พ่อรวยแต่โดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว"

พ่อรวยแต่โดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว"

พ่อรวยแต่โดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พ่อรวยแต่บั้นปลายโดดเดี่ยว ลูกชายเมินมรดก 20 ล้าน ประกาศตัดขาดเพราะ "เงินซองเดียว" ประโยคสั้นๆ แต่ใจสลาย

ชายชาวญี่ปุ่นวัย 79 ปีรายหนึ่งซึ่งมีทรัพย์สินสะสมมากกว่า 100 ล้านเยน (ประมาณ 22 ล้านบาท) ต้องเผชิญกับบั้นปลายชีวิตที่เงียบเหงาเพียงลำพัง หลังจากความยึดติดในตัวเงินอย่างรุนแรงทำให้เขาขัดแย้งกับคนในครอบครัวอย่างรุนแรง เขาไม่เพียงแต่ย้ำเตือนลูกๆ ไม่ให้หวังพึ่งพาทรัพย์สินของเขาเท่านั้น แต่ถึงขั้นจ่าย "ค่าจ้างดูแล" ให้ลูกชายคนโตเมื่อครั้งได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นชนวนเหตุให้ความสัมพันธ์พ่อลูกต้องขาดสะบั้น

สื่อญี่ปุ่น THE GOLD ONLINE รายงานเรื่องราวของ "คุณทาจิมะ" (นามแฝง) อดีตพนักงานระดับบริหารในบริษัทอุตสาหกรรมการผลิตที่สร้างตัวขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรง เขาใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์และวางแผนการเงินอย่างระมัดระวังมาตลอดชีวิต จนมีเงินเก็บรวมกับบำนาญและผลกำไรจากการลงทุนมากกว่า 100 ล้านเยนหลังเกษียณ

เมื่อ 5 ปีก่อน หลังจากภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเสียชีวิตลง คุณทาจิมะเริ่มใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว แม้หลายคนจะคาดว่าเขาจะมีความสุขในช่วงบั้นปลายจากการดูแลของลูกหลาน แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ความยึดติดในเงินทองของเขากลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่ลูกชายคนโตมาเยี่ยม เขามักจะพูดจาเหน็บแนมว่า "เงินพวกนี้ฉันหามาลำบาก อย่าคิดว่าจะได้ไปง่ายๆ" หรือ "ต้องหัดพึ่งพาตัวเองเสียบ้าง" ทั้งที่ลูกชายของเขาก็มีหน้าที่การงานมั่นคงและไม่เคยเอ่ยปากขอเงินเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ชนวนเหตุแตกหัก: จ่ายเงินจ้างลูกมาดูแลพ่อ

เหตุการณ์ที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อคุณทาจิมะหกล้มในบ้านจนต้องการคนดูแล ลูกชายคนโตจึงลางานมาดูแลพ่อติดต่อกัน 3 วัน แต่ในวันที่ลูกชายกำลังจะลากลับ คุณทาจิมะกลับยื่นซองเงินค่าจ้างวันละ 30,000 เยน รวม 3 วัน พร้อมโน้ตข้อความระบุว่า "ค่าดูแล 30,000 เยน x 3 วัน" พร้อมย้ำว่าแม้จะเป็นพ่อลูกกันแต่เรื่องเงินทองต้องคิดให้ชัดเจน "แม้ในอนาคตเงินพวกนี้จะเป็นมรดก แต่ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ เงินพวกนี้คือของฉัน"

การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียใจอย่างรุนแรงให้กับลูกชาย เพราะเขารู้สึกว่าความกตัญญูที่มอบให้ถูกมองเป็นเพียงการหวังผลกำไร หลังจากนั้นไม่กี่วัน ลูกชายได้ส่งจดหมายกลับมาแจ้งว่าตนไม่เคยสนใจทรัพย์สมบัติของพ่อ และขอเลือกที่จะรักษาระยะห่างนับจากนี้ โดยทิ้งท้ายว่า "ขอให้พ่ออยู่เฝ้าเงินพวกนั้นไปคนเดียวเถอะ" นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์พ่อลูกก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

ภาพประกอบ

ผู้เชี่ยวชาญชี้: ความกลัวและความเหงาคือต้นเหตุ

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า ในสังคมญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุที่มีสินทรัพย์สูงจำนวนมาก โดยสถิติระบุว่าผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเกือบ 20% มีเงินออมเกิน 40 ล้านเยน อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์ไม่ได้การันตีความสุขเสมอไป สาเหตุที่ผู้สูงอายุยึดติดกับเงินอย่างรุนแรงมักเกิดจากหลายปัจจัย:

  • ความไม่มั่นคงทางจิตใจ: เมื่อไม่มีรายได้หลังเกษียณ การเห็นยอดเงินในบัญชีลดลงทำให้รู้สึกเหมือนความปลอดภัยในชีวิตหายไป
  • การขาดความสัมพันธ์: หากไม่มีคนรอบข้าง เงินจะกลายเป็นที่พึ่งเพียงอย่างเดียวที่พวกเขารู้สึกว่าควบคุมได้
  • การเสื่อมถอยของสมอง: ในบางกรณี อาการหลงลืมหรือภาวะสมองเสื่อมระยะแรกอาจทำให้เกิดความระแวงคนใกล้ชิดว่าจะมาขโมยทรัพย์สิน

เรื่องราวของคุณทาจิมะสะท้อนให้เห็นว่า เงินเป็นเพียงเครื่องมือในการดำรงชีวิต แต่หากยึดติดจนเกินไปอาจต้องแลกด้วยสิ่งที่มีค่ามากกว่านั่นคือ "ความรักและความสัมพันธ์" บั้นปลายชีวิตที่นั่งทับกองเงินท่ามกลางความเงียบเหงา จึงอาจไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริงของการวางแผนชีวิตเกษียณ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล