วิศวกรการบินเฉลยกระจ่าง! ทำไมห้ามพก "ของเหลวเกิน 100 ml" ขึ้นเครื่องบิน แต่น้ำที่ซื้อในเกตขึ้นได้?

ทำไม “ของเหลวเกิน 100 ml” ห้ามขึ้นเครื่อง? แต่น้ำที่ซื้อในเกตถือขึ้นเครื่องได้ วิศวกรการบินเฉลยหมดเปลือก เหตุผลที่หลายคนเพิ่งเข้าใจ
หลายคนอาจเคยหัวเสียเวลาโดนเจ้าหน้าที่ยึดน้ำดื่ม น้ำหอม หรือครีมที่พกติดตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน โดยเฉพาะกรณีที่ในขวดเหลือเพียงนิดเดียว แต่กลับไม่สามารถนำผ่านด่านตรวจความปลอดภัยได้ ขณะที่เครื่องดื่มที่ซื้อจากร้านในเกตกลับถือขึ้นเครื่องได้ตามปกติ จนเกิดคำถามคาใจว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนั้น”
ล่าสุดประเด็นนี้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลัง “คุณปู นิศรา” วิศวกรการบิน ออกมาอธิบายเบื้องหลังกฎ “ห้ามนำของเหลวเกิน 100 มิลลิลิตรขึ้นเครื่อง” ผ่านโซเชียลส่วนตัว พร้อมเล่าที่มาของกฎระดับโลกที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน
จุดเริ่มต้นกฎห้ามของเหลวเกิน 100 ml
คุณปูเล่าว่า เดิมทีผู้โดยสารทั่วโลกสามารถพกน้ำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2549 หลังหน่วยข่าวกรองอังกฤษ MI5 สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย 24 คน ที่วางแผนก่อเหตุระเบิดเครื่องบินพร้อมกันถึง 10 ลำเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก
แผนดังกล่าวคือการซ่อนสารเคมีอันตรายไว้ในขวดน้ำอัดลมธรรมดา ก่อนนำไปผสมบนเครื่องบิน ทำให้หลังเหตุการณ์นั้น สนามบินทั่วโลกเริ่มใช้มาตรการเข้มงวดเกี่ยวกับการนำของเหลวขึ้นเครื่องทันที
ทำไมขวดเหลือน้ำแค่นิดเดียวก็ยังโดนยึด?
หนึ่งในข้อสงสัยที่ผู้โดยสารถามกันมากที่สุด คือ ถ้าขวดเหลือน้ำเพียงก้นขวด ทำไมยังถูกยึด
คำตอบคือ เครื่องเอกซเรย์ที่ใช้ตรวจความปลอดภัยไม่ได้วัดจาก “ปริมาณของเหลวที่เหลืออยู่” แต่พิจารณาจาก “ขนาดของภาชนะ” เพราะช่องว่างอากาศในขวดอาจทำให้ระบบตรวจจับความหนาแน่นคำนวณผิดพลาด และอาจมองไม่เห็นสารอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายในได้
เบื้องหลังตัวเลข 100 มิลลิลิตร เกี่ยวข้องกับหลักฟิสิกส์
วิศวกรการบินอธิบายเพิ่มเติมว่า ตัวเลข 100 มิลลิลิตรไม่ได้ถูกกำหนดขึ้นแบบสุ่ม แต่เกี่ยวข้องกับการคำนวณด้านความปลอดภัยของเครื่องบินโดยตรง
เมื่อเครื่องบินบินที่ระดับความสูงประมาณ 35,000 ฟุต ลำตัวเครื่องจะอยู่ภายใต้แรงดันอากาศตลอดเวลา เปรียบเหมือนลูกโป่งที่ถูกเป่าจนตึง หากเกิดแรงระเบิดจากของเหลวในปริมาณเล็กน้อย ผนังเครื่องอาจเพียงแค่บุบ แต่หากปริมาณมากเกินไป อาจเสี่ยงทำให้โครงสร้างเสียหายรุนแรงได้
เหตุการณ์จริงที่ทำให้กฎสนามบินเข้มงวดขึ้น
คุณปูยังยกตัวอย่างเหตุการณ์ในอดีตเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น ในปี 2537 เคยมีการซ่อนสารเคมีไว้ในขวดน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์และเกิดระเบิดบนเครื่องบิน แม้ความเสียหายจะไม่ถึงขั้นทำให้เครื่องตก แต่ก็สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการการบินทั่วโลก
อีกกรณีเกิดขึ้นในปี 2559 เมื่อมีการซ่อนวัตถุระเบิดไว้ในแล็ปท็อปและสามารถผ่านด่านตรวจได้ โชคดีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเครื่องยังบินไม่สูงมาก ทำให้แรงดันภายในลำตัวเครื่องยังไม่รุนแรงจนเกิดโศกนาฏกรรมใหญ่
เฉลยข้อสงสัย ทำไมน้ำในเกตถึงถือขึ้นเครื่องได้
คำถามยอดฮิตอีกข้อคือ ทำไมน้ำจากบ้านถูกยึด แต่เครื่องดื่มที่ซื้อในเกตกลับถือขึ้นเครื่องได้
สาเหตุหลักมาจาก “ระบบตรวจสอบความปลอดภัย” เพราะสินค้าที่ขายภายในพื้นที่เกต จะผ่านกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบเข้มงวดแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต่างจากของที่นำเข้ามาจากภายนอกซึ่งยังไม่ได้ผ่านระบบตรวจสอบในระดับเดียวกัน
คนทำงานสนามบินเข้าใจความรู้สึกผู้โดยสาร
แม้จะเป็นมาตรการที่ทำให้หลายคนเสียดายของใช้ราคาแพง หรือของฝากที่ตั้งใจซื้อกลับบ้าน แต่ในมุมของคนทำงานสนามบิน คุณปูยอมรับว่า ทุกครั้งที่เห็นผู้โดยสารถูกยึดของก็รู้สึกเห็นใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เธอมองว่ากฎเหล่านี้ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และทำให้ผู้โดยสารทั่วโลกสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
สรุปข้อควรรู้ก่อนขึ้นเครื่อง
- ของเหลวทุกชนิดที่ถือขึ้นเครื่อง ต้องมีขนาดภาชนะไม่เกิน 100 มิลลิลิตร
- แม้ของเหลวจะเหลือเพียงเล็กน้อย แต่หากขนาดขวดเกินกำหนด ก็อาจถูกยึดได้
- เครื่องดื่มหรือสินค้าที่ซื้อหลังผ่านจุดตรวจในเกต สามารถนำขึ้นเครื่องได้ตามปกติ
- หากต้องการพกของเหลวปริมาณมาก ควรโหลดใต้ท้องเครื่องแทน
แม้มาตรการเหล่านี้อาจสร้างความไม่สะดวกในบางครั้ง แต่เบื้องหลังทุกกฎล้วนมีเหตุผลด้านความปลอดภัยซ่อนอยู่ และอาจเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทางได้จริง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


