คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ดึงศิษย์เก่าแชร์ประสบการณ์ตรง “ทัชชะ สตูดิโอ” เติบโตในโลกธุรกิจจริง

คณะศิลปกรรมศาสตร์ DPU ดึงศิษย์เก่าแชร์ประสบการณ์ตรง นักออกแบบยุคใหม่ต้องมีมากกว่าฝีมือ ชูทักษะรอบด้าน คิด–ทำ–บริหาร ปั้น “ทัชชะ สตูดิโอ” เติบโตในโลกธุรกิจจริง
จากความชอบเล็ก ๆ ในวัยเรียน สู่เส้นทาง CEO บริษัท ทัชชะ สตูดิโอ ของนายทัชชะ ลาภทวี หรือ “พี่พอร์ช” ศิษย์เก่าสาขาการออกแบบตกแต่งภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ที่เติบโตในสายงานออกแบบและก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ได้กลับมาแบ่งปันประสบการณ์จริงให้กับนักศึกษา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ณ DPU Makerspace โดยได้เล่าถึงโลกงานดีไซน์ด้วยตัวอย่างการทำงานจากบริษัทจริง พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศเป็นกันเอง สะท้อนแนวคิดสำคัญว่าศักยภาพเกิดจากการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ การกล้าลองผิดลองถูก และการมองเห็นโอกาสในทุกช่วงชีวิต จนหล่อหลอมให้เติบโตจากนักศึกษาสู่ผู้ประกอบการที่มีผลงานคุณภาพในวงการออกแบบได้อย่างมั่นคง
จุดเริ่มต้นของความชอบ สู่การเลือกเส้นทางชีวิต
พี่พอร์ช ทัชชะ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพว่า เริ่มจากความชอบส่วนตัวด้านศิลปะที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพ การแต่งตัว หรือความสนใจในรายละเอียดของเสื้อผ้าและสไตล์ แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่กลับเป็นพื้นฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้เกิดมุมมองเชิงสร้างสรรค์ในการใช้ชีวิต
“เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางการเรียน ได้มองเห็นว่า ความชอบเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่การประกอบอาชีพได้จริง จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาการออกแบบตกแต่งภายใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่บูรณาการทั้งศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้งานจริงเข้าไว้ด้วยกัน” พี่พอร์ช ทัชชะ กล่าว
ในช่วงของการเรียนตนใช้ทุกโอกาสเป็นพื้นที่ในการทดลองและพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะโปรเจกต์จบหัวข้อเกี่ยวกับโรงแรม และพยายามทำงานให้เกินกว่าที่อาจารย์กำหนด เช่น การทำโมเดลเพิ่มเติม การทำงานให้ละเอียดมากขึ้น ส่งผลให้ผลงานมีความโดดเด่น จนได้รับโอกาสจากอาจารย์ภายนอกที่เข้ามาประเมินงาน และได้รับการติดต่อให้เข้าทำงานทันทีหลังเรียนจบ
จากห้องเรียนสู่โลกการทำงานจริง: บทเรียนที่แตกต่าง
ประสบการณ์ฝึกงานเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจโลกการทำงานมากขึ้น โดยเลือกสถานที่ฝึกงานจากความชอบในสไตล์งานและชื่อเสียงขององค์กร มากกว่าการเลือกจากค่าตอบแทน โดยได้เข้าฝึกงานกับบริษัทที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งแม้กำหนดชั่วโมงฝึกงานไว้ประมาณ 300 ชั่วโมง แต่กลับทำงานต่อเนื่องยาวนานถึง 3 เดือน เนื่องจากมีความสนุกและได้เรียนรู้ประสบการณ์จริง
นายทัชชะ อธิบายว่า ความแตกต่างระหว่างการเรียนและการทำงานคือ ในการเรียนสามารถออกแบบได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องคำนึงถึงงบประมาณหรือข้อจำกัดมากนัก แต่ในการทำงานจริงต้องคำนึงถึงต้นทุน กำไร และข้อจำกัดต่าง ๆ ควบคู่กับการมีทักษะด้านการบริหารจัดการ การสื่อสารกับลูกค้า และการทำงานร่วมกับทีม ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานในสายอาชีพนี้ได้อย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน องค์ความรู้ที่ได้รับจากการเรียนในมหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะรายวิชาด้านการบริหารและทักษะทางสังคม ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าใจในมารยาททางธุรกิจ และสามารถต่อยอดสู่การทำงานในระดับที่สูงขึ้นได้
เส้นทางการเติบโต: จากลูกจ้าง สู่ฟรีแลนซ์ และเจ้าของกิจการ
สำหรับเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ นายทัชชะ เล่าว่า เริ่มต้นจากการทำงานประจำในองค์กร เพื่อเรียนรู้ระบบงานและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในหลายมิติ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาตนเองสู่การทำงานแบบฟรีแลนซ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ได้ลองรับงานด้วยตนเอง ฝึกการบริหารลูกค้า การวางแผนงาน และการรับผิดชอบโปรเจกต์อย่างเต็มรูปแบบ
“เมื่อมีประสบการณ์และความพร้อมมากขึ้น จึงตัดสินใจก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยจัดตั้ง “บริษัท ทัชชะ สตูดิโอ” ในช่วงเริ่มต้น ได้เริ่มจากงานคอนโดมิเนียม ก่อนขยายไปสู่บ้านพักอาศัย โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยให้บริการออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การถอดแบบ ไปจนถึงการควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมด เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและผลงานที่มีคุณภาพในมาตรฐานเดียวกัน”
ในด้านแนวคิดการออกแบบ พี่พอร์ช ทัชชะ จะเน้นการออกแบบเฉพาะบุคคล (Customized) โดยนำความต้องการและสไตล์ของลูกค้ามาผสมผสานกับแนวทางของตนเอง ทำให้งานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ขณะเดียวกันยังอาศัยแรงบันดาลใจจากการเดินทาง การพักผ่อน และการสัมผัสสถานที่จริง เพื่อเก็บรายละเอียดและบรรยากาศที่ไม่สามารถรับรู้ได้จากภาพหรือข้อมูลออนไลน์เพียงอย่างเดียว
ทักษะสำคัญของนักออกแบบยุคใหม่ ที่มากกว่าความสวยงาม
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจสายอาชีพนี้ พี่พอร์ช ทัชชะ บอกว่า การมีความคิดสร้างสรรค์อาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีทักษะรอบด้าน ทั้งการใช้โปรแกรมออกแบบ เช่น การทำภาพ 3D หรือการเขียนแบบ ความเข้าใจระบบงาน และความสามารถในการสื่อสารกับลูกค้าอย่างมืออาชีพ
นอกจากนี้ การเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเวิร์คช็อป การฟังบรรยายจากนักออกแบบมืออาชีพ หรือการติดตามเทรนด์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดมุมมองใหม่ ๆ และต่อยอดความคิดได้อย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด พี่พอร์ช ทัชชะ ย้ำว่า ความสำเร็จเกิดจาก “ความตั้งใจ” และ “ความใส่ใจในรายละเอียด” คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดองค์ประกอบผลงานให้สมบูรณ์ก่อนส่งมอบ การเก็บภาพผลงานอย่างมืออาชีพ หรือการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และนำไปสู่การแนะนำแบบปากต่อปาก เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


