ไม่ใช่แค่ของหวาน! กุมารแพทย์เผย 3 ประโยชน์ของ "น้ำผึ้ง" ช่วยชีวิตยามฉุกเฉินได้
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ประโยชน์ของน้ำผึ้ง ไม่ใช่แค่ของหวาน! กุมารแพทย์เผย 3 ข้อดี ช่วยบรรเทาไอ-ปฐมพยาบาลกลืนถ่านกระดุม
น้ำผึ้งไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบเพิ่มความหวานในเมนูของหวานเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์ยังมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างคาดไม่ถึง โดย ดร.เจเดน แพทย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า น้ำผึ้งมีส่วนช่วยบรรเทาอาการไอตอนกลางคืนในเด็ก รวมถึงใช้เป็นวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเด็กเผลอกลืนถ่านกระดุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังสำคัญคือห้ามให้เด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบรับประทานโดยเด็ดขาด เนื่องจากระบบย่อยอาหารของพวกเขายังไม่เจริญเต็มที่
3 ประโยชน์ของน้ำผึ้ง ในการดูแลสุขภาพและปฐมพยาบาลเบื้องต้น
กุมารแพทย์ระบุว่า ประโยชน์ของน้ำผึ้ง มีความสำคัญในสถานการณ์วิกฤตและภาวะเจ็บป่วยทั่วไปของเด็ก โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ ดังนี้
- ลดการไหม้ของหลอดอาหารจากการกลืนถ่านกระดุม: เมื่อเด็กกลืนถ่านกระดุม ถ่านจะปล่อยกระแสไฟฟ้าและสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างรุนแรงออกมากัดกร่อนเนื้อเยื่อ หากเด็กยังคงมีสติและกลืนอาหารได้ ในระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล การให้เด็กกินน้ำผึ้งแท้ 10 มิลลิลิตร ทุกๆ 10 นาที จะช่วยเคลือบและลดความรุนแรงของการไหม้เคมีได้ นอกจากนี้หากผสมน้ำผึ้งกับน้ำมันมะกอกในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 จะช่วยเป็นฉนวนกั้นกระแสไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น แต่ต้องไม่ทำจนเสียเวลาส่งโรงพยาบาล
- บรรเทาอาการไอตอนกลางคืน: สำหรับเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไปที่มีอาการไอจากหวัด การให้กินน้ำผึ้งปริมาณเล็กน้อยก่อนนอนจะช่วยเคลือบทางเดินหายใจและลดความถี่ในการไอได้ ซึ่งผลการวิจัยชี้ว่า ประโยชน์ของน้ำผึ้ง ในข้อนี้ให้ผลดีไม่แพ้ยาแก้ไอทั่วไป ช่วยให้เด็กและผู้ปกครองนอนหลับได้ดีขึ้น
- ช่วยบรรเทาอาการทางเดินอาหารส่วนล่าง: น้ำผึ้งมีคุณสมบัติความดันออสโมติกสูงและมีพรีไบโอติกเล็กน้อย จึงมีส่วนช่วยปรับสมดุลลำไส้ บรรเทาอาการท้องผูกหรือช่วยให้ระบบขับถ่ายฟื้นตัวจากอาการท้องเสียไม่รุนแรงได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังเป็นเพียงการดูแลเบื้องต้น ไม่สามารถทดแทนการรักษาทางการแพทย์ได้
iStockphoto
ข้อควรระวังขั้นเด็ดขาด: ห้ามเด็กต่ำกว่า 1 ขวบกินน้ำผึ้ง
แม้ว่าประโยชน์ของน้ำผึ้งจะมีอยู่มาก แต่แพทย์ได้เน้นย้ำถึงข้อห้ามที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด คือห้ามให้เด็กทารกที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบรับประทานน้ำผึ้งโดยเด็ดขาด แม้จะผ่านการต้มหรือปรุงสุกด้วยความร้อนแล้วก็ตาม เนื่องจากในน้ำผึ้งธรรมชาติอาจมีสปอร์ของเชื้อ "โบทูลินัม" (Clostridium botulinum) ปนเปื้อนอยู่
เนื่องจากระบบทางเดินอาหารและภูมิคุ้มกันของทารกยังเติบโตไม่เต็มที่ หากได้รับสปอร์นี้เข้าไป สปอร์จะเจริญเติบโตและสร้างสารพิษในลำไส้ ส่งผลให้เกิดโรคโบทูลิซึมในทารก (Infant Botulism) ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หายใจลำบาก ไปจนถึงขั้นเป็นอัมพาตและมีความเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตได้
สรุปคุณค่าและประโยชน์ของน้ำผึ้ง
ประโยชน์ของน้ำผึ้ง นั้นมีหลากหลายทั้งในแง่การบรรเทาอาการไอและเป็นเครื่องมือปฐมพยาบาลยามฉุกเฉิน แต่ผู้ปกครองจำเป็นต้องตระหนักถึงเงื่อนไขเรื่องอายุของเด็กอย่างเคร่งครัด และหากเด็กมีอาการรุนแรง เช่น ไอจนหายใจมีเสียงหวีด หรือกลืนสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ควรรีบนำส่งแพทย์โดยเร็วที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี