4 พฤติกรรม "ใช้พัดลมผิดวิธี" เย็นชั่วคราวแต่เสี่ยงอันตราย ร่างกายขาดน้ำ วูบหมดสติ

4 พฤติกรรม "ใช้พัดลมผิดวิธี" เย็นชั่วคราวแต่เสี่ยงอันตราย ร่างกายขาดน้ำ วูบหมดสติ

4 พฤติกรรม "ใช้พัดลมผิดวิธี" เย็นชั่วคราวแต่เสี่ยงอันตราย ร่างกายขาดน้ำ วูบหมดสติ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนภัยเงียบ 4 พฤติกรรม "ใช้พัดลมผิดวิธี" ที่หลายคนชอบทำ นอกจากไม่ช่วยคลายร้อน ยังเสี่ยงขาดน้ำ วูบหมดสติ 

พัดลมเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลายบ้านเปิดใช้งานแทบทุกวัน โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัด เพราะช่วยให้อากาศหมุนเวียนและทำให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้พัดลมในห้องที่ร้อนอบอ้าวมาก หรือขณะร่างกายขาดน้ำ อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเพิ่มขึ้นและเสี่ยงต่ออาการไม่สบายจากความร้อนได้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้มีโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ

ในวันที่อากาศร้อนจัด ภาวะขาดน้ำและความร้อนสะสมอาจเพิ่มภาระต่อหัวใจและหลอดเลือดได้ การใช้พัดลมจึงควรทำอย่างเหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสังเกตสัญญาณอันตรายของโรคจากความร้อน เช่น เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย สับสน หรือหมดสติ

1. เปิดพัดลมจ่อทันทีหลังกลับจากแดดร้อนหรือเหงื่อท่วม

หลังออกกำลังกายหรือเดินกลางแดดจัด ร่างกายมักมีอุณหภูมิสูงและสูญเสียน้ำผ่านเหงื่อ การเปิดพัดลมแรง ๆ จ่อร่างกายทันทีอาจทำให้รู้สึกเย็นเร็วขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาความร้อนสะสมหรือภาวะขาดน้ำโดยตรง วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ ควรเข้าที่ร่ม เช็ดเหงื่อ ดื่มน้ำทีละน้อย และรอให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิ ก่อนเปิดพัดลมในระดับเบาหรือปานกลาง

2. เปิดพัดลมทั้งที่ดื่มน้ำน้อยหรือร่างกายขาดน้ำ

พัดลมช่วยให้เหงื่อระเหยเร็วขึ้น จึงทำให้รู้สึกเย็นลงได้ แต่หากร่างกายขาดน้ำอยู่แล้ว อาจยิ่งทำให้สูญเสียของเหลวมากขึ้น โดยเฉพาะในห้องที่ร้อนและอากาศไม่ถ่ายเท อาการที่ควรระวังคือ ปากแห้ง กระหายน้ำมาก ปัสสาวะน้อย เวียนศีรษะ ใจสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ หากมีอาการเหล่านี้ควรหยุดพัก ดื่มน้ำ และหาที่เย็นกว่าเพื่อช่วยลดความร้อนในร่างกาย

3. ใช้พัดลมในห้องปิดทึบและร้อนจัด

การเปิดพัดลมในห้องที่ปิดทึบและร้อนจัดอาจทำให้อากาศร้อนหมุนเวียนอยู่ในห้องเดิม โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงมาก พัดลมอาจไม่เพียงพอในการลดความร้อนของร่างกาย จึงควรเปิดหน้าต่างหรือประตูให้อากาศถ่ายเท หรือย้ายไปอยู่ในบริเวณที่เย็นกว่า หากอากาศร้อนจัดมาก ควรใช้เครื่องปรับอากาศ พื้นที่สาธารณะที่เย็นกว่า หรือวิธีลดความร้อนอื่นร่วมด้วย

4. เปิดพัดลมจ่อหน้า ศีรษะ หรือร่างกายตลอดคืน

การเปิดพัดลมจ่อหน้าโดยตรงเป็นเวลานานอาจทำให้ตาแห้ง คอแห้ง ผิวแห้ง หรือระคายเคืองทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะคนที่มีภูมิแพ้หรือไวต่อฝุ่นละออง ควรตั้งพัดลมให้ห่างจากตัว เปิดโหมดส่าย หรือหันพัดลมไปทางผนังหรือเพดานเพื่อให้ลมกระจายตัว ไม่ควรให้ลมแรงปะทะใบหน้าและศีรษะตลอดทั้งคืน

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์

หากมีอาการเวียนศีรษะมาก คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง สับสน พูดไม่ชัด หมดสติ ตัวร้อนมาก หรือมีอาการคล้ายฮีตสโตรก ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที นอกจากนี้ หากมีอาการหน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดแบบเฉียบพลัน ไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการนอนตากพัดลม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมองที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

วิธีใช้พัดลมให้ปลอดภัยในวันที่อากาศร้อน

ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอ ไม่รอให้กระหาย โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือมีเหงื่อออกมาก หลังกลับจากแดดจัดควรเช็ดเหงื่อและพักให้ร่างกายปรับอุณหภูมิก่อน ไม่ควรเปิดพัดลมแรง ๆ จ่อร่างกายทันที นอกจากนี้ ควรวางพัดลมให้ห่างจากตัวประมาณพอเหมาะ เปิดระบบส่าย และหลีกเลี่ยงการเป่าลมตรงจุดเดิมเป็นเวลานาน

ควรทำความสะอาดพัดลมเป็นประจำ เพราะฝุ่น เชื้อรา และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บนใบพัดหรือหน้ากากพัดลมอาจกระจายเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ การเปิดพัดลมในห้องควรมีอากาศถ่ายเท และหากอุณหภูมิสูงมากจนรู้สึกว่าลมที่ออกมาเป็นลมร้อน ควรเปลี่ยนไปใช้วิธีคลายร้อนที่มีประสิทธิภาพกว่า เช่น อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ประคบเย็น ดื่มน้ำ หรืออยู่ในพื้นที่ที่เย็นกว่า

พัดลมไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของสโตรก แต่การใช้พัดลมในสภาพอากาศร้อนจัด ร่วมกับภาวะขาดน้ำหรือห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท อาจทำให้ร่างกายรับมือกับความร้อนได้ยากขึ้น การใช้พัดลมให้ปลอดภัยจึงควรเน้นการระบายอากาศ ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่เป่าจ่อตัวนานเกินไป และเฝ้าระวังอาการผิดปกติจากความร้อน หากมีอาการรุนแรงหรือสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง ควรรีบพบแพทย์ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล