กลายเป็น 2-3 ช้อนชาในเวลาต่อมา

ตลอดระยะเวลาราว 3 เดือน เธอได้รับน้ำตาลจากเมนูนี้เฉลี่ยวันละ 20-36 กรัม ซึ่งเกินปริมาณน้ำตาลที่หลายแนวทางโภชนาการแนะนำ โดยยังไม่รวมอาหารหวานชนิดอื่นที่กินในแต่ละวัน

ตรวจสุขภาพถึงกับช็อก พบ 3 ค่าพุ่งสูงผิดปกติ

ระหว่างตรวจสุขภาพประจำปี แพทย์พบว่าค่าร่างกายหลายตัวเริ่มมีปัญหา ทั้งที่เจ้าตัวมั่นใจว่ากินอาหารสุขภาพมาตลอด หลังซักประวัติอย่างละเอียด จึงพบว่าต้นเหตุสำคัญอาจมาจากพฤติกรรมกินมะเขือเทศคลุกน้ำตาลทุกวัน

แพทย์อธิบายว่า น้ำตาลทรายขาวเมื่อรวมกับน้ำตาลธรรมชาติในมะเขือเทศ อาจทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลสะสมมากเกินไป จนส่งผลต่อระบบเผาผลาญ และทำให้ตัวชี้วัดสำคัญ 3 อย่างเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่

  • ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เพราะตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินหนักต่อเนื่อง เสี่ยงภาวะดื้ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2
  • ไตรกลีเซอไรด์สูง น้ำตาลส่วนเกินสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในเลือดได้ แม้ไม่ได้กินของมันมาก
  • เสี่ยงไขมันพอกตับ เพราะตับต้องทำงานหนักในการจัดการน้ำตาลส่วนเกิน จนเกิดการสะสมไขมันในตับ

กรณีนี้ทำให้เสี่ยวหลิวตกใจไม่น้อย เพราะเธอไม่คิดว่า “เมนูสุขภาพ” ที่กินทุกวันจะกลายเป็นตัวทำลายสุขภาพแบบเงียบๆ ได้

5 วิธีผิดๆ ในการกินมะเขือเทศ ที่หลายคนอาจทำอยู่ทุกวัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเตือนว่า แม้มะเขือเทศจะมีประโยชน์ แต่หากกินผิดวิธีก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยเฉพาะ 5 พฤติกรรมต่อไปนี้

1. กินมะเขือเทศดิบที่ยังเขียว

มะเขือเทศที่ยังไม่สุกมีสาร “โซลานีน” สูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน และหากได้รับมากอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

2. กินตอนท้องว่าง

กรดและสารบางชนิดในมะเขือเทศอาจทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องอืด หรือระคายเคืองกระเพาะได้

3. ปรุงในหม้ออะลูมิเนียมนานเกินไป

กรดจากมะเขือเทศอาจทำปฏิกิริยากับอะลูมิเนียมเมื่อโดนความร้อนสูง ส่งผลให้มีโลหะปนเปื้อนในอาหารมากขึ้น

4. กินร่วมกับอาหารบางชนิด

เช่น แตงกวา ซึ่งมีเอนไซม์ที่อาจลดปริมาณวิตามินซีในมะเขือเทศ หรือบางเมนูอาจทำให้เกิดอาการท้องอืดและย่อยยาก

5. ผู้ป่วยบางกลุ่มควรกินอย่างระวัง

ผู้ที่มีนิ่วในไต โรคข้ออักเสบ หรือปัญหาเกี่ยวกับไต ควรจำกัดปริมาณการกินมะเขือเทศ เพราะกรดออกซาลิกอาจกระตุ้นอาการบางอย่างได้

อาหารสุขภาพ จะดีจริงหรือไม่ อยู่ที่ “วิธีกิน”

แม้มะเขือเทศจะยังคงเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่กรณีของเสี่ยวหลิวสะท้อนให้เห็นว่า การกินอาหารชนิดเดิมซ้ำๆ หรือเติมส่วนผสมบางอย่างมากเกินไป อาจทำให้คุณค่าทางอาหารเปลี่ยนไปได้

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การกินอาหารเพื่อสุขภาพควรเน้น “ความสมดุล” ไม่หวานจัด ไม่เค็มจัด และไม่กินซ้ำแบบสุดโต่งจนเกินไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายจะดูที่ปริมาณสารอาหารรวมที่ได้รับจริง มากกว่าภาพลักษณ์ว่าอาหารนั้นดูเฮลท์ตี้แค่ไหน

แหล่งอ้างอิง

  1. World Health Organization: Healthy diet
  2. CDC: Nutrition and Healthy Eating
  3. Harvard T.H. Chan School of Public Health: Tomatoes
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล