สิ้นศักดิ์ศรีมเหสี! ถูก "ฮ่องเต้องค์สุดท้าย" สั่งขังโสโครก 10 ปี ทิ้งคำพูดสุดท้ายสะเทือนใจ
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1977/9885402/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgสิ้นศักดิ์ศรีมเหสี! ถูก "ฮ่องเต้องค์สุดท้าย" สั่งขังโสโครก 10 ปี ทิ้งคำพูดสุดท้ายสะเทือนใจ

สิ้นศักดิ์ศรีมเหสี! ถูก "ฮ่องเต้องค์สุดท้าย" สั่งขังโสโครก 10 ปี ทิ้งคำพูดสุดท้ายสะเทือนใจ

แชร์เรื่องนี้

จุดจบที่โลกต้องหลั่งน้ำตา! "หว่านรง" จักรพรรดินีองค์สุดท้าย ถูกขังในที่โสโครกนาน 10 ปี ทิ้งประโยคสุดท้ายถึงพ่อก่อนสิ้นใจ

จากสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดิน สู่ชีวิตที่ถูกพรากทั้งศักดิ์ศรีและความเป็นคน... นี่คือเรื่องราวของ "หว่านรง" มเหสีของจักรพรรดิปูยี ผู้ที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ด้วยน้ำตา

เราอาจเคยได้ยินเรื่องราวของ "ปูยี" จักรพรรดิองค์สุดท้ายของจีนมาบ้าง แต่ชีวิตของ "จักรพรรดินีหว่านรง" กลับเป็นโศกนาฏกรรมที่มืดดำยิ่งกว่า แม้เธอจะเพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกจนวาระสุดท้ายต้องปิดฉากลงในกองขยะ

มงกุฎที่แลกด้วยหยดน้ำตา

หว่านรงเกิดในตระกูลขุนนางชั้นสูง เธอสวย สง่า และมีความรู้ล้ำสมัย ทั้งศิลปะแขนงต่างๆ รวมถึงภาษาอังกฤษและวัฒนธรรมตะวันตก เธอเป็นเสมือน "ดาวเด่น" ของสังคมชั้นสูงในยุคนั้น แต่ชีวิตที่ควรจะมีความสุขกลับถูกบิดาขีดเส้นให้เดิน เพียงเพื่อความทะเยอทะยานที่อยากให้ลูกสาวเป็น "แม่ของแผ่นดิน" และให้ตนเองได้เป็น "พ่อตาจักรพรรดิ"

ปี 1922 เธอเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับปูยี แต่คืนวันวิวาห์กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความเดียวดาย เมื่อเธอพบว่าสามีไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย เนื่องจากปูยีมีปัญหาทางสรีระอย่างรุนแรง หว่านรงพยายามทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งแต่งตัวล้ำสมัยตามแบบตะวันตกและใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยเพื่อกลบเกลี้ยงความว่างเปล่าในใจ แต่หัวใจของปูยีก็ยังคงเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

จากวิมานสู่ "คอกหมู"

เมื่อราชวงศ์ล่มสลาย ทั้งคู่ต้องลี้ภัยไปเทียนจิน ความโดดเดี่ยวทำให้หว่านรงเริ่มหันเข้าหา "ฝิ่น" เพื่อทำลายความเจ็บปวด และความสัมพันธ์ที่ร้าวรานนำไปสู่ความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อเธอตั้งท้องกับองครักษ์

เมื่อปูยีทราบเรื่องด้วยความโกรธแค้น เขาจึงสั่งขังเธอไว้ใน "ตำหนักเย็น" ทันทีที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก ปูยีกลับสั่งให้โยนเด็กคนนั้นลงในเตาไฟอย่างไร้ความปราณี เหตุการณ์นี้ทำให้สติของหว่านรงแตกสลายโดยสิ้นเชิง

ตลอด 10 ปีหลังจากนั้น เธอมีชีวิตอยู่เพื่อสูบฝิ่น ไม่ยอมอาบน้ำ ไม่ดูแลตัวเอง จนเล็บยาวงอกแทงเข้าไปในเนื้อ นักประวัติศาสตร์พรรณนาว่าสภาพความเป็นอยู่ของเธอในตอนนั้นไม่ต่างจากการถูกขังอยู่ใน "คอกหมู" ท่ามกลางความหรูหราของวังวนการเมือง

ประโยคสุดท้ายที่แสนขมขื่น

จนกระทั่งอาณาจักรแมนจูกัวล่มสลาย น้องชายของเธอจึงได้ช่วยเธอออกมา ในสภาพที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หว่านรงในวัยที่ร่วงโรยกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดว่า:

"ท่านพ่อ! เพียงเพื่อต้องการเป็นพ่อตาจักรพรรดิ ท่านถึงกับยอมทำลายชีวิตลูกทั้งชีวิตเลยหรือ!"

ไม่นานหลังจากนั้น เธอถูกจับเข้าคุกและเสียชีวิตลงด้วยอาการป่วยในสภาพที่น่าเวียนหัว ศพของอดีตจักรพรรดินีที่เคยสง่างามที่สุดถูกโยนทิ้งไว้ในรางระบายน้ำโสโครก โชคดีที่มีคนจำได้จึงช่วยกู้ร่างเธอออกมาจากกองขยะ ไม่ให้เน่าเปื่อยไปตามยถากรรม

ชีวิตของหว่านรงคือบทเรียนที่ย้ำเตือนว่า อำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์อาจเป็นเพียงเปลือกนอกที่ซ่อนความทุกข์ระทมไว้ภายใน และมงกุฎที่เธอสวมใส่นั้น... กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามเธอไว้จนลมหายใจสุดท้าย

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ ของ สิ้นศักดิ์ศรีมเหสี! ถูก "ฮ่องเต้องค์สุดท้าย" สั่งขังโสโครก 10 ปี ทิ้งคำพูดสุดท้ายสะเทือนใจ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :SOHA