เปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ 4 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศ บริษัทแอร์ยี่ห้อดังจากญี่ปุ่น

4 เคล็ดลับเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดไฟ? คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศ แบรนด์เครื่องปรับอากาศชื่อดังจากญี่ปุ่น
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูง การใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องย่อมส่งผลต่อค่าไฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายครัวเรือนจึงพยายามมองหาเทคนิคประหยัดพลังงาน แต่อาจยังไม่ทราบว่าบางวิธีที่แชร์ต่อกันมานั้นเป็นความเข้าใจผิด ข้อมูลจาก คุณจิคาชิ ชิเกมาสะ ผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศ (Air Evangelist) จากบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ จำกัด ได้ออกมาเผยเคล็ดลับที่ถูกต้องเพื่อช่วยให้การใช้แอร์มีประสิทธิภาพและประหยัดเงินในกระเป๋าได้จริง
พฤติกรรมยอดฮิต เช่น การตั้งแรงลมต่ำที่สุด หรือการปิดแอร์บ่อยๆ แล้วเปิดใหม่ในอีกไม่กี่นาทีถัดมา อาจกลายเป็นตัวการที่ทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น "หัวใจสำคัญของการประหยัดพลังงานคือการเข้าใจกลไกของเครื่องปรับอากาศ เพื่อที่เราจะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างแม่นยำและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ" คุณชิเกมาสะระบุ
1. ตั้งค่าแรงลมแบบ "อัตโนมัติ" ดีกว่าแรงลมต่ำสุด
คอมเพรสเซอร์คือส่วนที่กินไฟสูงถึง 80% ของการทำงานทั้งหมด การปรับแรงลม (Fan Speed) ไว้ที่ระดับต่ำที่สุดเพื่อหวังประหยัดไฟนั้นเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้เครื่องดึงความร้อนออกจากห้องได้ช้าลง ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนักเป็นเวลานาน
แนวทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่าคือการตั้งค่าแรงลมแบบ "อัตโนมัติ" (Auto) เนื่องจากระบบจะเร่งกำจัดความร้อนในช่วงเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว และจะปรับลดรอบการทำงานลงเองเมื่ออุณหภูมิคงที่ ซึ่งช่วยลดภาระคอมเพรสเซอร์และประหยัดพลังงานได้มากกว่าการฝืนใช้แรงลมต่ำเพียงอย่างเดียว
2. เลิกเปิดๆ ปิดๆ แอร์บ่อยครั้ง
หลายคนเชื่อว่าการปิดแอร์ทุกครั้งที่ไม่อยู่ในห้องแม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ จะช่วยประหยัดไฟ แต่ความจริงแล้วการเริ่มเดินเครื่องใหม่ (Start-up) เป็นช่วงที่แอร์ใช้พลังงานสูงที่สุดเนื่องจากต้องใช้แรงกระชากไฟในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์
จากการทดลองพบว่า หากต้องออกไปทำธุระนอกห้องเพียง 30 นาที การเปิดแอร์ทิ้งไว้ต่อเนื่องจะประหยัดไฟได้มากกว่าการปิดแล้วเปิดใหม่ เพราะเครื่องไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการลดอุณหภูมิห้องที่สูงขึ้นในช่วงที่ปิดไป

3. ดูแลทางเดินอากาศและแผ่นกรองอากาศ
ทางเดินอากาศที่สะอาดคือกุญแจสำคัญของการระบายความร้อน คุณชิเกมาสะให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า หากปล่อยให้แผ่นกรองอากาศ (Filter) สกปรกนานเกิน 1 ปี จะทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 25% โดยไม่จำเป็น และหากสะสมนานถึง 3 ปีร่วมกับมีสิ่งของกีดขวางตัวเครื่องภายนอก (Outdoor Unit) ค่าไฟอาจพุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว
- ควรล้างแผ่นกรองอากาศด้วยตัวเองทุกๆ 2 สัปดาห์ เพื่อให้การไหลเวียนอากาศคล่องตัว
- ดูแลพื้นที่รอบคอมเพรสเซอร์แอร์นอกบ้านให้โล่ง ไม่ควรนำสิ่งของไปวางใกล้หรือหาผ้ามาคลุมเพื่อกันแดด เพราะจะทำให้เครื่องระบายความร้อนไม่ได้และกินไฟหนักกว่าเดิม
4. ปรับทิศทางลมแนวราบเพื่ออุณหภูมิที่สม่ำเสมอ
ความแตกต่างของอุณหภูมิในห้อง (Uneven Temperatures) เป็นสาเหตุแฝงที่ทำให้แอร์กินไฟ เนื่องจากอากาศร้อนมักลอยตัวขึ้นสูง หากเราปรับช่องลมให้เป่าลงพื้น แอร์จะยังคงตรวจพบอากาศร้อนบริเวณเพดานและสั่งให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักต่อไปเรื่อยๆ แม้บริเวณที่เรานั่งจะเย็นแล้วก็ตาม
วิธีที่ถูกต้องคือการปรับทิศทางลมให้พุ่งออกไปใน "แนวราบ" (Horizontal) ขนานกับเพดาน ลมเย็นที่มีน้ำหนักมากกว่าจะค่อยๆ ตกลงสู่พื้นเองตามธรรมชาติ ช่วยให้อุณหภูมิกระจายทั่วห้องได้ดีขึ้น นอกจากนี้การใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศยังเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ใช้ไฟน้อยมาก แต่ช่วยลดภาระให้คอมเพรสเซอร์แอร์ได้อย่างดีเยี่ยม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



