มีไข่ไหม? 3 อาหาร "ห้ามเข้าเวฟ" อันตรายของจริง ไอน้ำระบายไม่ได้ รู้ให้ครบก่อนครัวบึ้ม!

เปิด 3 กลุ่มอาหาร ห้ามใส่ไมโครเวฟเด็ดขาด "ไข่-ไส้กรอก-ผลไม้ เสี่ยงแรงดันระเบิดตู้พัง
กูรูเปิดลิสต์ "วัตถุดิบอันตราย" ห้ามเข้าไมโครเวฟ อาหารมีเปลือก-มีผิวบาง ระวังไอน้ำสะสมจนระเบิด เสี่ยงเกิดวิกฤตคาบ้าน เตือนอย่าหาทำ!
"เตาอบไมโครเวฟ" ถือเป็นไอเทมคู่ครัวยุคใหม่ที่ช่วยให้การอุ่นอาหารกลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วทันใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าสุดสะดวกนี้มีข้อควรระวังที่อันตรายมาก เพราะไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะสามารถโยนเข้าไมโครเวฟได้! ล่าสุด การไฟฟ้าไต้หวัน (Taipower) ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยผ่านโซเชียลมีเดียว่า มีอาหารอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ที่หากนำไปเวฟแล้ว จะทำให้เกิดแรงดันไอน้ำสะสมอยู่ภายใน จนไม่สามารถระบายออกมาได้ และจะลงเอยด้วยการ "ระเบิดตูม" คาตู้จนสร้างความเสียหายและอันตรายร้ายแรง
เปิดหลักการทำความร้อน: ทำไมอาหารบางชนิดถึงระเบิด?
การไฟฟ้าไต้หวันได้อธิบายถึงหลักการทำงานของไมโครเวฟว่า ตัวเครื่องจะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปกระตุ้นให้โมเลกุลของน้ำในอาหารเกิดการสั่นสะเทือนและเสียดสีกันจนเกิดเป็นความร้อนขึ้นมา
เมื่อน้ำในอาหารโดนความร้อนก็จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็น "ไอน้ำ" ซึ่งจะทำให้แรงดันและปริมาตรภายในอาหารเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากอาหารชนิดนั้นมี เปลือก, เปลือกหุ้ม, หรือผิวหน้า ที่เหนียวปิดกั้นอยู่ ไอน้ำจะไม่สามารถระบายเล็ดลอดออกมาได้ เมื่อแรงดันอัดแน่นจนถึงขีดสุด อาการเหล่านั้นก็จะระเบิดตัวออกอย่างรุนแรงทันที
เช็กด่วน! 3 กลุ่มอาหารอันตราย ห้ามเอาเข้าไมโครเวฟเด็ดขาด
เพื่อให้จำง่ายและปลอดภัยต่อการใช้งาน การไฟฟ้าไต้หวันได้ให้หลักการสั้นๆ ไว้ว่า "อาหารใดๆ ก็ตามที่มีเปลือก, มีเยื่อหุ้ม หรือมีผิวเปลือกบางๆ ห้ามเวฟเด็ดขาด" โดยสามารถแบ่งประเภทได้ตามตารางสรุปด้านล่างนี้:
| กลุ่มอาหาร | ตัวอย่างวัตถุดิบอันตราย | ผลกระทบหากนำไปเวฟ |
|---|---|---|
| 1. สัตว์มีเปลือก / ไข่ | ปู, กุ้ง, หอย, ไข่ต้ม, ไข่สดทั้งฟอง | เปลือกและไข่ขาวจะกักเก็บไอน้ำไว้ จนระเบิดกระจายเต็มตู้ |
| 2. อาหารที่มีเยื่อหุ้มหนา | ไส้กรอก, กุนเชียง, ลูกชิ้น | เยื่อที่ห่อหุ้มจะบวมเป่งและระเบิดออกเสียงดัง |
| 3. ผลไม้ที่มีเปลือกบาง | มะเขือเทศ, องุ่น, แอปเปิ้ลทั้งลูก | น้ำในผลไม้จะเดือดจัดจนเปลือกปริและระเบิดพุ่งกระจาย |
หากต้องการรับประทานหรืออุ่นอาหารในกลุ่มนี้ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้วิธีการต้ม นึ่ง หรือใช้เตาอบธรรมดาแทน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุฟืนไฟในบ้าน
ที่มาข้อมูล: Facebook 台電電力粉絲團 (การไฟฟ้าไต้หวัน), สำนักข่าว Mirror Media
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
