วิจัย 1.3 แสนคน "ผักชนิดนี้" กินต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ

วิจัย 1.3 แสนคน "ผักชนิดนี้" กินต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ

วิจัย 1.3 แสนคน "ผักชนิดนี้" กินต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ลดเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัย 1.3 แสนคน "ผักชนิดนี้" กินต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ ช่วยเผาผลาญไขมัน ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจลดลง31%

หัวไชเท้า, กะหล่ำปลี และบรอกโคลี ดูภายนอกอาจจะต่างกันมาก แต่จริงๆ แล้วพวกมันคือพี่น้องใน "ตระกูลกะหล่ำ" (Cruciferous) ซึ่งนอกจากจะเป็น "ดาวเด่นต้านมะเร็ง" แล้ว งานวิจัยล่าสุดในวารสาร Nutrients ยังพบว่าพวกมันมีศักยภาพสูงมากในการปกป้องหัวใจและหลอดเลือด

2 ไม้ตายในผักตระกูลกะหล่ำ เพื่อหลอดเลือดที่อ่อนเยาว์

การทดลองจากมหาวิทยาลัยล็อดซ์ (University of Lodz) พบว่า การทานบรอกโคลีวันละ 100 กรัม ต่อเนื่องเพียง 1 สัปดาห์ สามารถช่วยให้การเผาผลาญคอเลสเตอรอลดีขึ้น และหากทานต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ จะช่วยบรรเทาอาการหลอดเลือดแข็งตัวได้

  1. กลูโคซิโนเลต (Glucoside): สารนี้จะเปลี่ยนเป็น "ซัลโฟราเฟน" (Sulforaphane) เมื่อเราเคี้ยวหรือหั่น ช่วยยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลที่ตับ และกระตุ้นการขับคอเลสเตอรอลออกจากร่างกายในรูปของน้ำดี ลดการสะสมของ "ไขมันเลว" (LDL) ในหลอดเลือด

  2. สารประกอบฟีนอลิก (Phenolic Compounds): เช่น ฟลาโวนอยด์ และแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยปกป้องผนังหลอดเลือดไม่ให้ถูกทำลาย และช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี ยืดหยุ่น และลดความเสี่ยงการเกิดลิ่มเลือด

สถิติที่น่าสนใจ: งานวิจัยในกลุ่มตัวอย่าง 130,000 คน พบว่ากลุ่มที่ทานผักตระกูลกะหล่ำมากที่สุด มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลงถึง 31% และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ 20%

ใครบ้างที่อยู่ในครอบครัวนี้?

  • กลุ่มผักกาด: ผักกาดขาว, ผักกาดกวางตุ้ง, ผักกาดฮ่องเต้

  • กลุ่มกะหล่ำ: กะหล่ำปลี, กะหล่ำม่วง, เคล (Kale), กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts), กะหล่ำดอก, บรอกโคลี, คะน้า

  • กลุ่มผักเสี้ยน/มัสตาร์ด: ผักกาดเขียวปลี, ผักกาดหางหงษ์

  • กลุ่มหัวไชเท้า: หัวไชเท้าขาว, ไชเท้าเขียว, ไชเท้าเชอร์รี่ (แครอทไม่ใช่ผักตระกูลกะหล่ำ)

เคล็ดลับการกินให้ได้คุณค่าสูงสุด โดยนักโภชนาการ

1. เลือกผัก "สีเข้ม-รสจัด": ผักที่มีสีเข้มและรสชาติเผ็ดซ่าเฉพาะตัว มักจะมีสารกลูโคซิโนเลตสูงกว่า เช่น บรอกโคลีจะมีสารนี้สูงกว่ากะหล่ำดอกสีขาว

2. ปรุงให้น้อยที่สุด:

  • อันดับความดีงาม: ทานสด > นึ่ง > ต้ม/ไมโครเวฟ/ผัด

  • เนื่องจากสารสำคัญสลายตัวได้ง่ายในน้ำและความร้อนสูง การนึ่งจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดหากไม่สามารถทานสดได้

  • ผักที่ควรทานสด: หัวไชเท้า, กะหล่ำม่วง, ผักร็อกเก็ต, เคล

  • ผักที่ควรนึ่ง: บรอกโคลี, กะหล่ำดอก, คะน้า

ข้อควรระวัง: สารในผักตระกูลกะหล่ำอาจส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อการดูดซึมไอโอดีน ดังนั้น ผู้ที่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานในปริมาณมาก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล