ต้อง "สับเบรกเกอร์แอร์" เมื่อเกิดพายุลมแรง ป้องกันแผงวงจรพัง? กูรูเฉลยแล้ว!: เช็กข่าวชัวร์

Fact Check เมื่อเกิดพายุลมแรง ควรรีบ “สับเบรกเกอร์แอร์” จริงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเฉลย เหตุผลที่หลายบ้านไม่เคยรู้
มีการแชร์คำแนะนำว่า เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือลมกระโชกแรง ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ากระชาก ประเด็นนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นความเข้าใจเกินจริง
กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากรายงานของ Soha ประเทศเวียดนาม ซึ่งอ้างอิงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศและหน่วยงานด้านไฟฟ้า พบว่า คำแนะนำนี้มีมูลความจริง โดยเฉพาะในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง
คำถาม
จริงหรือไม่ที่เมื่อเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนอง หรือลมแรง ควรปิดเครื่องปรับอากาศทันที เพื่อป้องกันเครื่องพังจากไฟฟ้ากระชากหรือฟ้าผ่า?
การตรวจสอบ
จากรายงานระบุว่า ในช่วงพายุใหญ่หรือฝนฟ้าคะนอง บ้านเรือนควรปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะฟ้าผ่าบริเวณใกล้เคียงอาจทำให้เกิดไฟฟ้ากระชากผ่านระบบสายไฟ ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ ตัวเก็บประจุ หรือแผงวงจรควบคุมของเครื่องปรับอากาศเสียหายได้
Anthony Weinburg ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศจาก Fortis College ให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ The Spruce ว่า แม้บ้านจะติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก ผู้ใช้ยังควรปิดเครื่องปรับอากาศให้สมบูรณ์ในช่วงมีฟ้าคะนอง โดยไม่ใช่แค่กดปิดจากรีโมต แต่ควรปิดจากเบรกเกอร์หรือสวิตช์ตัดวงจร เพื่อแยกเครื่องออกจากแหล่งจ่ายไฟ
ทางด้านเว็บไซต์ HVAC.com ซึ่งให้ข้อมูลด้านระบบปรับอากาศ ระบุในทำนองเดียวกันว่า หากฟ้าผ่าลงระบบสายไฟในพื้นที่ใกล้เคียง อาจทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าพุ่งสูงอย่างฉับพลัน และรุนแรงพอที่จะทำให้แผงวงจรของเครื่องปรับอากาศไหม้หรือเสียหายได้
สาเหตุที่เครื่องปรับอากาศมีความเสี่ยงมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เพราะมีชุดคอยล์ร้อนติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ซึ่งต้องเผชิญโดยตรงกับฝน ลม ความชื้น และความผันผวนของระบบไฟฟ้า หากเครื่องยังทำงานในช่วงไฟตก ไฟกระชาก หรือฝนฟ้าคะนอง อาจเสี่ยงต่อความเสียหายของแผงวงจร ตัวเก็บประจุ หรือระบบคอมเพรสเซอร์
นอกจากเครื่องปรับอากาศแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ปั๊มน้ำ และเราเตอร์ Wi-Fi เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีแผงวงจรที่ไวต่อไฟฟ้ากระชากเช่นกัน
การปิดเพียงสวิตช์อาจยังไม่เพียงพอ เพราะกระแสไฟฟ้ายังสามารถไหลผ่านวงจรได้ หากปลั๊กยังเสียบอยู่กับเต้ารับ วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือถอดปลั๊ก หรือปิดเบรกเกอร์เฉพาะวงจรของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ โดยเฉพาะช่วงที่มีพายุรุนแรงหรือฟ้าผ่าใกล้พื้นที่อยู่อาศัย
หลังพายุผ่านไป ไม่ควรรีบเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทันที ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้า เต้ารับ สายไฟ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่ามีความชื้น กลิ่นไหม้ รอยไหม้ หรือความผิดปกติหรือไม่ หากพบสิ่งผิดปกติควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนใช้งาน
ข้อเท็จจริง
คำแนะนำว่าเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองหรือลมแรงควรปิดเครื่องปรับอากาศ เป็นเรื่องจริงในเชิงความปลอดภัย เพราะช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ากระชาก ฟ้าผ่าใกล้บ้าน และความเสียหายต่อแผงวงจรหรือคอมเพรสเซอร์ โดยควรปิดที่เบรกเกอร์หรือถอดปลั๊ก ไม่ใช่เพียงกดปิดจากรีโมต
- EVN เตือน 1 นิสัยเปิดแอร์ ต้นเหตุ "ดูดไฟ" เปลืองมากกว่าปกติถึง 3 เท่า?!!
- เปิดพัดลม "เบอร์ไหน" เปลืองไฟที่สุด? เผยทริคโกงความร้อนที่ CDC แนะนำเอง!!

อ้างอิง
- รายงานของ Soha ประเทศเวียดนาม เผยแพร่วันที่ 22 กรกฎาคม 2568
- คำอธิบายของ Anthony Weinburg ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบปรับอากาศ Fortis College อ้างอิงโดย The Spruce
- ข้อมูลด้านระบบปรับอากาศจาก HVAC.com
- คำแนะนำด้านความปลอดภัยจาก EVN
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี