สาวเจอตุ่มบนแก้ม บีบออกเอง ช็อก! กลายเป็นโพรงลึก ลามติดเชื้อหนัก หมอชี้ "ไม่ใช่สิวธรรมดา"

เตือนภัยซีสต์ไขมันอักเสบ หญิงคิดว่าเป็นสิว บีบเองจนหน้าเป็นแผลลึก เสี่ยงเสียโฉมถาวร
หลายคนอาจเคยคิดว่า “สิว” หรือก้อนเล็กๆ บนใบหน้าเป็นเรื่องธรรมดา แค่ทายาหรือบีบออกก็น่าจะหาย แต่กรณีของหญิงวัย 40 ปีจากเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อเธอเข้าใจเป็นสิวทั่วไป ก่อนรักษาเองนานกว่า 2 เดือน สุดท้ายติดเชื้อรุนแรงจนใบหน้าเป็นแผลลึก และเสี่ยงเกิดแผลเป็นถาวร เพราะมันไม่ใช่สิว แต่เป็น “ซีสต์ไขมัน”

เริ่มจากตุ่มเล็กๆ แต่กลับลุกลามหนัก
รายงานจากสื่อจีนระบุว่า หญิงรายนี้มีงานยุ่งมาตลอด กระทั่งวันหนึ่งเธอสังเกตเห็นก้อนแข็งเล็กๆ ขนาดประมาณเมล็ดข้าวบริเวณแก้มขวาใกล้ขากรรไกร พร้อมอาการเจ็บเล็กน้อย ด้วยความที่เคยมีอาการคล้ายสิวมาก่อน เธอจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก และเลือกใช้ครีมรักษาสิวที่มีอยู่เองที่บ้าน
แต่หลังผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ ก้อนดังกล่าวกลับไม่ยุบลง แถมเริ่มบวมแดงและเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ จนมีขนาดใหญ่เท่าเมล็ดถั่วเหลือง แม้จะเริ่มผิดสังเกต แต่เธอก็ยังไม่ได้ไปพบแพทย์ เพราะติดงานและคิดว่าน่าจะรักษาเองได้
ซื้อยาจากอินเทอร์เน็ตมารักษาเอง สุดท้ายอาการหนักกว่าเดิม
หญิงรายนี้เริ่มค้นหาวิธีรักษาสิวจากอินเทอร์เน็ต พร้อมซื้อครีมและยาหลายชนิดมาใช้สลับกัน ทั้งยาทั่วไป ยานำเข้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
อย่างไรก็ตาม หลังรักษาตัวเองนานกว่า 2 เดือน อาการกลับยิ่งแย่ลง บริเวณก้อนเริ่มมีหนองและอักเสบรุนแรง กระทั่งวันหนึ่งเธอสังเกตเห็นก้อนแข็งตรงกลางแผล จึงใช้มือกดออกเอง โดยไม่คาดคิดว่า หลังจากมันออกจะเกิดโพรงลึกบนแก้มทันที พร้อมเลือดและหนองไหลออกมาไม่หยุด
ติดเชื้อลามถึงกล้ามเนื้อ เสี่ยงกระทบเส้นประสาทใบหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน ใบหน้าด้านขวาของเธอเริ่มแดง บวม ร้อน และปวดอย่างหนัก แม้แต่การอ้าปากพูดหรือกินอาหารก็ทำได้ลำบาก อาการรุนแรงจนส่งผลต่อการนอนและการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เธอตัดสินใจไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในเครือแห่งแรกของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหางโจว
นพ.จง เจียนป๋อ รองหัวหน้าแผนกโรคผิวหนังและกามโรค ระบุว่า เมื่อผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาล พบว่ามีแผลลึกบริเวณแก้มขวา รอบแผลมีอาการอักเสบชัดเจน และมีหนองไหลต่อเนื่องพร้อมกลิ่นผิดปกติ
ผลตรวจ MRI ยังพบว่า การติดเชื้อเริ่มลุกลามไปถึงชั้นกล้ามเนื้อบดเคี้ยว หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือกระทบเส้นประสาทบนใบหน้าได้
แพทย์ชี้ไม่ใช่สิวธรรมดา แต่คือ “ซีสต์ไขมันอักเสบติดเชื้อ”
แพทย์อธิบายว่า ผู้ป่วยไม่ได้เป็นสิวทั่วไป แต่เป็น “ซีสต์ไขมันอักเสบติดเชื้อ” ซึ่งต่างจากสิวธรรมดา การใช้ยาหลายชนิดโดยไม่เหมาะสม รวมถึงการบีบและแกะแผลเอง กลับยิ่งทำให้แบคทีเรียลงลึกสู่เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง จนการติดเชื้อรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทีมแพทย์จึงต้องผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อระบายหนอง ตัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว และล้างสารตกค้างจากยาที่ใช้ก่อนหน้านี้ พร้อมให้ยาปฏิชีวนะควบคุมการติดเชื้อ
แม้อาการจะเริ่มดีขึ้น แต่แพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยยังต้องดูแลแผลต่อเนื่องอีกหลายเดือน โดยระยะฟื้นตัวอาจใช้เวลานาน 3-6 เดือน และมีโอกาสสูงที่จะเกิดแผลเป็นถาวรบนใบหน้า
แพทย์เตือน อย่าคิดว่า “ตุ่มเล็ก” คือเรื่องเล็กเสมอไป
หลังเข้ารับการรักษา หญิงรายนี้ยอมรับว่าเสียใจที่ไม่รีบพบแพทย์ตั้งแต่แรก เพราะตอนนี้ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา และไม่มั่นใจที่จะพบผู้คน
ด้านแพทย์เตือนว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิด คิดว่าสิวหรือก้อนเล็กๆ บนใบหน้าเป็นเรื่องเล็ก จึงเลือกซื้อยามารักษาเอง หรือเชื่อข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
หากพบว่ามีอาการแดง บวม ปวด มีหนอง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังรักษาเอง ควรรีบพบแพทย์ผิวหนังโดยเร็ว และไม่ควรบีบ แกะ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา เพราะอาจทำให้ปัญหาเล็กๆ กลายเป็นแผลถาวรที่แก้ไขได้ยาก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี