
เจาะลึกสารเคมีใน "กาแฟ" ไม่ได้มีแค่คาเฟอีน ดื่มแล้วบำรุงตับหรือทำลายตับ?
เจาะลึกสรรพคุณ "กาแฟ" เครื่องดื่มที่มีความซับซ้อนสูง สารประกอบทางเคมีกว่า 1,000 ชนิด ดื่มแล้วบำรุงตับหรือทำลายตับ?
หลายคนดื่มกาแฟทุกวันเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวในตอนเช้าหรือแก้เพลียในตอนบ่าย แต่กาแฟอาจมีดีมากกว่าแค่ช่วยให้สดชื่น เพราะเหล่านักวิจัยพบว่ามันส่งผลดีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ "ตับ" ของคุณ
1. ช่วยป้องกันโรค
งานวิจัยพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงลดลงต่อโรคดังต่อไปนี้:
-
มะเร็งตับ
-
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
-
ภาวะพังผืดในตับ (Fibrosis): โรคที่ทำให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นภายในตับ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาจากภาวะตับอักเสบหรือการดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง
-
โรคตับแข็ง (Cirrhosis): ระยะลุกลามของพังผืดในตับ ซึ่งจะทำให้ตับทำงานได้ยากลำบากขึ้น
-
โรคไขมันพอกตับที่ไม่ใช่จากแอลกอฮอล์ (NAFLD): เกิดจากเซลล์ตับสะสมไขมันมากเกินไป จนตับทำงานผิดปกติ
-
โรคอื่นๆ: เช่น พาร์กินสัน, อัลไซเมอร์ และโรคเก๊าท์
ข่าวดีสำหรับคอกาแฟตัวจริง: ยิ่งดื่มในปริมาณที่เหมาะสม โอกาสเกิดโรคตับยิ่งลดลง งานวิจัยหนึ่งพบว่าการดื่มกาแฟ 2 แก้วต่อวัน ช่วยลดโอกาสตับแข็งได้ 44% และถ้าดื่ม 4 แก้วต่อวัน โอกาสเสี่ยงจะลดลงถึง 65%
2. ช่วยต่อสู้กับโรค (กรณีที่มีอาการอยู่แล้ว)
หากคุณมีปัญหาเรื่องตับอยู่แล้ว กาแฟอาจช่วยบรรเทาอาการได้ การดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 1-3 แก้วต่อวัน) อาจช่วยชะลอการลุกลามของโรคเหล่านี้:
-
พังผืดในตับและตับแข็ง
-
ตับอักเสบบี และ ซี
-
โรคไขมันพอกตับที่ไม่ใช่จากแอลกอฮอล์

3. กาแฟช่วยตับได้อย่างไร?
นอกจากคาเฟอีนแล้ว กาแฟยังมีสารประกอบทางเคมีตามธรรมชาติมากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งแพทย์กำลังศึกษากลไกการทำงานของพวกมันอยู่ และนี่คือเบาะแสบางส่วน:
-
สารพาราแซนทีน (Paraxanthine): เมื่อร่างกายย่อยคาเฟอีน จะเกิดสารนี้ขึ้น ซึ่งช่วยชะลอการเติบโตของเนื้อเยื่อพังผืด ช่วยสู้กับมะเร็งตับและตับอักเสบซีได้
-
คาเวออล (Kahweol) และ คาเฟสทอล (Cafestol): สารสองชนิดนี้อาจช่วยต้านมะเร็ง แพทย์บางส่วนเชื่อว่าการดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะ อาจช่วยเสริมการรักษาหลักของมะเร็งตับชนิดที่พบบ่อยที่สุด (HCC) ได้
-
กรดในกาแฟ: อาจช่วยต้านไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งงานวิจัยระบุว่า กาแฟแบบไม่มีคาเฟอีน (Decaf) ก็ให้ประโยชน์ในด้านนี้เช่นกัน
ที่สำคัญคือ กาแฟให้ผลดีทั้งในผู้ชายและผู้หญิง และได้ประโยชน์ไม่ว่าจะชงด้วยวิธีใดก็ตาม ทั้งแบบดริป (Filtered), กาแฟสำเร็จรูป (Instant) หรือเอสเพรสโซ (Espresso)
บทสรุป
แพทย์เชื่อว่ากาแฟอาจกลายเป็น "อาวุธสำคัญ" ในการต่อสู้กับโรคตับ เพราะหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและระวังเรื่องการเติมน้ำตาลหรือครีมเทียมมากเกินไปด้วยน
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Cleveland Clinic ,Web MD