เปิดเกณฑ์ 3 กลุ่ม "รัฐช่วยค่าน้ำมัน" สูงสุด 6,000 บาท เช็กสิทธิ์เลย เริ่มลงทะเบียน 16 เม.ย.นี้

รัฐอัดงบช่วยค่าน้ำมันขนส่ง สูงสุด 6,000 บาท เปิดเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ ลงทะเบียน 16–19 เม.ย.
ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง รัฐบาลไทยเร่งออกมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่ง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนและลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ครอบคลุมทั้งรถโดยสาร รถบรรทุก แท็กซี่ และจักรยานยนต์สาธารณะ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการ “ตรึงค่าครองชีพ” ไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน โดยเฉพาะค่าโดยสารและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน
พยุงค่าโดยสาร-คุมราคาสินค้า ลดภาระประชาชน
หนึ่งในเป้าหมายหลักของมาตรการนี้ คือการช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งยังคงให้บริการได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งจะช่วยลดภาระของประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันไม่ให้ต้นทุนค่าขนส่งถูกผลักไปยังราคาสินค้าในท้องตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อค่าครองชีพโดยรวมของประเทศ
สงกรานต์อุ่นใจ ตั๋วไม่แพง มีรถกลับบ้าน
รัฐบาลยังย้ำถึงการดูแลประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะการเดินทางระหว่างวันที่ 6–19 เมษายน 2569 ที่จะมีการควบคุมค่าโดยสารรถโดยสารสาธารณะ ไม่ให้ปรับขึ้น พร้อมรับประกันว่าประชาชนจะมีรถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างเพียงพอ
เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ 16–19 เม.ย. ผ่านระบบออนไลน์
กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ผู้ประกอบการและผู้ขับรถที่เข้าเกณฑ์ ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16–19 เมษายน 2569 ผ่านระบบ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” https://tss.dlt.go.th/ ตลอด 24 ชั่วโมง หรือยื่นเรื่องด้วยตนเองที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ
เงินช่วยเหลือจะโอนผ่านระบบพร้อมเพย์ หลังตรวจสอบข้อมูลครบถ้วน โดยครอบคลุมระยะเวลา 42 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2569
สรุปกลุ่มที่ได้รับสิทธิ และวงเงินช่วยเหลือ
มาตรการนี้ครอบคลุมผู้ประกอบการขนส่งหลายประเภท โดยกำหนดวงเงินช่วยเหลือแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งานและระยะทาง
-
กลุ่มรถโดยสารสาธารณะ
1.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร2.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 4 ในเขตกรุงเทพมหานคร (รถมินิบัส รถตู้โดยสารและรถโดยสารสองแถว) ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก หรือแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
3.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 2 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือตามจำนวนระยะทางที่ให้บริการขนส่งสาธารณะตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก จำนวนเงิน 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุดไม่เกิน 700 บาทต่อวันต่อคัน
4.รถโดยสารประจำทาง เส้นทางหมวด 3 (รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร) ให้การช่วยเหลือตามจำนวนระยะทางที่ให้บริการขนส่งสาธารณะตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก จำนวนเงิน 2 บาทต่อกิโลเมตร สูงสุดไม่เกิน 500 บาทต่อวันต่อคัน
5.รถโดยสารไม่ประจำทาง ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย ดังนี้
(1) รถบัส จำนวนเงิน 5,000 บาทต่อคัน
(2) รถมินิบัสและรถตู้โดยสาร จำนวนเงิน 3,600 บาทต่อคันทั้งนี้ กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อการท่องเที่ยวหรือนำไปใช้เพื่อรับเหมาทั่วไป ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
กรณีเป็นรถที่นำไปใช้เพื่อรับส่งพนักงาน ต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลเมตร
-
กลุ่มรถบรรทุกรับจ้างขนส่งสินค้าไม่ประจำทาง
1.รถตั้งแต่ 10 ล้อขึ้นไป ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 6,000 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 4,000 กิโลเมตร2.รถน้อยกว่า 10 ล้อ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 3,000 บาทต่อคัน โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตามข้อมูลที่ได้จากแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ของกรมการขนส่งทางบก ตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร
-
กลุ่มรถรับจ้าง (รถแท็กซี่และรถจักรยานยนต์สาธารณะ)
1.รถแท็กซี่ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 5,040 บาทต่อคัน โดยต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE และต้องเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน DLT GPS-NOTICE ตลอดระยะเวลาที่ทำการรับจ้าง โดยต้องมีระยะทางทำการขนส่งตลอดระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ 42 วัน ไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตร2.รถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้การช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย จำนวนเงิน 840 บาทต่อคัน
ทั้งนี้ ผู้ขอรับสิทธิจะต้องมีการให้บริการจริง และมีข้อมูลการเดินรถผ่านระบบ GPS ตามเงื่อนไขที่กำหนด
มาตรการเร่งด่วน พยุงเศรษฐกิจฐานราก
มาตรการช่วยเหลือค่าน้ำมันครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในแนวทางเร่งด่วนของภาครัฐในการดูแลทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในช่วงที่ต้นทุนพลังงานผันผวน โดยไม่เพียงช่วยลดภาระผู้ขนส่ง แต่ยังช่วยชะลอการปรับขึ้นค่าครองชีพในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิ์ควรตรวจสอบเงื่อนไขและลงทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่พลาดโอกาสรับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


