แอปเปิล vs ส้ม เทียบประโยชน์ชัดๆ คนน้ำตาลในเลือดสูง ควรเลือกกินอะไรดี?

แอปเปิล vs ส้ม เทียบประโยชน์ชัดๆ คนน้ำตาลในเลือดสูง ควรเลือกกินอะไรดี?

แอปเปิล vs ส้ม เทียบประโยชน์ชัดๆ คนน้ำตาลในเลือดสูง ควรเลือกกินอะไรดี?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลไม้ยอดนิยม แอปเปิล vs ส้ม เทียบประโยชน์ชัดๆ ควรเลือกกินอะไร แบบไหนดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่ากัน

แอปเปิลและส้มต่างเป็นผลไม้ที่อร่อยและรับประทานง่าย แต่สำหรับผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose) ควรเลือกชนิดไหนดี? แม้น้ำตาลธรรมชาติในผลไม้ทั้งสองชนิดจะให้พลังงานและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของผลไม้และวิธีการรับประทาน

แม็กกี้ เบลล์ (Maggie Bell) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ ระบุว่าการที่อาหารส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณสารอาหารเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่มีผลโดยตรงที่สุด ในขณะที่โปรตีนและไขมันจะช่วยให้การย่อยช้าลงและลดความเร็วที่น้ำตาลจะเข้าสู่กระแสเลือด

แอปเปิลส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร

แอปเปิลขนาดกลางหนึ่งผล (182 กรัม) ให้คาร์โบไฮเดรต 25 กรัม ซึ่งรวมถึงใยอาหาร 4.5 กรัม และน้ำตาลธรรมชาติ 19 กรัม โดยมีโปรตีนและไขมันน้อยมาก เนื่องจากสารอาหารหลักคือคาร์โบไฮเดรต แอปเปิลจึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเพื่อเป็นพลังงานแก่ร่างกาย แต่ใยอาหารและสารประกอบอื่นๆ จะช่วยควบคุมกระบวนการนี้

ทาเลีย ฟอลลาดอร์ (Talia Follador) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ อธิบายว่าใยอาหารในแอปเปิล (โดยเฉพาะที่เปลือก) ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างคงที่ การปอกเปลือกแอปเปิลก่อนรับประทานจะทำให้ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่าเดิม เนื่องจากเปลือกแอปเปิลประกอบด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำและเอนไซม์ที่ช่วยยับยั้งการย่อยคาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้การจับคู่แอปเปิลกับโปรตีนหรือไขมันดี เช่น ถั่วหรือเนยถั่ว จะยิ่งช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือดได้ดียิ่งขึ้น

ส้มส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างไร

ส้มผลใหญ่หนึ่งผล (184 กรัม) ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 21 กรัม ใยอาหาร 4.5 กรัม และอุดมไปด้วยวิตามินซีและโฟเลต เช่นเดียวกับแอปเปิล น้ำตาลในส้มจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น แต่ใยอาหารจะช่วยชะลออัตราการย่อย หากรับประทานส้มแบบทั้งผลจะส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดค่อนข้างน้อย

นอกจากนี้ ส้มยังมีโพลีฟีนอลและวิตามินซีสูง ซึ่งแม้จะไม่ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในทันที แต่การบริโภคพืชตระกูลส้มในระยะยาวมีความเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (Fasting Blood Glucose) และการดื้อต่ออินซูลินให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรระวังการดื่มน้ำส้ม 100% เพราะมีความเข้มข้นของน้ำตาลสูงและไม่มีใยอาหาร ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เว้นแต่จะรับประทานร่วมกับมื้ออาหารที่มีโปรตีนสูง

สรุปแล้ว ชนิดไหนดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่ากัน?

ข่าวดีคือคุณไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งแอปเปิลและส้มต่างสนับสนุนระดับน้ำตาลในเลือดที่ดีได้หาก "รับประทานแบบทั้งผล" เพราะมีปริมาณใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันมากกรัมต่อกรัม

ปัจจัยที่สำคัญกว่าคือ "วิธีที่คุณรับประทาน" ไม่ใช่ชนิดของผลไม้ที่เลือก การจับคู่ผลไม้กับโปรตีนและไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น โยเกิร์ตหรือเนยถั่ว จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และป้องกันไม่ให้น้ำตาลพุ่งสูงรวดเร็วเกินไป

เคล็ดลับเพิ่มเติมเพื่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด

  • เคลื่อนไหวร่างกายหลังมื้ออาหาร: การเดินเล่นสั้นๆ หรือทำกิจกรรมเบาๆ ประมาณ 10 นาทีหลังรับประทานอาหาร สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • จัดการความเครียด: ความเครียดเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้ออินซูลินและโรคเบาหวาน การฝึกหายใจลึกๆ การนอนหลับที่เพียงพอ หรือการทำสมาธิจะช่วยลดฮอร์โมนความเครียดที่ทำลายร่างกายได้
  • ใส่ใจขนาดส่วนบริโภค: ไม่มีอาหารชนิดใดที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณ แม้แต่ของหวานก็สามารถรับประทานได้หากควบคุมส่วนแบ่งให้เล็กลงและทานร่วมกับโปรตีนหรือใยอาหาร

โดยสรุป แอปเปิลและส้มเป็นผลไม้ที่เป็นมิตรต่อระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งสองชนิดให้พลังงานและสารอาหารที่มีคุณค่า สิ่งสำคัญคือควรรับประทานในรูปแบบผลสดเพื่อให้ได้ใยอาหารจากเปลือกและกากใยอย่างครบถ้วนเพื่อการควบคุมระดับน้ำตาลที่เหมาะสมที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล