บิลมาแพง?! เปิดโผ 4 อันดับ "จอมสูบไฟ" ในบ้าน พร้อมวิธีแก้ง่ายๆ ที่ทำได้ทันที

บิลมาแพง?! เปิดโผ 4 อันดับ "จอมสูบไฟ" ในบ้าน พร้อมวิธีแก้ง่ายๆ ที่ทำได้ทันที

บิลมาแพง?! เปิดโผ 4 อันดับ "จอมสูบไฟ" ในบ้าน พร้อมวิธีแก้ง่ายๆ ที่ทำได้ทันที
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อยากลดค่าไฟต้องดู! เปิดโผ 4 เครื่องใช้ไฟฟ้า "ตัวท็อป" กินไฟที่สุดในบ้าน พร้อมทริคใช้ยังไงให้จ่ายน้อยลง

หลายบ้านเคยสงสัยไหมว่า ทำไมค่าไฟถึงพุ่งกระฉูดทั้งที่รู้สึกว่าก็ใช้งานปกติ? ความจริงคือมีเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดที่ "กินไฟ" เงียบๆ ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะถ้าเราใช้งานผิดวิธี ค่าไฟก็จะยิ่งบานปลาย นี่คือ 4 อุปกรณ์ตัวการสำคัญที่คุณควรควบคุมให้ดี

1. เครื่องปรับอากาศ (แอร์) – "แชมป์กินไฟ" ตลอดกาล

แอร์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูงที่สุดในบ้าน โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนจัด อัตราการกินไฟจะขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เราตั้งและสภาพของตัวเครื่อง

  • ใช้ยังไงให้ประหยัด: ควรตั้งอุณหภูมิที่ 25-26 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็นแทนการลดอุณหภูมิแอร์ให้ต่ำเกินไป ที่สำคัญควร ล้างแอร์ทุก 6 เดือน เพื่อไม่ให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป

2. ตู้เย็น – "เครื่องจักร 24 ชั่วโมง"

แม้ตู้เย็นจะมีกำลังไฟฟ้าไม่สูงมากเท่าแอร์ แต่เนื่องจากมันต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ หากใช้งานไม่ถูกวิธี ค่าไฟจะสะสมจนน่าตกใจ

  • ใช้ยังไงให้ประหยัด: อย่าเปิดตู้เย็นค้างไว้นานๆ และไม่ควรแช่อาหารจนแน่นตู้เกินไปเพราะจะขวางทางลมเย็น ที่สำคัญห้ามนำของร้อนเข้าตู้เย็นเด็ดขาด เพราะเครื่องจะต้องเร่งทำความเย็นจนกินไฟเพิ่มขึ้นหลายเท่า

3. เครื่องทำน้ำอุ่น – "กินไฟเงียบแต่หนักมาก"

เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กำลังไฟฟ้าสูงมาก (ส่วนใหญ่เริ่มที่ 3,500 วัตต์ขึ้นไป) หลายบ้านติดนิสัยเปิดเครื่องทิ้งไว้ตลอดเวลาหรือใช้เวลาอาบน้ำนานเกินไป

  • ใช้ยังไงให้ประหยัด: ควรเปิดเครื่องเฉพาะตอนจะใช้งาน และตั้งอุณหภูมิให้พอเหมาะ ไม่ต้องร้อนจัดจนต้องเอาน้ำเย็นมาผสม และเมื่ออาบเสร็จแล้วให้ปิดสวิตช์เครื่องทันทีเพื่อความปลอดภัยและประหยัดพลังงาน

4. หม้อหุงข้าว – "จอมสูบพลังงานแฝง"

หลายคนคิดว่าหม้อหุงข้าวไม่กินไฟ แต่ความจริงคือการใช้โหมด "อุ่นทิพย์" (Warm) ทิ้งไว้หลายชั่วโมงติดต่อกัน จะกินไฟพอๆ กับตอนที่กำลังหุงข้าวเลยทีเดียว

  • ใช้ยังไงให้ประหยัด: หุงข้าวให้พอดีกับความต้องการในมื้อนั้นๆ และ ไม่ควรเสียบปลั๊กอุ่นข้าวทิ้งไว้นานเกินจำเป็น หากข้าวเหลือให้เก็บใส่กล่องแช่ตู้เย็นแล้วค่อยนำมาอุ่นด้วยไมโครเวฟจะประหยัดไฟกว่ามาก

สุดท้ายแล้ว การประหยัดไฟไม่ได้หมายถึงการงดใช้งานจนลำบาก แต่คือการ 'รู้จักใช้' อย่างชาญฉลาด เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนนิสัยเล็กๆ น้อยๆ เช่น การถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ หรือหมั่นดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เท่านี้บิลค่าไฟที่เคยน่าปวดหัว ก็จะกลายเป็นยอดเงินที่เหลือเก็บในกระเป๋าของคุณได้อย่างแน่นอน

 

 

 

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ บิลมาแพง?! เปิดโผ 4 อันดับ "จอมสูบไฟ" ในบ้าน พร้อมวิธีแก้ง่ายๆ ที่ทำได้ทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล