ชีวิตฟ้าหลังฝน "บอย ภิษณุ" ผ่อนบ้าน 70 ล้านหมด มีงานประจำควบงานวงการ
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
“บอย ภิษณุ” ลั่นทำหมันเพราะไม่อยากมีลูกเพิ่ม ไม่อยากมีเมียใหม่ เปิดใจมรสุมชีวิต 2 ปี ไม่มีงาน 90% ขายบ้าน 70 ล้าน ป่วยซึมเศร้า
“บอย ภิษณุ” วันนี้ขอมาอัปเดตความน่ารักของลูกสาว “เฟรยา” ตอนนี้อายุ 4 ขวบแล้ว พร้อมเผยลดสถานะอดีตภรรยาเหลือเพียงพ่อแม่ของลูก ปิดเงียบนาน 2 ปีเต็ม วันนี้พร้อมเล่ามรสุมปัญหาชีวิตหนัก ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน ปัญหาครอบครัว แถมโดนชาวเน็ตแซะแรง ไร้งาน ตกอับ ล่าสุดตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ทำหมันถาวร ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “หนิง ปณิตา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
คุณไปทำหมันเพื่อลูก จุดเริ่มต้นมายังไง?
“มันมีที่มาที่ไป แต่เราก็นั่งคิดอยู่พักใหญ่เหมือนกันนะ คิดว่ามันยังไงดีวะ ให้ชีวิตรู้สึกว่าเรากำหนดชีวิตเราเองได้ หลังๆ เริ่มเป็นคนคิดเรื่องอนาคต ถ้าเราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น เราต้องป้องกันตั้งแต่ปัจจุบัน ดำเนินชีวิตให้มันปลอดภัยเป็นที่เป็นทาง เราคิดว่าการที่เรามีภรรยาคนเดียวเราก็มีความสุขมากแล้วนะ เติมเต็มชีวิตเราได้พอสมควรแล้ว และรู้สึกว่าถ้าเรามีอีกคนขึ้นมา เราจะทำให้ลูกรู้สึกยังไง เพราะมันมองได้หลายแบบ จริงๆ เราไปคิดแทนภรรยาก็ไม่ถูก แต่แค่มองว่าถ้าวันนึงเรามีลูกคนใหม่มาแล้ว และลูกเราที่เกิดจากภรรยา เขาจะคิดว่าเราจะให้ความรักเขาน้อยลงมั้ย อยู่ๆ คนใหม่ก็โผล่มา มันมีเหตุผลเนอะการมีลูกกับแม่คนเดียวกันกับภรรยามันอาจไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีกับใครอีกคนที่ไม่ใช่แม่เขา ผมว่าปัญหามันต้องเกิด”
คิดข้ามสเต็ปทั้งที่ยังไม่ได้มีใคร?
“ไม่มี และไม่ได้อยากมีด้วย เราเลยป้องกันไว้ตั้งแต่ตอนนี้ เราคิดว่าคนเดียวก็กำลังดีด้วย ไม่ได้เรียกว่าภาระ แต่เป็นการรับผิดชอบชีวิต ชีวิตนึงดีกว่า เราไม่อยากใช้คำว่าภาระ เพราะเขาไม่ใช่ภาระ เขามาเติมเต็มเรา เรามีความสุขมากกับการมีลูก แต่ค่าเทอม ค่ากินอยู่ทุกอย่าง มันเราหมด เราคิดว่าคนเดียวกำลังพอดีกับแรงที่เรามี ณ ตอนนี้ เพราะเราอายุเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้วถ้าอนาคตมีอีกมันเหนื่อยเกินไป ก็คิดว่าคนเดียวพอ”
เพื่อนสนิท “ต้นหอม” ไปเมนต์ว่าถ้าลูกสาวอยากมีน้องอีกคน?
“เขาจะถามตอนไหน ตอนนี้เขา 4 ขวบ ถ้าถามตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เรื่องหรอกว่าจะเป็นแบบไหน ยังไง มันก็ทำให้ผม อ้าว แบบนี้กูเป๋นะ (หัวเราะ) คิดนิดหน่อย แต่ผมคิดมาดีแล้ว ต่อให้ใครพูดยังไง เรารับฟัง แต่เราตัดสินใจชีวิตของเราแล้ว ว่าเราจะเดินทางแบบไหน”
ถ้าคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไง และต้องเกิดปัญหาอะไร เราทำ ณ วันนี้ไม่ให้เป็นปัญหา?
“เราไม่รู้หรอก คนชอบพูดว่าเดี๋ยวนี้ถุงยางก็มีนะพ่อ ถุงยางก็เป็นส่วนนึงในการป้องกันการมีบุตร แต่มันป้องกันโรคด้วย ไม่ต้องบอกหรอก ถึงเวลาเราใช้อยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่รู้สึกการทำหมันมันเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ 99 เลยนะ”
เคยถามเฟรยามั้ยอยากมีน้องมั้ย?
“ไม่เคยถามครับ เพราะคิดว่าตอนนี้เฟรยายังไม่รู้อะไรมากหรอก เพิ่ง 4 ขวบเอง ไม่รู้หรอกการมีน้องเป็นยังไง บางทีเขาไปโรงเรียนยังไม่อยากมีเพื่อนเลยทุกวันนี้ (หัวเราะ) ชอบเล่นคนเดียว ไม่อินโทรเวิร์ต พลังเยอะมาก แต่พัฒนาการเริ่มดี ไปโรงเรียนก็พูดถึงเพื่อนคนนั้นคนนี้บ้าง แต่ไม่เคยถามว่าอยากมีน้องมั้ย”
อนาคตถ้าวันนึงมีแฟนเป็นตัวเป็นตน แฟนที่คบด้วยอยากมีลูก ทำยังไง?
“ก็ไปป้ายอื่นเลย ป้ายนี้ไม่มีบุตร (หัวเราะ) เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนตั้งแต่ตอนแรกเลยว่าตอนนี้เราทำหมันเรียบร้อยแล้วนะ เราคิดว่าเราไม่ได้อยากมีลูกอีกแล้ว ต้องเข้าใจกติกาเราก่อน ต้องบอกให้เขาเข้าใจแหละ อีกอย่างแก่แล้ว ไม่อยากมี”
มีคุยมั้ย?
“ไม่มี ไม่มีเลย และไม่อยากมีด้วย ไม่รู้เป็นเพราะอะไรนะ แต่รู้สึกว่าตอนนี้เวลาหมดไปกับการทำงาน พอเราไม่ทำงาน เราเทเวลาให้ลูกเต็มที่มากที่สุดเลย แล้วเราจะเอาเวลาไหนไปซัพพอร์ตความรู้สึกคนอื่นอีก เราต้องเอาเวลาไปให้คนอื่นอีก รู้สึกว่าตอนนี้ชีวิตมันดีแล้ว”
สิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน ตั้งใจทำงานและดูแลลูก หัวใจเอาลูกเป็นที่ตั้ง?
“เอาลูกเป็นที่ตั้ง ทุกวันนี้ไม่มีลูกก็ไม่รู้จะมีชีวิตไปทำไมนะ พอเรามีเขามาแล้ว เขาคือพลังของเราเลยที่ทำให้เรามีสติให้เร็ว ไม่ว่าจะเหนื่อยอะไรมา ผมว่าผมเปลี่ยนตัวเองเยอะ เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนหลายๆ อย่างเพราะเฟรยาเลย ทำให้เรามีความสุข เลี้ยงเหนื่อยนะ ไม่ได้เหนื่อยกับการต้องจ่ายเงิน แต่เหนื่อยกับพัฒนาการของเขาที่เร็วมาก เราวิ่งตามเขา และรู้สึกว่าบางทีเด็กพูดไม่รู้เรื่อง เราก็คิดว่าโห จะทำยังไงดี ให้สู้กับอารมณ์แค่นี้แหละ กลัวเขาคอนโทรลอารมณ์ไม่ได้ พอเราไปจัดการความรู้สึกเขาไม่ได้มันก็รู้สึกแล้ว จะทำยังไง แต่ก็หาทางนะ”
พอลงคลิปแล้วต้นหอมมาคอมเมนต์ พี่ๆ โซเชียลก็มีคำถามว่าบอยเป็นคุณพ่อที่เห็นแก่ตัว ไปคิดแทนลูก?
“เข้าไปอ่านเหมือนกัน ก็ขอบคุณมากสำหรับความคิดเห็น แต่ก็เข้าใจทุกคนเลย แต่ผมคิดว่าวิถีชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมวางแพลนชีวิตตัวเองแบบนี้แล้ว ผมมีความสุขมากพอแล้ว ผมไม่อยากเพิ่มความสับสน ความเหนื่อยล้าให้กับชีวิต เพราะเกิดมาอยากมีความสุข ความสุขที่เฟรยามอบให้เรามันเติมเต็มมากแล้ว ถ้าเราไปมีอีกคนนึงแล้วมันเกินสิ่งที่เราทำได้ หรืออาจกระทบกับลูกใดๆ เราก็ไม่ทำดีกว่า มันคือวิถีชีวิตที่เราวางทางเดินให้ตัวเอง แต่ก็เข้าใจพี่ๆ ทุกคนเลยนะ เราก็อ่านคอมเมนต์เหมือนกัน ก็ขอบคุณที่ยังสละเวลาช่วงนึงมานั่งคอมเมนต์เรา เราอ่านแต่ไม่ตอบ เขาก็คงไปไหนไม่รู้แล้ว คงแวะมาใส่ใจข่าวเรา แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่”
เฟรยากี่ขวบ?
“4 ขวบ 3 เดือน เร็วเนอะ เด็กโตเร็วมาก แล้วพัฒนาการเขาดีมาก มีอะไรใหม่ๆ ทุกเดือนเลย จะมีเซอร์ไพรส์ตลอด เอเนอร์จี้เยอะมาก กว่าจะนอนเหนื่อยมาก”
กำลังซน นิสัยเหมือนใคร?
“จริงๆ เหมือนทั้งอแมนด้า เหมือนทั้งผม เขาได้ความร่าเริง ลั้ลลา ได้ความเอเนอร์จี้จากผม แต่ได้ความระเบียบจากแม่เขา ตอนเขาอยู่กับแม่เขาอย่างเดียวนะ อยู่กับแม่เฟรยาจะเป็นคนเจ้าระเบียบ แต่ผมพูดเสมอว่า ถ้าผมไม่มีอแมนด้า ผมไม่รู้จะเลี้ยงลูกยังไง เขาเป็นคนเลี้ยงลูกดีมาก จนเยอะไปนิดนึงสำหรับเรา แต่ถือว่าดีแล้ว เพราะเขาเป็นเจ้าแม่รีเสิร์จ เจ้าแม่กูเกิ้ล เขาจะฟังความรู้ การเรียนรู้พัฒนาเด็ก เด็กต้องเป็นแบบนี้ เรียนอย่างนั้น เขามีข้อมูลในหัวเยอะมาก และเขาจะคอยกำกับช่วงพัฒนาการของเฟรยาไปเรื่อยๆ ว่าถ้าลูกกรี๊ดต้องทำยังไง ถ้าลูกจะเอาสิ่งนี้แล้วเราไม่ให้ ต้องทำยังไง เขาใจเย็นหมด ลูกไม่เก็บรองเท้า เขาต้องจับมาวาง 100 รอบ เขาก็จะทำ จนเฟรยาติดเป็นนิสัย เป็นระบบระเบียบ เฟรยาเวลากลับเข้าคอนโดดอแมนด้าเขาจะ 1 2 3 เปิดประตู ถอดรองเท้าเอง ถอดถุงเท้านะ เอาถุงเท้าไปเก็บในตะกร้า ถอดเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดก่อน”
แตกต่างจากการเลี้ยงของคุณบอยโดยสิ้นเชิง?
“ความอดทนผมต่ำ (หัวเราะ) ผมก็ทำตามอแมนด้าเขาด้วย แต่บางครั้งเนเจอร์มันก็ไม่ได้ เราก็ต้องทำแทน อย่างเช่นเฟรยานั่งกินข้าวเสร็จแล้วค่อยไป เอาไปเก็บ เขาสอนถูกหมดเลย แต่เราอยากให้ลูกกินเยอะๆ เราก็จะป้อน กินเยอะๆ มันก็ขัดแย้งกันนิดหน่อย โชคดีเขาไม่ได้ดู ถ้าดูเขาบ่นผมแล้ว แต่ก็อย่างที่บอกเขาคือซูเปอร์มัม”
เฟรยาพูดได้ 3 ภาษา?
“สวิดิช ภาษามีเขาเนอะ ภาษาอังกฤษอันนี้ใช้ที่โรงเรียน ใช้มาตั้งแต่เด็ก และภาษาไทย ตอนแรกผมห่วงเพราะช่วง 3 ขวบกว่าเขาไม่พูดภาษาไทยเลย ก็เริ่มเป็นปัญหาแล้วเพราะว่าเขาต้องอยู่ที่นี่ ภาษาไทยสำคัญ อ่านออก เขียนได้ สำคัญ ไปอยู่โรงเรียนอินเตอร์ด้วย ส่วนใหญ่คนเขาพูดอังกฤษกัน แต่เราพยายามพูดไทยกับเขามากๆ มีผม คุณแม่ เวลาออกไปกองละครก็พยายามให้เพื่อนผมพูดภาษาไทยกับเขา เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่ามีมนุษย์ที่พูดภาษาไทยเยอะมากนะ หลังๆ เขาก็เริ่มพูดแล้ว เริ่มมีภาษาไทยมา ป่ะป๊าไปไหน ไปทำงานเหรอ ก็เป็นห่วงเรื่องภาษา ในโรงเรียนมีน้อยนิดนึง”
ไม่อยากให้เฟรยาเรียนต่างประเทศ?
“ถูกต้อง แต่อนาคตให้ลูกตัดสินใจเอง แต่ ณ ตอนนี้ผมไม่อยากห่างลูก ผมไม่รู้จะอยู่ยังไง ถ้าผมไม่มีลูก ผมขาดลูกไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่มาเอง เราเจอเขาไม่กี่วันก็คิดถึง ถ้าไปอยู่เลย ปีนึงผมจะเจอกี่ครั้งวะ เราก็เลยขอเลยว่าถ้าเป็นไปได้ อย่าเอาลูกไปไกลจากฉัน เราก็คุยกันรู้เรื่อง”
ตอนนี้ข่าวออกมาพักใหญ่ๆ ว่าบอยกับอแมนด้าแยกทางกัน เราบอกเขายังไงให้เขาเข้าใจว่าพ่อแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว?
“เรื่องนี้คุณอแมนด้าก็เป็นคนคิดเหมือนกัน เราได้คุยกันก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป ตอนนี้ไม่มีการพูดคุยกับลูกว่าสถานะเราเป็นแบบไหน แต่สิ่งที่ลูกรับรู้คือเราแยกกันอยู่ แต่เราเจอกันได้ บางทีกิจกรรมเขาไปทำกับลูก ผมไปทำกับลูก แบ่งกัน บางทีมาเจอกันมันไม่มีปัญหาไปถึงลูก ผมไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียว หรือทะเลาะกัน หรือการแสดงความรัก ถ้าเราอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีสิ่งนี้เลย ไม่มีสวีทๆ คนมีปัญหากันเยอะ อยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่ได้แยกกัน ลูกจะมารับรู้ว่าความรักเป็นแบบนี้เหรอ ทำไมพ่อแม่ไม่สัมผัสกัน ทำไมดูตึงๆ ห่างเหินกัน เขาก็เลยใช้วิธีการแยกกันอยู่ แต่ยังทำหน้าที่พ่อแม่กันอยู่ โดยเราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะ เรายังคุยกันทุกวัน เวลาผมคิดถึงเฟรยา ผมก็วิดีโอคอล หาอแมนด้าเขา แล้วคุยกับลูก หรือเราคุยเรื่องพัฒนาการลูกก็ต้องคุยกัน เวลาเขามาส่งเขา เข้ามานั่งในบ้านก็ไม่มีปัญหา เวลาเราไปคอนโดเขา เราเข้าไปนั่งเล่นกับลูก ผมว่าสิ่งนี้ลูกรับรู้ด้วยความรู้สึกของเขาเอง แต่เรื่องของการอธิบาย ผมว่ายัง เพราะช่วงแรกๆ เขาชอบจับมือผมกับจับมืออแมนด้า เหมือนให้จับมือกัน แล้วดันหน้าผมจะให้ไปหอม เขารู้ว่าพ่อแม่มีบางอย่างแปลกๆ ไป”
เหมือนสัญชาตญาณพ่อกับแม่ต้องคิสกันนะ กอดกันนะ แล้วแก้ไขยังไง?
“แก้ไขปัญหายังไงไม่รู้ แต่มันจุกอยู่ข้างใน มันมีความรู้สึกว่า บางครั้งเราไม่รู้จะแสดงออกยังไงให้ลูกรู้ความรู้สึกเรา มันแก้ปัญหาไม่ถูก ก็พยายามบ่ายเบี่ยงไป โดยที่คำพูดใดๆ หรือแสดงกิริยาอื่นๆ ไป ไม่ให้รู้สึกว่าเราปฏิเสธกับปฏิกิริยานั้นซะทีเดียว ทำให้เขาค่อยๆ ซึมซับ หลังๆ ก็ไม่ค่อยมีแล้ว แต่มีไปเดินห้าง จับมือสองคนเดิน อย่างนี้ไม่ได้ติดอะไรเลย เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
ข่าวว่าลดสถานะ เกือบ 2 ปี บอยพยายามรักษาตรงนี้เพื่อไม่ให้เป็นข่าว เหตุผลมันคืออะไร?
“ผมมีความรู้สึกว่าการเลิกรากันหรือแยกกันอยู่ คนมันตีความไปได้เยอะ คนชอบคิดแทนเยอะ แต่ก็ห้ามความคิดเขาไม่ได้ เราอยู่ในสื่อได้ แต่คนเสพสื่อคิดไปต่างๆ นานา แล้วพอไปตีโจทย์ตีความผิดอะไรผิดๆ มันก็เตลิดไปกันใหญ่ ผมไม่อยากให้สิ่งนี้ไปอยู่ในดิจิทัลฟุตปริ้นท์หมดเลย วันนึงที่มันผ่านไปแล้ว ลูกโตขึ้นมาแล้วเสิร์จดูเจอพวกนี้ เราไม่อยากให้อะไรพวกนี้ไปกระทบจิตใจเขา ณ ตอนนั้นด้วย และในอนาคตที่เรารู้สึกว่าถ้าวันนี้มันยังมี มันลบได้มั้ยวะ มันลบไม่ได้ แล้วถ้าลูกเห็น ลูกจะรู้สึกยังไง เพราะบางทีเขาอาจเสิร์จในสิ่งที่มันไม่ใช่ก็ได้นะ ก็สู้ไม่เป็นข่าวซะดีกว่า แต่สุดท้ายมันก็หลุดมาเอง หลังจากเราแยกอยู่กันเป็นปีแล้ว”
อนาคตมีโอกาสกลับมาเป็นครอบครัว บอยก็โสด อุทิศทุกอย่างเพื่อลูก ทำไมไม่ลองคิดว่าอาจดีกว่ามั้ย?
“ผมว่าเราค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร วิถีความคิดไม่เหมือนกันเลย เขาเป็นคนเป๊ะมาก ผมเป็นประเภทชิลๆ ศิลปิน สไตล์ใช้ความรู้สึกตัดสินปัญหา แต่เขาจะใช้เหตุผลและตรรกะในการดำเนินชีวิต ซึ่งเขาเป็นคนดีนะ ผมก็รู้สึกว่าไม่ได้ผิดหวังเสียใจเลยที่เขาเป็นแม่ของลูก และเป็นคนรักเรา ก็ยังรู้สึกดี แต่ตอนนี้ก็มีความสุขดี เขาก็มีความสุขดี ชีวิตคนเราความสุขมันสำคัญ ถ้าอะไรมีความสุขแล้วเราไปอยู่ตรงความสุขได้ มันดีกับเรา แต่ถ้าเราไปอยู่แล้วความสุขเราลดลง เราก็อย่าเอาตัวไปตรงนั้นดีกว่า”
เป็นพ่อเป็นแม่ดีที่สุด?
“ไม่ทะเลาะกันด้วยนะ ไม่มีปัญหากันด้วย คุยกันด้วยภาษาดอกไม้ บางทีคุยกับลูกคุยไปคุยมาเริ่มดังขึ้นนิดนึง ลูกจะบอกว่าป่ะป๊าดอนท์ ไฟต์ติ้ง เนี่ย เด็กเขาเร็วมาก เราก็บอกลูกว่าเปล่า แค่พูดเสียงดังไปนิดนึง ไม่ได้ทะเลาะกันนะ เราแค่คุยกันเฉยๆ เด็กจับความรู้สึกได้ ก็เลยเป็นที่มาแยกกันอยู่ดีกว่า ขนาดนานๆ เจอกันที น้ำเสียงดังขึ้นมาหน่อย เขายังรู้สึก สัมผัสได้เลยเด็กเขาจับความรู้สึกได้เร็วมาก”
สุดท้ายพวกเรามีสติกันดีขึ้นเพราะลูก?
“จริง”
ช่วงมรสุมชีวิต มีปัญหาเรื่องงาน กระทบเรื่องเงินด้วย มันเป็นยังไงในช่วงนั้น?
“ดวงมันทุเรศไป 2 ปี ดวงมันประเดประดัง เรื่องงานด้วย เรื่องครอบครัวด้วย มันมาพร้อมๆ กัน ถามว่ามันเครียดมั้ย มันก็เครียด คนมีภาระเยอะ แล้วงานก็ลดไป 90 เปอร์เซ็นต์ ใครจะไม่เครียดวะ เราหัวหน้าครอบครัว เราต้องดูแลคนรอบตัวทั้งหมดเลย มันมีความเครียดเหมือนกัน แค่นักข่าวถาม เราก็ตอบตรงๆ ถามมาก็ตอบไป ว่ามีผลกระทบมั้ย”
คนส่วนใหญ่ไม่อ่านดีเทลข้างใน ก็ตกใจกับพาดหัวค่อนข้างแรง อย่างบอย ภิษณุ ตกอับ ขายบ้าน 70 ล้าน?
“ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่จริงๆ แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เราอยากขาย (หัวเราะ) ก่อนขายบ้านมีโพสต์ขายรถ แต่รถซื้อมาขายไป มันขายได้ มันไม่ค่อยขาดทุน (หัวเราะ) มันมีมานานแล้ว บางทีเราใช้ 3-4 ปีเราก็ต้องเปลี่ยน เอามาเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทด้วย แต่พอเป็นเรื่องบ้าน บ้านเป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาทั้งชีวิต ผมอยู่ในวงการ 20 ปี ผมเก็บหอมรอมริบเพื่อบ้านหลังนี้ เพราะอันนี้คือบ้านในฝัน ไม่เคยคิดอยากจะขายเลย เพราะเราทำมาแล้ว เราอยากอยู่ที่นี่ แต่พอเวลาผ่านไป เริ่มมายึดติดกับสิ่งรอบตัวที่รู้สึกว่าเป็นแค่ความคิดเรา ถ้าเราลองวางอะไรหนักๆ ลงมาเบาๆ ชีวิตจะดีขึ้นมั้ยวะ มันจะสบายตัวขึ้นมั้ย จากที่รู้สึกแน่นๆ ตัวจะเริ่มขยับตัวได้หรือเปล่า ถ้าเราขายไปอยู่บ้านเล็กลง ถ้าเราลดทิฐิตรงนี้มา เราตัดอะไรที่มันใหญ่ไปในชีวิต แล้วเราขายได้ในราคาที่เราต้องการ ไปซื้อเก็บเงินไว้ตรงนี้ เฮ้ย กูสบายนี่หว่า ที่หามาทั้งหมด ทำให้เราขยับตัวได้ง่ายขึ้น เราจะได้ไม่ต้องไปเอาเรื่องอนาคตมาคิดในปัจจุบัน เป็นคนชอบเอาเรื่องอนาคตมาคิดกับปัจจุบัน ไม่เคยอยู่กับปัจจุบัน แทนที่จะมีความสุขกับปัจจุบันแต่ชอบเอาเรื่องอนาคตมาคิดว่าอนาคตจะเป็นยังไงวะ”
กลายเป็นโรคซึมเศร้าอยู่พักนึง?
“จริง ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะเป็นโรคซึมเศร้า เพิ่ง 3 ปีที่ผ่านมานี่เอง มันอาจหลายๆ เรื่อง ขออนุญาตไม่ลงดีเทลว่าเพราะอะไร แต่มันเริ่มมีผลกับชีวิตเรา เรารู้สึกว่าเราเปลี่ยนไป อาการเริ่มเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่อยากเจอใคร มันมีที่มาที่ไปแหละ ผมว่าคนเป็นโรคนี้มันจะมีปมอยู่สิ่งนึงที่มันไม่สามารถแก้ได้ คิดวนๆ ซ้ำๆ ชีวิตมันทำไมวะ ทำไมต้องอย่างนี้วะ แล้วมันหาไม่ออก ถ้าติดตรงนี้เมื่อไหร่ มีโอกาสป่วยสูงมาก เพราะมันไม่ได้คิดเรื่องอื่น จับจดวนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ ทั้งวันทั้งคืนจนนอนไม่หลับ จนเรารู้สึกว่าเราเริ่มไม่ปกติมากๆ แล้ว จากคนที่สดใส มีแรงอยากทำโน่นทำนี่ทำนั่นก็ไม่อยากออกไปไหน”
กระทบกับงานที่เหลืออยู่น้อยนิดด้วย?
“กระทบ เรารู้สึกได้ ไปออกรายการๆ นึง ต้องเอนเตอร์เทนให้สนุก แต่ก็สนุกได้ไม่เต็มที่ โปรดิวเซอร์สะกิดว่าพี่บอยอย่าพูดทับกัน มันฟังไม่รู้เรื่อง เคมีผมตกเลยนะ ผมนั่งเงียบเลย กูผิดอะไรวะ ติกูอีกแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เป็นเลย ผมก็เป็นคนลั้ลลาร่าเริง เราจะปล่อยผ่านไปแล้วเป็นเรื่องตลก แต่กลับเอาคำพูดคนเล็กๆ น้อยๆ มาอยู่ในใจ แล้วทำให้เราแย่ไปกับคำพูดนั้น กลายเป็นโทษตัวเองว่ากูผิดอีกแล้ว กูไม่ดี ทำไมต้องพูดทับกันวะ ก็เลยเอาตัวเองพาไปหาหมอ”
หนักถึงขั้นหาทางออกให้ชีวิตตัวเองไม่ได้?
“เป็นอยู่อย่างนั้น ถึงขนาดอยู่เฉยๆ ก็อยากอ้วก เพื่อนชวนไปตีกอล์ฟ ก็เครียดจะไปอ้วกอยู่ในสนามกอล์ฟ แล้วก็ขอตัวกลับก่อนเล่นไม่ทันจบเลย แล้วคิดวนๆ ไม่อยากออกไปไหน อยู่ติดบ้าน ไม่มีแรงอยากทำอะไรใหม่ๆ เลย ก็คิดว่าตัวเองไม่ปกติ”
จุดไหนหนักถึงขั้นต้องไปหาหมอ?
“ก็อ้วกนี่แหละ ผมว่าหลักๆ ก็เรื่องครอบครัวแหละ รับไม่ค่อยได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต เพราะไม่ได้คาดหวังชีวิตเป็นแบบนี้คาดหวังชีวิตมีความสุขอยู่กันพ่อแม่ลูก พอไม่ได้เป็นแบบนั้น มันดิ่งมากเลย ทุกอย่างเหมือนภาพที่เราฝันไว้มันพังทลายลงมา โทษตัวเองทุกอย่างมันเกิดอะไรขึ้น มันเครียดมาก จนอยู่ดีๆ ก็ไม่ไหว มันจะอ้วก เลยต้องเอาตัวไปหาหมอ ก็เอ๊ะ กูบ้าหรือเปล่า ทำไมต้องคุยกับจิตแพทย์ หมอก็สั่งยามาให้กิน ยาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มันไม่หาย ถ้าไม่มียาผมก็ใช้ชีวิตลำบากเหมือนกันนะ ยาไปเคลียร์เคมีบางอย่างที่มันวนให้มันไม่วน ให้มันรีแล็กซ์บ้างแล้ว ถึงจุดนึงมันก็ได้ แต่ไม่ได้หายร้อยเปอร์เซ็นต์”
โดนยาไป มีอาการซึมๆ อยากนอนมั้ย?
“ไม่นะ มันแล้วแต่ยาและอาการของแต่ละคน ถ้าเป็นหนักหน่อยก็อาจต้องถูกสะกดด้วยยาที่แรงขึ้น แต่ของผมเป็นยาเบสิกที่ให้ภาวะความเครียดไม่วนๆ ทำให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้น มีแรงทำอะไรมากขึ้น รู้สึกไม่จมปลักกับปัญหาที่เราติดอยู่”
รักษานานมั้ย?
“สองปีกว่าเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้หายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์นะ แต่ตอนนี้ที่คุยกัน ผมกลับมาแล้ว ผมหายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เลิกยาหมดแล้ว มันเกิดจากเมนเทิลข้างใน ผมได้ไปเจอวิธีการบำบัดมาอันนึงที่ผมพูดไม่ได้ สิ่งนั้นทำให้ผมสลัดทุกอย่างที่ติดอยู่ช่วงปลายของการกินยา ผมไปเจอการบำบัดตัวนี้มา พอหลุดออกมาแล้ว ผมมองเข้าไปในตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นใครวะ เราจะแก้ปัญหายังไงในชีวิต ทำไมวะ เราเป็นเดอะแบก แต่ไม่เคยได้รับการกอด ขอบคุณนะบอย ขอบคุณมากที่ดูแลกัน รอบตัวเต็มไปหมด แล้วผมเจอสิ่งนั้น ว่าจริงๆ แล้วกำลังใจมันสำคัญ เราเลยต้องขอบคุณตัวเองไง มึงเก่งบอย ที่ทำได้ ไม่มีใครพูด เราต้องพูดขอบคุณตัวเอง”
ล่าสุดผ่อนบ้านหมดแล้ว จากที่ทำงานในวงการบันเทิงอย่างเดียว ตอนนี้ทำงานประจำแล้วด้วย?
“ผมไปทำงานที่ รพ.มาสเตอร์พีซ เป็น รพ.ศัลยกรรม มีโอกาสได้คุยกับหมอเส (นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล) หมอเสก็ชวนว่าพี่บอยอยากลองทำอะไรกันดูมั้ย เผื่อเราทำงานด้วยกันได้ ก็ได้คุยกับรพ.เอง เราก็เลยลองไปทำดู เข้าอาทิตย์นึง 3-4 วัน ที่เหลือก็รับงานในวงการบันเทิงไป ปลาก็ขายอยู่ ม่อนบอยก็ยังมี ตอนนี้หลักๆ ธุรกิจที่มีอยู่คือบริษัททัวร์ ก็ยังทำอยู่ ไปดูในอินสตาแกรม หรือแฟนเพจได้ ม่อนบอยก็ยังขายอยู่ ตอนนี้ผมยังอยู่ในวงการบันเทิงนี่แหละ ยังทำทุกอย่างที่จ้างเข้ามา แล้วถ้าใครสนใจอยากไปทำศัลยกรรมเสริมสวยก็เชิญไปที่รพ.มาสเตอร์พีซได้เลย เดี๋ยวดูแลให้”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน 31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
อัลบั้มภาพ 4 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


