ช็อกทั้งหมู่บ้าน! ทวดนอนโลง 6 วัน จู่ๆ ฟื้นก่อนวันฝัง เดินไปต้ม "สิ่งนี้" กินเองหน้าตาเฉย

ปาฏิหาริย์หรือเรื่องผิดพลาด? ยายทวด 95 ปี นอนในโลง 6 วัน จู่ๆ ฟื้นก่อนพิธีฝัง เดินเข้าครัวมาต้มโจ๊กกินเองเฉย!
หวิดฝังทั้งเป็น! แพทย์ชี้กรณีคุณยายทวดฟื้นในโลงศพ คือภาวะ "ตายเทียม" ที่หาดูได้ยาก
กลายเป็นเรื่องเล่าสุดระทึกที่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อคุณยายทวดชาวจีนคนหนึ่งถูกประกาศว่าเสียชีวิตแล้ว และถูกนำร่างลงโลงศพเพื่อเตรียมทำพิธีตามประเพณี แต่แล้วในวันที่ 6 ก่อนจะถึงเวลาฝังเพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอกลับฟื้นขึ้นมาเดินเหินในบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
จากอุบัติเหตุสู่การ "จากไป" ที่น่าสลด
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านหลิวโหลว เขตปกครองตนเองกวางซี ประเทศจีน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 คุณยายหลี่ ซิ่วเฟิง (Li Xiufeng) วัย 95 ปี ประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดพื้น หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อนบ้านที่นำอาหารมาส่งตามปกติก็พบว่าคุณยายทวดนอนนิ่งอยู่บนเตียง เรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น และไม่พบสัญญาณของการหายใจ
แม้เพื่อนบ้านจะสังเกตว่า "ร่างกายยังอุ่นอยู่" แต่เมื่อไร้ปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ชาวบ้านจึงปักใจเชื่อว่าเธอเสียชีวิตแล้วตามอายุขัย และเริ่มจัดงานศพตามธรรมเนียมท้องถิ่น โดยนำร่างวางลงในโลงศพตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เพื่อให้ญาติมิตรมาไว้อาลัย
โลงว่างเปล่ากับ "โจ๊ก" ในห้องครัว
เหตุการณ์มาถึงจุดพีคในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งวันก่อนพิธีฝังศพ เพื่อนบ้านคนเดิมกลับมาที่บ้านเพื่อเตรียมงาน แต่ต้องช็อกสุดขีดเมื่อพบว่า "โลงศพว่างเปล่า" ศพของคุณยายทวดหายไป!
ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรีบออกตามหาด้วยความแตกตื่น ก่อนจะไปพบคุณยายหลี่นั่งอยู่ในห้องครัว กำลังต้มโจ๊กกินอย่างสบายใจ เมื่อถูกถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตอบเพียงว่า:
"ยายหลับไปนานมาก พอตื่นมาก็รู้สึกหิว เลยเดินมาหาอะไรกิน แล้วก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่เลยนะกว่าจะผลักฝาโลงออกมาได้"
ทำไมคนตายถึงฟื้น? มุมมองทางการแพทย์
เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเรื่องอาถรรพ์ แต่เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในวงการแพทย์ แพทย์จากโรงพยาบาลท้องถิ่นสันนิษฐานว่า คุณยายหลี่น่าจะตกอยู่ในสภาวะ "ตายเทียม" (Apparent Death) หรือการสลบในระดับที่ลึกมาก (Deep Coma) จนสัญญาณชีพต่างๆ เช่น การเต้นของหัวใจและการหายใจ แผ่วเบาจนเครื่องมือหรือการสัมผัสด้วยมือเปล่าไม่สามารถตรวจพบได้ แต่เซลล์สมองและอวัยวะภายในยังไม่เสียหายถาวร
ทางวารสารการแพทย์ British Journal of Anaesthesia ระบุว่า การวินิจฉัยการเสียชีวิตที่แม่นยำต้องใช้การตรวจทางการแพทย์ที่เข้มงวด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีภาวะทางสมองหรือได้รับบาดเจ็บรุนแรง เพราะอาจเกิดความผิดพลาดในการประเมินเบื้องต้นได้ง่าย
บทเรียนหลังความตาย
หลังจากฟื้นขึ้นมา คุณยายหลี่ต้องเจอกับปัญหาแปลกๆ อีกอย่างหนึ่งคือ "ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่" เพราะตามธรรมเนียมท้องถิ่น เสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้ตายจะถูกนำไปเผาทิ้งทันทีที่เสียชีวิต เพื่อนบ้านจึงต้องช่วยกันนำเสื้อผ้าชุดใหม่มามอบให้เป็นการรับขวัญ
เรื่องราวของคุณยายหลี่ ซิ่วเฟิง จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่า การระบุการเสียชีวิตโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่หมดสติลึก ต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่เกือบจะกลายเป็นการ "ฝังทั้งเป็น" เช่นในกรณีนี้
- ช็อกทั้งงาน! ศพฟื้นก่อนเผา 30 นาที แพทย์ขอโทษ อ้างเหตุผลสุดพีก "เสียงก่อสร้างดัง"
- ผัวตายแล้วฟื้นคืนชีพ กลายเป็นคนละคน เมียเผย "นิสัยการกิน" ที่น่ากลัวสุดๆ ถึงขั้นขอหย่า!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี