นักวิทย์สะพรึง! ค้นพบ "งูยักษ์โบราณ" ขนาดมหึมา ใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า

นักวิทย์สะพรึง! ค้นพบ "งูยักษ์โบราณ" ขนาดมหึมา ใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า

นักวิทย์สะพรึง! ค้นพบ "งูยักษ์โบราณ" ขนาดมหึมา ใหญ่กว่าอนาคอนดา 2 เท่า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดโลก "ไจแอนโทฟิส" งูยักษ์โบราณยาวเกือบ 10 เมตร เคยครองโลกก่อนพบ ไททันโนโบอา

หากพูดถึงงูยักษ์ในยุคดึกดำบรรพ์ หลายคนอาจนึกถึงชื่อของ Titanoboa เจ้าของสถิติงูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ แต่ก่อนหน้าการค้นพบครั้งสำคัญในปี 2009 โลกเคยรู้จักอสรพิษยักษ์อีกสายพันธุ์หนึ่งที่น่าเกรงขามไม่แพ้กัน นั่นคือ Gigantophis garstini หรือ “ไจแอนโทฟิส”

งูโบราณชนิดนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในงูที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีชีวิตอยู่บนโลก และเคยเป็นเจ้าของตำแหน่งงูยักษ์อันดับหนึ่งมานานหลายสิบปี

ไจแอนโทฟิส คืออะไร อยู่ในยุคไหนของโลก

ไจแอนโทฟิสมีชีวิตอยู่ในช่วง ปลายยุคอีโอซีน (Eocene) ราว 35-40 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปนานแล้ว

ยุคนั้นโลกมีสภาพอากาศอบอุ่นชื้น หลายพื้นที่เต็มไปด้วยป่าหนาทึบ หนองน้ำ และระบบนิเวศที่เหมาะกับสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ทำให้สิ่งมีชีวิตมหึมาหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดี

ขนาดใหญ่แค่ไหน ยาวกว่าอนาคอนดายุคปัจจุบัน

จากการประเมินซากฟอสซิล นักวิทยาศาสตร์คาดว่าไจแอนโทฟิสอาจมีความยาวประมาณ 7-10 เมตร โดยตัวเลขสูงสุดที่เคยประเมินอยู่ราว 9.3-10.7 เมตร

น้ำหนักอาจมากถึง 450-500 กิโลกรัม ถือว่าใหญ่กว่างูอนาคอนดาในปัจจุบัน ที่มาความยาวเฉลี่ยประมาณ 5 เมตร อย่างชัดเจน และมีโครงสร้างกระดูกแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักมหาศาล

ลักษณะโดยรวมเชื่อว่าคล้ายงูเหลือมหรืองูหลามยุคปัจจุบัน แต่ตัวใหญ่และทรงพลังมากกว่า

พบฟอสซิลที่ไหนบ้าง

หลักฐานสำคัญของไจแอนโทฟิสถูกค้นพบในพื้นที่ แอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะประเทศอียิปต์และลิเบีย

สิ่งที่น่าสนใจคือ พื้นที่เหล่านี้ในอดีตไม่ได้เป็นทะเลทรายแห้งแล้งเหมือนปัจจุบัน แต่เคยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำและป่าเขตร้อน ซึ่งเหมาะกับงูขนาดยักษ์อย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการพบซากในแถบปากีสถาน แต่ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจนว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกันโดยตรง

นักล่าตัวจริง ใช้วิธีรัดเหยื่อจนขาดใจ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไจแอนโทฟิสเป็นงูไม่มีพิษ และใช้วิธีล่าแบบเดียวกับงูเหลือมหรืออนาคอนดา คือ รัดเหยื่อ (Constrictor)

มันอาจซุ่มโจมตีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางถึงใหญ่ในยุคนั้น ก่อนใช้ลำตัวมหาศาลพันรอบเหยื่อแล้วบีบรัดจนหมดแรง จากนั้นกลืนกินทั้งตัว

หนึ่งในเหยื่อที่ถูกคาดการณ์ว่าอาจตกเป็นอาหาร คือ Moeritherium สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมโบราณที่ถูกมองว่าเป็นญาติยุคแรกของช้าง

ทำไมงูยักษ์ชนิดนี้ถึงสูญพันธุ์

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการสูญพันธุ์ของไจแอนโทฟิสอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศช่วงปลายยุคอีโอซีน เมื่อโลกเริ่มเย็นลงและแห้งแล้งมากขึ้น

เมื่อหนองน้ำและป่าชื้นลดลง ทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ชนิดนี้ก็ลดลงตามไปด้วย จนสุดท้ายหายไปจากโลก

ใหญ่สุดหรือไม่ เมื่อเทียบกับ Titanoboa

แม้ไจแอนโทฟิสจะเคยถูกยกให้เป็นงูที่ใหญ่ที่สุด แต่หลังการค้นพบ Titanoboa ในปี 2009 ทำให้สถิตินั้นเปลี่ยนไป

Titanoboa ถูกประเมินว่ายาวได้ถึง 13-15 เมตร จึงใหญ่กว่าพอสมควร อย่างไรก็ตาม ในยุคของไจแอนโทฟิส มันถือเป็นผู้ล่าระดับสูงสุดของระบบนิเวศอย่างแท้จริง

บทสรุป

ไจแอนโทฟิส คือหนึ่งในงูยักษ์ที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ด้วยขนาดยาวกว่า 10 เมตร และบทบาทนักล่าชั้นนำเมื่อราว 40 ล้านปีก่อน แม้วันนี้จะสูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ซากฟอสซิลของมันยังช่วยให้มนุษย์มองเห็นภาพโลกยุคโบราณ ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอสรพิษขนาดมหึมาเลื้อยอยู่จริง

แหล่งอ้างอิง

  1. Britannica: Gigantophis
  2. Nature: Research on prehistoric giant snakes
  3. Smithsonian Magazine: Titanoboa and ancient giant snakes
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล