ออกจากห้องนานแค่ไหนถึงควร "ปิดแอร์" เคล็ดลับประหยัดไฟ และยืดอายุคอมเพรสเซอร์!

ออกจากห้องนานแค่ไหนถึงควร "ปิดแอร์" เคล็ดลับประหยัดไฟ และยืดอายุคอมเพรสเซอร์!

ออกจากห้องนานแค่ไหนถึงควร "ปิดแอร์" เคล็ดลับประหยัดไฟ และยืดอายุคอมเพรสเซอร์!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปิดแอร์บ่อยอาจทำค่าไฟพุ่ง! เผยเกณฑ์เวลาที่เหมาะสมในการปิดเครื่องปรับอากาศตามหลักวิศวกรรมพลังงาน

ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูง การใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือน ผู้ใช้งานจำนวนมากมีความเชื่อว่าการปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่ออกจากห้อง แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ จะช่วยประหยัดพลังงานได้ แต่ในทางวิศวกรรมไฟฟ้า พฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลในทางตรงกันข้าม ทั้งการสิ้นเปลืองพลังงานที่มากขึ้นและการลดอายุการใช้งานของตัวเครื่อง

ทำไมการปิดแอร์ชั่วคราวถึง "สิ้นเปลือง" กว่าที่คิด?

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระบุว่า หากผู้ใช้งานออกจากห้องเพียง 10-15 นาที เช่น การออกไปรับพัสดุหรือทำธุระสั้นๆ การเลือกเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้จะประหยัดไฟมากกว่าการปิดแล้วเปิดใหม่ เนื่องจากกลไกการทำงานของเครื่องปรับอากาศมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การกระชากไฟขณะเริ่มต้น: ทุกครั้งที่เริ่มเดินเครื่องใหม่ คอมเพรสเซอร์จะต้องทำงานหนักที่สุดเพื่อเร่งลดอุณหภูมิในห้องให้ถึงจุดที่ตั้งไว้ ซึ่งในช่วงเริ่มสตาร์ทนี้ เครื่องจะใช้กำลังไฟฟ้าสูงกว่าช่วงที่อุณหภูมิคงที่ถึง 1.5 – 2 เท่า

  • ภาระของคอมเพรสเซอร์: การเปิด-ปิดเครื่องบ่อยครั้งส่งผลให้ชิ้นส่วนภายใน โดยเฉพาะคอมเพรสเซอร์เกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติ เพิ่มความเสี่ยงในการชำรุดและลดอายุการใช้งานของตัวเครื่องในระยะยาว

เกณฑ์เวลาที่เหมาะสมในการพิจารณาปิดเครื่องปรับอากาศ

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้พลังงาน หากผู้ใช้งานจำเป็นต้องออกจากห้องในระยะเวลาที่นานกว่า 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมงขึ้นไป การปิดเครื่องปรับอากาศจึงจะถือว่าเป็นการประหยัดพลังงานอย่างมีนัยสำคัญและคุ้มค่าต่อการหยุดพักการทำงานของระบบ

แนวทางปฏิบัติเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานสูงสุด

ในกรณีที่ต้องออกจากห้องเพียงชั่วครู่ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำแนวทางที่ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิและประหยัดค่าไฟได้ดีกว่าการปิดเครื่อง ดังนี้:

  1. ปรับอุณหภูมิขึ้นเล็กน้อย: ปรับอุณหภูมิไปที่ 27–28 องศาเซลเซียส เพื่อลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ในขณะที่ไม่มีผู้อยู่ในห้อง

  2. ใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน (Eco Mode): เปลี่ยนมาใช้โหมดประหยัดพลังงานเพื่อรักษาความเย็นในระดับต่ำ ซึ่งช่วยประหยัดไฟได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบทั้งหมด

  3. การใช้เทคโนโลยีตั้งเวลา (Timer): สำหรับเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ที่รองรับการสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันหรือการตั้งเวลาล่วงหน้า ควรใช้ฟังก์ชันเหล่านี้เพื่อควบคุมเวลาการทำงานให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง

การเข้าใจกลไกการทำงานที่ถูกต้องและการเลือกจังหวะเวลาในการปิดเครื่องปรับอากาศ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว แต่ยังเป็นการดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่สมบูรณ์และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

  • ข้อมูลทางเทคนิคเรื่องการใช้พลังงานในระบบทำความเย็น (HVAC Energy Efficiency) โดยสมาคมวิศวกรการปรับอากาศและการระเหยแห่งสหรัฐอเมริกา (ASHRAE)

  • แนวทางการใช้เครื่องปรับอากาศอย่างประหยัดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

  • รายงานการทดสอบประสิทธิภาพการใช้พลังงานในโหมด Idling vs Restart จากสถาบันเทคโนโลยีและพลังงาน

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล