เปิดพัดลม "เบอร์ไหน" เปลืองไฟที่สุด? เผยทริคโกงความร้อนที่ CDC แนะนำเอง!!

เปิดพัดลม "เบอร์ไหน" เปลืองไฟที่สุด? เผยทริคโกงความร้อนที่ CDC แนะนำเอง!!

เปิดพัดลม "เบอร์ไหน" เปลืองไฟที่สุด? เผยทริคโกงความร้อนที่ CDC แนะนำเอง!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดพัดลมเบอร์แรงหรือเบอร์เบา เปลืองไฟกว่ากัน? หน่วยงานด้านพลังงานมีคำตอบ!

เมื่อเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน พัดลมกลายเป็นอุปกรณ์คู่บ้านที่ขาดไม่ได้ หลายครอบครัวเปิดใช้งานแทบทั้งวันเพื่อคลายความร้อน จึงเกิดคำถามตามมาว่า การเลือกเปิดพัดลมเบอร์แรง (เบอร์ใหญ่) หรือเบอร์เบา (เบอร์เล็ก) แบบไหนจะสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่ากัน

คำตอบคือ: การเปิดพัดลมเบอร์แรงมักสิ้นเปลืองไฟมากกว่าเบอร์เบา อย่างไรก็ตาม การจะใช้งานให้ทั้งเย็นและประหยัดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขบนปุ่มกดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในวิธีการทำงานของตัวเครื่องด้วย

ทำไมเปิดเบอร์แรงถึงเปลืองไฟกว่า?

ตามหลักการแล้ว เมื่อเราเปิดพัดลมที่ระดับความแรงสูง มอเตอร์จะต้องหมุนเร็วขึ้นเพื่อให้ใบพัดผลักอากาศออกมามากขึ้น ส่งผลให้กำลังไฟฟ้าที่ใช้สูงขึ้นตามไปด้วย ในทางตรงกันข้าม การเปิดเบอร์เล็กจะใช้ความเร็วรอบที่ต่ำกว่า จึงใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการใช้ไฟยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น:

  • ประเภทของพัดลม: ขนาดและกำลังวัตต์ของมอเตอร์

  • อายุการใช้งาน: พัดลมเก่าที่มีมอเตอร์เสื่อมสภาพอาจกินไฟมากกว่าพัดลมใหม่แม้จะเปิดที่ระดับความแรงเท่ากัน

  • เทคโนโลยี: ระบบการควบคุมความเร็วรอบของแต่ละรุ่น

วิธีใช้งานที่เหมาะสม: เมื่อเข้ามาในห้องที่ร้อนจัด ให้เปิดเบอร์แรงในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อเร่งการไหลเวียนของอากาศ เมื่อเริ่มรู้สึกสบายขึ้นแล้ว ควรลดระดับความแรงลงมาที่เบอร์กลางหรือเบอร์เล็กเพื่อเป็นการประหยัดไฟ

เคล็ดลับการใช้พัดลมให้เย็นฉ่ำและประหยัดไฟในฤดูร้อน

  1. เลือกความแรงให้พอดี: ไม่ควรเปิดเบอร์แรงสุดทิ้งไว้ตลอดวัน แต่ให้ปรับตามความจำเป็นจริง

  2. ใช้โหมดหมุนส่ายและตั้งเวลา: หากพัดลมมีโหมดส่าย โหมดลมธรรมชาติ หรือการตั้งเวลาปิด ควรนำมาใช้เพื่อช่วยให้ลมกระจายทั่วถึงและไม่เปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น

  3. ทิศทางการหมุนของพัดลมเพดาน: กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ แนะนำว่าในหน้าร้อนควรให้พัดลมเพดานหมุนทวนเข็มนาฬิกา เพื่อผลักลมลงด้านล่างให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเย็นขึ้น

  4. ใช้ร่วมกับเครื่องปรับอากาศ: การเปิดพัดลมควบคู่กับแอร์จะช่วยกระจายความเย็นได้ดีขึ้น ทำให้เราสามารถตั้งอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้นเล็กน้อย (เช่น 26-27 องศาเซลเซียส) แต่ยังคงรู้สึกเย็นสบายและช่วยลดภาระการทำงานของแอร์ได้

  5. การจัดการอากาศในบ้าน: เปิดประตูหน้าต่างในช่วงเช้ามืดหรือกลางคืนที่อากาศภายนอกเย็นกว่าเพื่อระบายอากาศ แต่ในช่วงที่แดดร้อนจัด ควรปิดม่านและหน้าต่างเพื่อกันความร้อนเข้าบ้าน

หน่วยงานควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ให้คำแนะนำว่า หากอุณหภูมิภายในห้องสูงเกิน 32 องศาเซลเซียส การใช้พัดลมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีคลายร้อนที่ปลอดภัยเสมอไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กเล็ก ควรใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอ ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตัว หรือย้ายไปอยู่ในที่ที่มีเครื่องปรับอากาศหากจำเป็น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล