พ่อรวยแต่โดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว"

พ่อรวยแต่บั้นปลายโดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว" ประโยคสั้นๆ แต่ใจสลาย
ชายชาวญี่ปุ่นวัย 79 ปีรายหนึ่งซึ่งมีทรัพย์สินสะสมมากกว่า 100 ล้านเยน (ประมาณ 22 ล้านบาท) ต้องเผชิญกับบั้นปลายชีวิตที่เงียบเหงาเพียงลำพัง หลังจากความยึดติดในตัวเงินอย่างรุนแรงทำให้เขาขัดแย้งกับคนในครอบครัวอย่างรุนแรง เขาไม่เพียงแต่ย้ำเตือนลูกๆ ไม่ให้หวังพึ่งพาทรัพย์สินของเขาเท่านั้น แต่ถึงขั้นจ่าย "ค่าจ้างดูแล" ให้ลูกชายคนโตเมื่อครั้งได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นชนวนเหตุให้ความสัมพันธ์พ่อลูกต้องขาดสะบั้น
สื่อญี่ปุ่น THE GOLD ONLINE รายงานเรื่องราวของ "คุณทาจิมะ" (นามแฝง) อดีตพนักงานระดับบริหารในบริษัทอุตสาหกรรมการผลิตที่สร้างตัวขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง เขาใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์และวางแผนการเงินอย่างระมัดระวังมาตลอดชีวิต จนมีเงินเก็บรวมกับบำนาญและผลกำไรจากการลงทุนมากกว่า 100 ล้านเยนหลังเกษียณ
เมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเสียชีวิตลง คุณทาจิมะเริ่มใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว แม้หลายคนจะคาดว่าเขาจะมีความสุขในช่วงบั้นปลายจากการดูแลของลูกหลาน แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ความยึดติดในเงินทองของเขากลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่ลูกชายคนโตมาเยี่ยม เขามักจะพูดจาเหน็บแนมว่า "เงินพวกนี้ฉันหามาลำบาก อย่าคิดว่าจะได้ไปง่ายๆ" หรือ "ต้องหัดพึ่งพาตัวเองเสียบ้าง" ทั้งที่ลูกชายของเขาก็มีหน้าที่การงานมั่นคงและไม่เคยเอ่ยปากขอเงินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ชนวนเหตุแตกหัก: จ่ายเงินจ้างลูกมาดูแลพ่อ
เหตุการณ์ที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อคุณทาจิมะหกล้มในบ้านจนต้องการคนดูแล ลูกชายคนโตจึงลางานมาดูแลพ่อติดต่อกัน 3 วัน แต่ในวันที่ลูกชายกำลังจะลากลับ คุณทาจิมะกลับยื่นซองเงินค่าจ้างวันละ 30,000 เยน รวม 3 วัน พร้อมโน้ตข้อความระบุว่า "ค่าดูแล 30,000 เยน x 3 วัน" พร้อมย้ำว่าแม้จะเป็นพ่อลูกกันแต่เรื่องเงินทองต้องคิดให้ชัดเจน "แม้ในอนาคตเงินพวกนี้จะเป็นมรดก แต่ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เงินพวกนี้คือของฉัน"
การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียใจอย่างรุนแรงให้กับลูกชาย เพราะเขารู้สึกว่าความกตัญญูที่มอบให้ถูกมองเป็นเพียงการหวังผลกำไร หลังจากนั้นไม่กี่วัน ลูกชายได้ส่งจดหมายกลับมาแจ้งว่าตนไม่เคยสนใจทรัพย์สมบัติของพ่อ และขอเลือกที่จะรักษาระยะห่างนับจากนี้ โดยทิ้งท้ายว่า "ขอให้พ่ออยู่เฝ้าเงินพวกนั้นไปคนเดียวเถอะ" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์พ่อลูกก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
ภาพประกอบ
ผู้เชี่ยวชาญชี้: ความกลัวและความเหงาคือต้นเหตุ
ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ในสังคมญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุที่มีสินทรัพย์สูงจำนวนมาก โดยสถิติระบุว่าผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเกือบ 20% มีเงินออมเกิน 40 ล้านเยน อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ไม่ได้การันตีความสุขเสมอไป สาเหตุที่ผู้สูงอายุยึดติดกับเงินอย่างรุนแรงมักเกิดจากหลายปัจจัย:
- ความไม่มั่นคงทางจิตใจ: เมื่อไม่มีรายได้หลังเกษียณ การเห็นยอดเงินในบัญชีลดลงทำให้รู้สึกเหมือนความปลอดภัยในชีวิตหายไป
- การขาดความสัมพันธ์: หากไม่มีคนรอบข้าง เงินจะกลายเป็นที่พึ่งเพียงอย่างเดียวที่พวกเขารู้สึกว่าควบคุมได้
- การเสื่อมถอยของสมอง: ในบางกรณี อาการหลงลืมหรือภาวะสมองเสื่อมระยะแรกอาจทำให้เกิดความระแวงคนใกล้ชิดว่าจะมาขโมยทรัพย์สิน
เรื่องราวของคุณทาจิมะสะท้อนให้เห็นว่า เงินเป็นเพียงเครื่องมือในการดำรงชีวิต แต่หากยึดติดจนเกินไปอาจต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่านั่นคือ "ความรักและความสัมพันธ์" บั้นปลายชีวิตที่นั่งทับกองเงินท่ามกลางความเงียบเหงา จึงอาจไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริงของการวางแผนชีวิตเกษียณ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี