ต้อง "สับเบรกเกอร์แอร์" เมื่อเกิดพายุลมแรง ป้องกันแผงวงจรพัง? กูรูเฉลยแล้ว!: เช็กข่าวชัวร์

ต้อง "สับเบรกเกอร์แอร์" เมื่อเกิดพายุลมแรง ป้องกันแผงวงจรพัง? กูรูเฉลยแล้ว!: เช็กข่าวชัวร์

ต้อง "สับเบรกเกอร์แอร์" เมื่อเกิดพายุลมแรง ป้องกันแผงวงจรพัง? กูรูเฉลยแล้ว!: เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Fact Check เมื่อเกิดพายุลมแรง ควรรีบ “สับเบรกเกอร์แอร์” จริงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเฉลย เหตุผลที่หลายบ้านไม่เคยรู้

มีการแชร์คำแนะนำว่า เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือลมกระโชกแรง ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ากระชาก ประเด็นนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นความเข้าใจเกินจริง

กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากรายงานของ Soha ประเทศเวียดนาม ซึ่งอ้างอิงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศและหน่วยงานด้านไฟฟ้า พบว่า คำแนะนำนี้มีมูลความจริง โดยเฉพาะในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง

คำถาม

จริงหรือไม่ที่เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือลมแรง ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อป้องกันเครื่องพังจากไฟฟ้ากระชากหรือฟ้าผ่า?

การตรวจสอบ

จากรายงานระบุว่า ในช่วงพายุใหญ่หรือฝนฟ้าคะนอง บ้านเรือนควรปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะฟ้าผ่าบริเวณใกล้เคียงอาจทำให้เกิดไฟฟ้ากระชากผ่านระบบสายไฟ ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ ตัวเก็บประจุ หรือแผงวงจรควบคุมของเครื่องปรับอากาศเสียหายได้

Anthony Weinburg ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศจาก Fortis College ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ The Spruce ว่า แม้บ้านจะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก ผู้ใช้ยังควรปิดเครื่องปรับอากาศให้สมบูรณ์ในช่วงมีฟ้าคะนอง โดยไม่ใช่แค่กดปิดจากรีโมต แต่ควรปิดจากเบรกเกอร์หรือสวิตช์ตัดวงจร เพื่อแยกเครื่องออกจากแหล่งจ่ายไฟ

ทางด้านเว็บไซต์ HVAC.com ซึ่งให้ข้อมูลด้านระบบปรับอากาศ ระบุในทำนองเดียวกันว่า หากฟ้าผ่าลงระบบสายไฟในพื้นที่ใกล้เคียง อาจทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าพุ่งสูงอย่างฉับพลัน และรุนแรงพอที่จะทำให้แผงวงจรของเครื่องปรับอากาศไหม้หรือเสียหายได้

สาเหตุที่เครื่องปรับอากาศมีความเสี่ยงมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เพราะมีชุดคอยล์ร้อนติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ซึ่งต้องเผชิญโดยตรงกับฝน ลม ความชื้น และความผันผวนของระบบไฟฟ้า หากเครื่องยังทำงานในช่วงไฟตก ไฟกระชาก หรือฝนฟ้าคะนอง อาจเสี่ยงต่อความเสียหายของแผงวงจร ตัวเก็บประจุ หรือระบบคอมเพรสเซอร์

นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และเราเตอร์ Wi-Fi เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีแผงวงจรที่ไวต่อไฟฟ้ากระชากเช่นกัน

การปิดเพียงสวิตช์อาจยังไม่เพียงพอ เพราะกระแสไฟฟ้ายังสามารถไหลผ่านวงจรได้ หากปลั๊กยังเสียบอยู่กับเต้ารับ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือถอดปลั๊ก หรือปิดเบรกเกอร์เฉพาะวงจรของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีพายุรุนแรงหรือฟ้าผ่าใกล้พื้นที่อยู่อาศัย

หลังพายุผ่านไป ไม่ควรรีบเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทันที ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้า เต้ารับ สายไฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่ามีความชื้น กลิ่นไหม้ รอยไหม้ หรือความผิดปกติหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนใช้งาน

ข้อเท็จจริง

คำแนะนำว่าเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองหรือลมแรงควรปิดเครื่องปรับอากาศ เป็นเรื่องจริงในเชิงความปลอดภัย เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ากระชาก ฟ้าผ่าใกล้บ้าน และความเสียหายต่อแผงวงจรหรือคอมเพรสเซอร์ โดยควรปิดที่เบรกเกอร์หรือถอดปลั๊ก ไม่ใช่เพียงกดปิดจากรีโมต

อ้างอิง

  1. รายงานของ Soha ประเทศเวียดนาม เผยแพร่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568
  2. คำอธิบายของ Anthony Weinburg ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ Fortis College อ้างอิงโดย The Spruce
  3. ข้อมูลด้านระบบปรับอากาศจาก HVAC.com
  4. คำแนะนำด้านความปลอดภัยจาก EVN
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล