ประเทศที่เล็กกว่าภูเก็ต สาธารณรัฐเก่าแก่ที่สุดในโลก 1,700 ปี มีรถยนต์มากกว่าประชากร

ประเทศที่เล็กกว่าภูเก็ต สาธารณรัฐเก่าแก่ที่สุดในโลก 1,700 ปี มีรถยนต์มากกว่าประชากร

ประเทศที่เล็กกว่าภูเก็ต สาธารณรัฐเก่าแก่ที่สุดในโลก 1,700 ปี มีรถยนต์มากกว่าประชากร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประเทศที่เล็กกว่าภูเก็ตกว่า 10 เท่า แต่เป็นสาธารณรัฐเก่าแก่ที่สุดในโลก 1,700 ปี ไม่เคยเสียเอกราช รายได้สูง มีจำนวนรถยนต์มากกว่าประชากร

หากถามว่าประเทศใดเก่าแก่ที่สุดในโลก คำตอบที่ได้อาจหลากหลายตามแต่บรรทัดฐานที่ใช้ บางคนอาจนึกถึงจีนหรือกรีซที่มีอารยธรรมยาวนานนับพันปี แต่ในทางรัฐศาสตร์ พรมแดนและวัฒนธรรมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ส่งผลให้ประเทศส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีอายุค่อนข้างน้อย ตัวอย่างเช่น รัสเซียในปัจจุบันก่อตัวขึ้นหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 อิหร่านยุคใหม่มีอายุเพียง 45 ปี หรือแม้แต่ประเทศอิตาลีก็เพิ่งสถาปนาเป็นสาธารณรัฐเมื่อปี 1946 เท่านั้น

ท่ามกลางการรุ่งเรืองและล่มสลายของจักรวรรดิต่างๆ ซานมารีโน (San Marino) ประเทศเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยอิตาลี กลับยืนหยัดผ่านกาลเวลามาได้ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 301 ด้วยขนาดที่เล็กจิ๋วและความฉลาดหลักแหลมทางการเมือง จนได้รับฉายาว่าเป็นสาธารณรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1,700 ปี

ชื่อของประเทศตั้งตาม นักบุญมารีนัส (Saint Marinus) ช่างหินที่หลบหนีการเบียดเบียนทางศาสนาจากจักรวรรดิโรมันมาตั้งรกรากและสร้างโบสถ์บนภูเขาติตาโน ที่มีความสูงชันจนยากแก่การรุกราน โดยวันที่ก่อตั้งประเทศอย่างเป็นทางการคือ 3 กันยายน ค.ศ. 301

ซานมารีโนรักษาสิทธิสภาพนอกอาณาเขตไว้ได้ด้วยทำเลที่ตั้งที่แยกตัวโดดเดี่ยวบนภูเขาและการดำเนินนโยบายทางการเมืองการทูตที่ชาญฉลาด ในศตวรรษที่ 18 ยุคที่นโปเลียน โบนาปาร์ต แผ่อำนาจยึดครองยุโรป เขากลับสั่งห้ามทหารรุกรานซานมารีโน และยังเสนอจะมอบดินแดนเพิ่มให้รวมถึงปืนใหญ่เพื่อผูกมิตร แต่ซานมารีโนปฏิเสธเพราะต้องการรักษาสันติภาพมากกว่าการขยายอำนาจ

และในศตวรรษที่ 19 ซานมารีโนยังเคยให้ที่พักพิงแก่กลุ่มนักปฏิวัติรวมชาติอิตาลี รวมถึงจูเซปเป การิบาลดี ทำให้อิตาลีลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพยอมรับเอกราชของซานมารีโนในปี 1862

ซานมารีโน ยึดนโยบายเป็นกลาง (Neutrality) ไม่เข้าร่วมสงครามใหญ่ของยุโรป วางตัวเป็นกลางทั้งในสงครามโลกทั้ง 2 ครั้ง และไม่มีทรัพยากรที่โดดเด่น ทำให้มหาอำนาจไม่เข้ามายึดครอง

นักบุญมารีนัส (Saint Marinus)

ความพิเศษของซานมารีโน 

  • ประเทศที่เล็กที่สุดอันดับ 3 ของโลก: มีพื้นที่เพียง 61 ตร.กม. เทียบง่ายๆ คือเล็กกว่าอำเภออัมพวาของไทยด้วยซ้ำ และไม่มีสนามบินเป็นของตัวเอง 

  • ระบบการปกครองที่ป้องกันเผด็จการ: ซานมารีโนมีประมุขแห่งรัฐพร้อมกัน 2 คน เรียกว่า Captains Regent ซึ่งดำรงตำแหน่งได้เพียง 6 เดือนแล้วต้องสลับคนใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งครองอำนาจเบ็ดเสร็จ เป็นระบบที่เก่าแก่และใช้มาจนถึงปัจจุบัน

  • หนึ่งในรัฐธรรมนูญที่เก่าแก่ที่สุด: พวกเขามีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1600 ซึ่งถือเป็นรากฐานทางกฎหมายที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ยังคงใช้งานอยู่

  • ไม่มีทรัพยากรแต่ฉลาด: ซานมารีโนไม่มีน้ำมัน แร่ หรือทรัพยากรที่ดึงดูด แต่มีการปกครองที่แข็งแรง รายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยวโดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคน ทั้งที่ประชากรมีเพียง 3 หมื่นกว่าคนเท่านั้น อีกทั้งยังเคยเป็นศูนย์กลางการเงินขนาดเล็ก มีธนาคารและบริการทางการเงินจำนวนมาก ทำให้ดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายได้จากการผลิตแสตมป์และเหรียญลิมิเต็ดที่นักสะสมทั่วโลกนิยม ซึ่งเป็นรายได้เฉพาะทางที่ประเทศอื่นแทบไม่มี

  • GDP ต่อหัว: ประมาณ 45,000 – 55,000 USD/ปี  ใกล้เคียงประเทศยุโรปพัฒนาแล้ว และสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก เป็นประเทศที่มีจำนวนรถยนต์มากกว่าจำนวนประชากร
  • ภูมิประเทศที่โดดเด่น: ภูเขาติตาโน (Monte Titano) ที่มีหอคอยยุคกลาง 3 แห่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ได้แก่ หอคอยเชสตา (Cesta), หอคอยมอนตาเล (Montale) และหอคอยกวายตา (Guaita) ซึ่งเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุดและถูกถ่ายภาพมากที่สุด โดยย่านเมืองเก่าและภูเขาติตาโนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี 2008

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล