เวลาทองของการกิน "ไข่ไก่" หลายคนกินทุกวันแต่ผิดหลักสุขภาพ ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9888486/tn_news(8).jpgเวลาทองของการกิน "ไข่ไก่" หลายคนกินทุกวันแต่ผิดหลักสุขภาพ ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่

เวลาทองของการกิน "ไข่ไก่" หลายคนกินทุกวันแต่ผิดหลักสุขภาพ ได้ประโยชน์ไม่เต็มที่

แชร์เรื่องนี้

เวลาทองของการกิน "ไข่ไก่" หลายคนกินทุกวันแต่ผิดหลักสุขภาพ ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่

"ไข่ไก่" ได้ชื่อว่าเป็น คลังสารอาหารจากธรรมชาติ ที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพเยี่ยม เลซิติน วิตามิน และแร่ธาตุมากมาย ในราคาที่เข้าถึงง่าย แต่การกินไข่แบบเดิมๆ ที่เราคุ้นเคย อาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเสมอไป หากกินไม่ถูกวิธี นอกจากร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่แล้ว ยังอาจเป็นการเพิ่มภาระให้ร่างกายโดยไม่จำเป็น

ควบคุมจำนวนการกินให้เหมาะสม

การกินไข่ในปริมาณที่พอเหมาะคือหัวใจสำคัญของการดูดซึมสารอาหาร:

  • บุคคลทั่วไป: หากได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์และถั่วเป็นปกติอยู่แล้ว แนะนำให้กิน ไข่ทั้งฟองวันละ 1 ฟอง

  • กลุ่มใช้แรงงาน/นักกีฬา: หรือผู้ที่กินโปรตีนจากสัตว์น้อย สามารถกินได้ วันละ 1-2 ฟอง

  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (ไขมันในเลือดสูง/โรคหัวใจ): ไม่จำเป็นต้องงดไข่แดงเสียทีเดียว หากคุมอาหารรสจัด มัน และเค็มได้ ก็สามารถกิน ไข่ทั้งฟองได้วันละ 1 ฟอง ตามปกติ

  • ข้อควรระวัง: ไม่ควรพิกินไข่ปริมาณมากในคราวเดียว เพราะอาจทำให้ท้องอืดและย่อยยาก

เลือกวิธีการปรุงที่เน้นสุขภาพ

วิธีการปรุงส่งผลต่อการสูญเสียสารอาหารและการย่อยของร่างกาย:

  • ดีที่สุด (แนะนำ): ไข่ต้ม, ตุ๋น, ไข่ดาวน้ำ (Poached Egg)

    • ใช้อุณหภูมิต่ำ น้ำมันและเกลือน้อย ช่วยรักษาโปรตีนและวิตามินได้ดีที่สุด ย่อยง่าย เหมาะสำหรับกินทุกวัน

  • ควรกินแต่น้อย: ไข่ดาว, ไข่เจียว, ไข่พะโล้/ไข่ต้มใบชา

    • การทอดด้วยความร้อนสูงจะทำลายวิตามินบี และเพิ่มแคลอรีจากน้ำมัน ส่วนไข่พะโล้หรือไข่ต้มใบชาแม้สารอาหารจะยังอยู่ครบ แต่มีโซเดียมสูงเกินไป

  • ไม่แนะนำ: ไข่ดิบ หรือ ไข่ลวก/ไข่ต้มยางมะตูม

    • ไข่ที่ปรุงไม่สุกเสี่ยงต่อเชื้อ ซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย และในแง่การดูดซึม "ไข่ที่สุกเต็มที่" ร่างกายจะย่อยโปรตีนและดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าไข่ดิบ

    • หมายเหตุ: ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรทานไข่ที่สุก 100% เท่านั้น

จัดเวลาการกินให้เหมาะสม

  • มื้อเช้าคือช่วงเวลาทอง: การกินไข่ร่วมกับอาหารจำพวกแป้งและผักในมื้อเช้า ช่วยให้อิ่มนาน ลดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน และร่างกายนำโปรตีนไปใช้ได้มีประสิทธิภาพที่สุด

  • มื้อเย็นกินได้ แต่เลี่ยงช่วงก่อนนอน: ไม่ควรทานไข่ในช่วง 1-2 ชั่วโมงก่อนนอน โดยเฉพาะผู้ที่ย่อยยาก เพราะในช่วงที่ร่างกายพักผ่อน การทำงานของลำไส้จะช้าลง อาจทำให้เกิดอาการท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อยได้

"กินในปริมาณที่พอดี ปรุงรสอ่อน และเลือกเวลาที่เหมาะสม" การกินไข่ให้ถูกหลักวิทยาศาสตร์เพียงวันละฟอง ก็ถือเป็นการดูแลสุขภาพที่คุ้มค่าและทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :news.qq.com